ศูนย์ข่าวภูเก็ต - “มาหล่าว” ลูกพะยูนน้อยเพศผู้ อายุ 3 เดือน พลัดหลงกับแม่ จัดเจ้าหน้าที่ดูแลใกล้ชิดในบ่ออนุบาลโรงพยาบาล ณ ศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากภูเก็ต แหลมพันวา
ศูนย์ข่าวภูเก็ต - “มาหล่าว” ลูกพะยูนน้อยเพศผู้ อายุ 3 เดือน พลัดหลงกับแม่ จัดเจ้าหน้าที่ดูแลใกล้ชิดในบ่ออนุบาลโรงพยาบาล ณ ศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากภูเก็ต แหลมพันวา
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โพสเฟซบุ๊ค รายงานความคืบหน้ากรณี พบพะยูนน้อยตัวใหม่ พลัดหลงแม่ ที่ จ.กระบี่ โดยระบุว่า “วันที่ 1 กรกฎาคม 62 กรม ทช. โดยศูนย์วิจัย ทช. ทะเลอันดามัน ร่วมกับสำนักงานบริหาร ทช.ที่ 9 (ภูเก็ต) รับแจ้งพบลูกพะยูน ตัวใหม่ ซึ่งตัวนี้เล็กกว่ามาเรียม พลัดหลงจากแม่มาเกยตื้นในพื้นที่บริเวณบ้านบ่อม่วง ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ โดยมีชาวบ้านในพื้นที่บ้านบ่อม่วงและเจ้าหน้าที่ศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออกเรือประมง กระบี่ (PIPO กระบี่) ร่วมกันให้การดูแลเบื้องต้น
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โพสเฟซบุ๊ค รายงานความคืบหน้ากรณี พบพะยูนน้อยตัวใหม่ พลัดหลงแม่ ที่ จ.กระบี่ โดยระบุว่า “วันที่ 1 กรกฎาคม 62 กรม ทช. โดยศูนย์วิจัย ทช. ทะเลอันดามัน ร่วมกับสำนักงานบริหาร ทช.ที่ 9 (ภูเก็ต) รับแจ้งพบลูกพะยูน ตัวใหม่ ซึ่งตัวนี้เล็กกว่ามาเรียม พลัดหลงจากแม่มาเกยตื้นในพื้นที่บริเวณบ้านบ่อม่วง ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ โดยมีชาวบ้านในพื้นที่บ้านบ่อม่วงและเจ้าหน้าที่ศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออกเรือประมง กระบี่ (PIPO กระบี่) ร่วมกันให้การดูแลเบื้องต้น
ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าช่วยเหลือ จากการตรวจสอบในเบื้องต้น เป็นลูกพะยูน เพศผู้ อายุเพียง 3 เดือน ความยาว 111ซม. ขนาดรอบตัว 66 ซม. น้ำหนักประมาณ 25 กก. อัตราการเต้นหัวใจ 67 ครั้งต่อนาที อัตราการหายใจ 4 ครั้งต่อ 5 นาที สภาพอ่อนแรง และ อิดโรยมาก ไม่สามารถประคองตัวได้ ตามลำตัวตัวมีบาดแผลจำนวนมาก ในขั้นแรกได้ป้อนนมไปแล้ว ๑๐๐ ซีซี และ น้ำ ๒๐๐ ซีซี
เมื่อประเมินสภาพเจ้าตัวน้อยแล้วพบว่าสภาพร่างกายไม่พร้อมที่จะปล่อยกลับ ต้องนำไปพักฟื้นที่โรงพยาบาล ณ ศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากภูเก็ต แหลมพันวา ก่อน เนื่องจาก ลูกพะยูนมีขนาดเล็กกว่ามาเรียม อายุไม่เกิน 3 เดือน สภาพร่างกายอ่อนแรง ไม่สามารถประคองตัวเองได้ตามปกติ คาดว่าอาจจะมาจากการพลัดหลงมานาน
นอกจากนั้นยังพบภาวะการขาดน้ำ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่อาจจะต้องทำการตรวจเพิ่มเติมเรื่องการติดเชื้อ และ รอยแผลฉกรรจ์ภายนอกร่างกายคิดเป็นร้อยละ 50 ของสภาพภายนอก จากสภาพดังกล่าวทำให้ไม่สามารถจะอยู่ในธรรมชาติได้ ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดในสภาพแวดล้อมที่สามารถควบคุมได้ไปก่อน
อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ประจำบ่ออนุบาลโรงพยาบาล ณ ศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากภูเก็ต แหลมพันวา ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนทำข่าวและไม่สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับลูกพะยูนตัวดังกล่าวได้


