xs
xsm
sm
md
lg

แฉ! นักล่า “เขี้ยวพะยูน-น้ำตาดุหยง” มีจริง ผนึกกำลังสืบหาทางลับ ปกป้องพะยูน อธิบดี ทช.ลั่นตายอีกต้องมีคนรับผิดชอบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กระบี่ - แฉนักล่า “เขี้ยวพะยูน-น้ำตาดุหยง” มีอยู่จริง ซื้อขายราคาสุดแพงหลักหมื่นถึงแสน อธิบดี ทช.ประสานฝ่ายความมั่นคง สืบทางลับ พร้อมกำชับพะยูนตายพื้นที่ไหนอีกต้องมีคนรับผิดชอบ พร้อมประกาศพื้นที่เฝ้าระวังพะยูน 4 จุด ในกระบี่ หวังปกป้องไม่ให้พะยูนตายอีก

จากกรณีที่พะยูนตายหลายตัวในทะเลอันดามัน เมื่อช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา พบว่าพะยูนตายในทะเลกระบี่ ถึง 2 ตัว โดยซากพะยูนตัวหนึ่งพบในทะเลท้องที่ อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีสภาพถูกลักลอบตัดเขี้ยวหายไป จนกลุ่มนักอนุรักษ์หวั่นเกรงว่าอาจจะเป็นการไล่ล่าของกลุ่มคนที่มีความเชื่อ ว่าเขี้ยวพะยูน สามารถนำไปทำเครื่องรางของขลังได้นั้น สร้างความหวั่นวิตกเพราะกลัวพะยูนจะสูญพันธุ์ เนื่องจากหลายปีที่ผ่านมา ทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้เคยสำรวจพบพะยูนในทะเลกระบี่ จำนวน 12 ตัว

ล่าสุด เมื่อเวลา 09.30 น. วันนี้ (16 ก.ค.) นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมด้วย พล.ร.ต.นันทพล มาลารัตน์ ผบ.ฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาค 3 นายสมควร ขันเงิน นายสมโภช โชติชูช่วง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ดร.ก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามัน จ.ภูเก็ต นายอำเภอทั้ง 4 อำเภอของ จ.กระบี่ ประกอบด้วย อ.เมือง อ.เหนือคลอง อ.คลองท่อม และ อ.เกาะลันตา ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ทสจ.กระบี่ อุทยานแห่งชาติทางทะเลทุกแห่งใน จ.กระบี่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง 4 อำเภอ ที่อยู่แนวชายฝั่ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง กองทัพเรือภาค 3 และตัวแทนนักอนุรักษ์ จัดขึ้นที่ห้องประชุมอ่าวลึก ชั้น 3 ศาลากลาง จ.กระบี่

โดยที่ประชุมสรุปสาเหตุการตายของพะยูน ที่พบในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ว่า ส่วนใหญ่ตายแบบเฉียบพลัน ไม่ทราบสาเหตุ บางตัวมีร่องรอยถูกรัดด้วยเชือกตามลำตัว ขณะที่บางตัวพบร่องรอยถูกตัดเขี้ยวไปจากช่องปาก ซึ่งการตรวจพิสูจน์ยืนยันได้ว่าเขี้ยวถูกตัดหลังจากพะยูนตายแล้ว โดยพะยูนที่พบซากลอยตายอยู่ในทะเลตรัง และกระบี่ รวม 4 ตัว มีเพียง 1 ตัว ที่ถูกลักลอบตัดเขี้ยวไป ส่วนสถานการณ์พะยูนในปัจจุบัน จากการสำรวจพบว่า มีประชากรพะยูนประมาณ 250 ตัว พบเสียชีวิตเฉลี่ยปีละ 12 ตัว

ทั้งนี้ ระหว่างการประชุม นายสมโภช โชติชูช่วง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เปิดเผยข้อมูลต่อที่ประชุมว่า จากการสืบหาข้อมูลในทางลับ พบว่ามีกลุ่มคนที่มีความเชื่อเรื่องการครอบครองอวัยวะของพะยูนจริง โดยเฉพาะในกลุ่มชาวต่างชาติ ที่เชื่อว่าเขี้ยวพะยูน น้ำตาพะยูน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า น้ำตาดุหยง รวมถึงไขมัน ที่นำไปทำเป็นยาเสน่ห์ และมีการซื้อขายกันในราคาที่ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะเขี้ยวพะยูน มีการซื้อขายในราคาหลักแสนบาท จึงอยากให้ทุกหน่วยงานยอมรับความเป็นจริง และสกัดกั้นขบวนการเหล่านี้ ส่วนกลุ่มคนที่ลักลอบล่าจะเป็นใคร คงไม่สามารถระบุได้

นายจตุพร กล่าวว่า การประชุมหารือในวันนี้ เนื่องจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการด่วน กรณีพะยูนเกยตื้นตายหลายตัวในพื้นที่ทะเลของ จ.กระบี่ และ จ.ตรัง ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันยอมรับว่าเป็นสถานการณ์ไม่ปกติ ที่สื่อต่างประเทศก็ให้ความสนใจ ซึ่งการตรวจสอบหาสาเหตุการตายจะต้องดูในหลายด้าน และอธิบายให้ได้ว่าพะยูนตายเพราะอะไร ทั้งสาเหตุจากสภาวะน้ำทะเลที่เปลี่ยนแปลง เครื่องมือประมง หรือยังมีปัจจัยอื่นอีก โดยให้เน้นตรวจสอบตามหลักวิทยาศาสตร์มาพิสูจน์

ส่วนเรื่องความเชื่อในด้านไสยศาสตร์ของคนบางกลุ่มจะไปห้ามไม่ได้ แต่อยากให้เชื่อว่า พะยูน เป็นสัตว์หายากที่ใกล้สูญพันธุ์ เป็นทรัพยากรของโลก ไม่ใช่ทรัพยากรของไทยเท่านั้น อยากให้ช่วยกันอนุรักษ์จะดีกว่า ส่วนขบวนการไล่ล่านั้นเชื่อว่าไม่มี เพราะการลักลอบตัดเขี้ยวพะยูน จะเกิดหลังการตายของพะยูนแล้ว ทุกหน่วยงานจะต้องวางแผนในการดูแลป้องกันทั้งแผนระยะสั้น ระยะยาวในระยะ 5 ปี ต้องทำงานได้อย่างสมบูรณ์ โดยหลังจากนี้จะทำงานร่วมกับกองทัพเรือ ในการตรวจตราลาดตระเวนเพื่อสกัดกั้นกลุ่มที่อาจจะลักลอบล่าหรือจับสัตว์ทะเลหายากทุกชนิด

อธิบดี ทช.กล่าวต่อว่า ในส่วนของขบวนการล่าพะยูน จะมีใบสั่งไล่ล่าจริงหรือไม่ ตนได้ประสานกับหน่วยงานความมั่นคงในทางลับ ทั้ง กอ.รมน. ทหารเรือ และตำรวจ ช่วยสืบหาข้อมูลในเชิงลึกทางหนึ่งด้วย โดยมีแผนจะดำเนินการอย่างเฉียบขาดในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบดูแลแต่ละพื้นที่ หลังจากนี้ อยากให้เพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนป้องกัน หากพบพื้นที่ไหนมีพะยูนถูกฆ่า หรือตายเกยตื้นอีกจะต้องมีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบ

นอกจากนี้ จะสั่งการให้เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัยากรทางทะเลและชายฝั่ง จ.ภูเก็ต ใช้โดรนบินสำรวจฝูงพะยูน ที่พบเข้ามาอาศัยหากินในพื้นที่ จ.กระบี่ เพื่อกำหนดเป็นมาตรการเร่งด่วน เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง ประชาสัมพันธ์ ส่วนมาตรการระยะสั้น ควบคุมปรับเปลี่ยนเครื่องมือประมงที่เป็นอันตรายต่อพะยูน ประกาศพื้นที่เฝ้าระวังพะยูน อนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน 4 จุด ของ จ.กระบี่ คือ บริเวณแหลมหางนาค ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ต.หนองทะเล อ.เมืองกระบี่ เกาะศรีบอยา อ.เหนือคลอง เกาะลันตา อ.เกาะลันตา พื้นที่หาดบ่อม่วง อ.คลองท่อม คาดว่าพะยูนกลุ่มที่เข้ามาหากินในเขต จ.กระบี่ น่าจะแตกมาจากฝูงของ จ.ตรัง โดยอนาคตอาจจะประกาศเป็นพื้นที่คุ้มครองต่อไป รวมทั้งสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนในพื้นที่

ด้าน พล.ร.ต.นันทพล กล่าวว่า กองทัพเรือจะสนับสนุนงานด้านอนุรักษ์อย่างเต็มที่ โดยจะรวบรวมข้อมูลทางฝั่งอันดามันทั้งหมด เพื่อนำข้อมูลที่ได้รับมาประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเราจะสนับสนุนเครื่องไม้เครื่องมือ ทั้งเฮลิคอปเตอร์ 2 เครื่อง เรือรบ 3 ลำ พร้อมกำลังทหารเรือคอยสนับสนุน ทั้งการขนย้ายทีมสัตวแพทย์ รวมถึงสนับสนุนทีมสัตวแพทย์ของกองทัพเรือ เข้ามาร่วมด้วย ในทางลับก็จะสืบหาข้อมูลกลุ่มที่ลักลอบล่าพะยูนไปด้วย

ขณะที่ นายอาหลี ชาญน้ำ นายกสมาคมคนรักเลกระบี่ ชาวบ้านเกาะปู หมู่ 2 ต.เกาะศรีบอยา ซึ่งเป็นแหล่งหญ้าทะเลแหล่งใหญ่ในพื้นที่ จ.กระบี่ กล่าวยอมรับว่า ในอดีตความเชื่อของชาวประมงพื้นบ้าน เรื่องพะยูนมีอยู่จริง แต่เชื่อว่าขบวนการล่าพะยูนในปัจจุบัน ไม่น่าจะมีอยู่อีกต่อไปแล้ว แต่การซื้อขายอวัยวะของพะยูน ทั้งเขี้ยว กระดูก น้ำตาพะยูน มีการซื้อขายกันจริงในราคาที่ค่อนข้างสูง โดยเขี้ยวพะยูนมีการซื้อขายเป็นคู่ในราคาตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนบาท ที่ผ่านมา ตนและกลุ่มชาวบ้านได้ช่วยกันเพิ่มพื้นที่หญ้าทะเล เพื่อให้เป็นแหล่งหากินของพะยูน ซึ่งปัจจุบันสามารถพบเห็นพะยูนได้ทุกวันที่เกาะปู 3-4 ตัว


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...