xs
xsm
sm
md
lg

สำเร็จแล้ว! มาตรการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลทำป่าชายเลนเพิ่มแผ่นดินงอก พร้อมเดินหน้าทำต่อ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

สุราษฎร์ธานี - สำเร็จ! มาตรการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยใช้ระบบประชารัฐ ป่าชายเลนเพิ่มแผ่นดินงอก ท้องทะเลอุดมสมบูรณ์ สัตว์น้ำเพิ่มปริมาณ รวมทั้งสัตว์น้ำหายากหลากหลายเข้ามาอาศัยอยู่ สร้างรายได้ให้ชุมชน พร้อมเดินหน้าต่อ

นายวิชัย สมรูป ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 กล่าวว่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีอ่าวขนาดใหญ่ เรียกว่าอ่าวบ้านดอน ซึ่งเป็นอ่าวที่มีการไหลลงบรรจบของแม่น้ำลำคลองถึง 11 สาย มีการนำพาวัตถุอินทรีย์ลงมารวมกันที่อ่าวบ้านดอน ส่งผลให้เกิดความอุดมสมบูรณ์บริเวณริมชายฝั่งและท้องทะเล อีกทั้งยังมีป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ สามารถเจริญเติบโตได้เองตามธรรมชาติ อ่าวบ้านดอนจึงมีสัตว์น้ำกุ้งหอยปูปลา และสัตว์ทะเลหายากที่มีความอุดมสมบูรณ์อย่างยิ่ง

ปัจจุบัน มีประชากรเพิ่มจำนวนมากขึ้น จึงมีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรเพิ่มมาก จนมีการจับสัตว์น้ำเกินอัตราการผลิตจากธรรมชาติ และการใช้เครื่องมือจับสัตว์น้ำประเภททำลายล้าง อีกทั้งการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรป่าชายเลนที่มีการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลน รวมถึงปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลเป็นปัญหาที่มีปัจจัยหลายประการมาเกี่ยวข้อง รวมทั้งสภาพภูมิอากาศ คลื่นลมที่แปรปรวนตลอดเวลา และการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่มีทั้งการตัดไม้ทำลายป่า และการใช้ประโยชน์พื้นที่ชายฝั่งไม่เหมาะสม ได้ส่งผลถึงการเกิดปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งของประเทศไทย ส่งผลให้มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชายฝั่งอย่างหลากหลาย และยังมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และจังหวัดสุราษฎร์ธานีจึงได้ดำเนินการ โครงการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยใช้ระบบประชารัฐ ซึ่งมีกิจกรรมภายใต้โครงการ 6 กิจกรรม ดังนี้ 1.กิจกรรมจัดทำป่า-เล ชุมชน เพื่อเพิ่มรายได้แก่ชุมชนชายฝั่ง จำนวน 1,000 ไร่ ในพื้น 6 อำเภอชายฝั่ง ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีแนวเขตครอบคลุมพื้นที่ป่าชายเลนและพื้นที่ทะเลชายฝั่ง เพื่อทำการฟื้นฟูโดยการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพิ่มจำนวนประกรสัตว์ มีการสร้างกฎกติกาชุมชนในการใช้ประโยชน์ร่วมกัน รวมถึงช่วยกันดูแล ป้องกัน

2.กิจกรรมงานเพาะชำกล้าไม้ป่าชายเลนเพื่อสนับสนุนชุมชนชายฝั่ง จำนวน 200,000 กล้า ดำเนินการในพื้นที่อำเภอท่าฉาง และอำเภอกาญจนดิษฐ์ 3.กิจกรรมจัดการสิ่งแวดล้อมเก็บขยะชายฝั่งทะเล เป็นการจัดการขยะบริเวณชายหาด และดำน้ำเก็บขยะในแนวปะการัง ดำเนินการในพื้นที่ชายหาดและเกาะต่างๆ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 12 ครั้ง 4.กิจกรรมงานป้องกันแมงกะพรุนพิษ ดำเนินการในพื้นที่เกาะพงัน อำเภอเกาะพะงัน และเกาะสมุย อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ดำเนินการติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ เสาน้ำส้ม 40 ชุด พร้อมทั้งติดตั้งตาข่ายป้องกันแมงกะพรุนพิษในพื้นที่เสี่ยง

5.กิจกรรมการสร้างบ้านปลาแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน จำนวน 50 จุด ดำเนินการใน 7 อำเภอชายฝั่ง สร้างแหล่งอาหารให้แก่ชุมชนชายฝั่ง 6.กิจกรรมแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งโดยวิธีการปักไม้ไผ่ชะลอคลื่น โดยการมีส่วนร่วมของประชาชน การปักไม้ไผ่ชะลอคลื่นเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งที่ดีที่สุด เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนในการแก้ไขปัญหา ดำเนินการในพื้นที่ตำบลท่าทอง อำเภอกาญจนดิษฐ์ ระยะทาง 250 เมตร

นายวิชัย สมรูป ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทะเลและชายฝั่งที่ 5 สุราษฎร์ธานี ยังเปิดเผยอีกว่า การปักไม้ไผ่เป็นการชะลอความรุนแรงของคลื่นและเป็นการแก้ปัญหาการกัดเซาะพื้นที่ชายฝั่งที่ใช้มาตรการสีเขียวให้กลมกลืนกับธรรมชาติ เนื่องจากระบบนิเวศอ่าวบ้านดอน โดยเฉพาะพื้นที่ตำบลท่าทอง อำเภอกาญจนดิษฐ์ และพื้นที่ตำบลชลคราม อำเภอดอนสัก สภาพเป็นหาดโคลน จะเห็นสภาพพื้นที่ถูกกัดเซาะมาเป็นเวลานานเป็น 10 ปี พบร่องรอยประตูนากุ้งไปอยู่ในทะเล และพบร่องรอยฐานรากของบ้านเรือนราษฎรไปอยู่ในทะเล

จากการวิจัยของนักวิชาการ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ระบบนิเวศโคลนวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดก็คือ การปักไม้ไผ่ โดยวิธีการปักไม่ไผ่จะต้องปักไม้ไผ่ จำนวน 5 แถวสลับกัน ผลจากการปักไม้ไผ่ จะช่วยชะลอความรุนแรงของคลื่นที่จะมากระทบชายฝั่ง และเป็นการทำให้ตะกอนโคลนรวมตัวกันหลังแนวไม้ไผ่ ธรรมชาติจะฟื้นตัวเองจนเป็นแผ่นดินและมีต้นไม้เกิดขึ้น เราก็จะขยับแนวไม้ไผ่ออกไปอีกจนทำให้เกิดป่าชายเลนแผ่นดินงอก เป็นการสร้างป่าสร้างแผ่นดินโดยตรง ซึ่งเป็นวิธีการที่เหมาะสมที่สุดของระบบนิเวศหาดโคลน

ด้าน นายวิษณุ แจ้งใจ ผอ.ส่วนส่งเสริมการมีส่วนร่วม สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 ระบุว่า ในปีงบประมาณ 2562 จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนการเพาะกล้าไม้ จำนวน 200,000 กล้า จึงได้สำรวจพื้นที่เพาะชำกล้าไม้ไว้บริการแก่นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป โดยมีการคัดเลือกพื้นที่ชายฝั่งทะเลใน 7 อำเภอ ตั้งแต่ อ.ท่าชนะ อ.ไชยา อ.ท่าฉาง อ.พุนพิน อ.เมือง อ.กาญจนดิษฐ์ และอำเภอดอนสัก เพื่อเป็นการรองรับต่อการปลูกป่าชายเลนในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งแต่ละปีมีความต้องการกล้าไม้ไม่น้อยกว่า 300,000 กล้า ซึ่งปัจจุบันมีการปลูกป่าชานเลนไปแล้วกว่า 100 ไร่

ในส่วนการสร้างบ้านปลาแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน ในปีนี้ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากทางจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้ดำเนินสร้างบ้านปลาในพื้นที่ 7 อำเภอชายฝั่ง จำนวน 50 จุด โดยได้รับความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดีรวมทั้งอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล ซึ่งขณะนี้การดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วทั้ง 50 จุด จากการสอบถามชาวประมงพื้นบ้าน พบว่า ในแต่ละพื้นที่มีสัตว์เข้ามาอยู่อาศัยและมีความสมบูรณ์ของระบบนิเวศเพิ่มขึ้น สามารถจับสัตว์น้ำไปขายสร้างรายให้แก่ครอบครัวเป็นอย่างดี


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...