ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ต้องลองของดีภูเก็ต! ทุเรียนกมลา ผ่านการขึ้นทะเบียน GI (Geographical Indication) ความอร่อยที่แตกต่าง มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว หอมหวานเหมือนกลิ่นดอกไม้ป่า รอรับความอร่อยกันได้แล้วหลังพบเริ่มออกสู่ตลาด

พลาดกันไม่ได้สำหรับความอร่อยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เมื่อถึงฤดูกาลของทุเรียนกมลา ซึ่งเป็นทุเรียนที่มีความอร่อยไม่เหมือนใคร ได้รับการขึ้นทะเบียน GI (Geographical Indication) จากกระทรวงพาณิชย์ เป็นทุเรียนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ เมื่อเดือนเมษายน ปี 2560 ที่ผ่านมา สำหรับทุเรียนกมลาเป็นทุเรียนป่า หรือทุเรียนบ้าน ที่มีมานานนับ 100 ปี ต่อมา มีการนำเมล็ดมาเพาะเพื่อขยายพันธุ์ และคัดเลือกเฉพาะตันที่มียุมดี รสชาติอร่อย จากต้นเดิม เมื่อนำมาปลูกขยายพันธุ์บำรุงรักษา ทำให้ทุเรียนที่เติบโตรุ่นใหม่ได้คุณภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิม

รสชาติของทุเรียนกมลา มี 2 แบบ คือ ทุเรียนรุ่นเก่าที่ต้นมีอายุนานมาก ส่วนมากลูกจะไม่ใหญ่ ลูกหนึ่งจะมีแค่ 3-4 ยุมเท่านั้น ให้รสชาติที่อร่อย หอมหวานไม่เลี่ยน กลิ่นหอมเหมือนผสมกลิ่นดอกไม้ป่า ส่วนอีกแบบ คือ ทุเรียนขนาดปานกลาง และลูกโต รสจะกลมกล่อม คือ หวานมาก และบางต้นหวานออกไปทางขมเล็กน้อย เนื้อจะเปียกกว่าลูกเล็ก ที่สำคัญคือเนื้อเยอะไม่เห็นเมล็ด

ทุเรียนกมลา ถ้าจะทานให้ได้รสชาติที่ดีต้องทานกับข้าวเหนียว คือ เหนียวปิ้ง และเหนียวต้มใบมะพร้าว ทุเรียนกมลาไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน มันจะขึ้นราและเนื้อเน่าหากทิ้งไว้หลายวัน เนื่องจากเป็นทุเรียนที่สุกหล่นตามธรรมชาติ ชาวกมลาจึงเอาทุเรียนที่เหลือจากรับประทาน ไปกวนขายซึ่งจะมีราคาตกกิโลกรัมละ 300-350 บาท

สำหรับช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงฤดูกาลของทุเรียนกมลา ใครไปที่บ้านบางหวาน บ้านหัวควน ตำบลกมลา จะได้พบกับทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองในท้องถิ่นของกมลา เป็นช่วงที่ทุเรียนเริ่มสุกหล่น โดยทุเรียนกมลาจะมีขายในช่วงประมาณ 2 เดือนเท่านั้น คือเดือน มิ.ย.-ก.ค. ปีนี้พบว่าทุเรียนกมลาให้ผลดกกว่าทุกปีที่ผ่านมา ช่วงเช้าทุกวันชาวบ้านจะเข้าสวนเพื่อเก็บทุเรียนออกมาขายให้แก่พ่อค้าที่มารับซื้อถึงที่ โดยจุดที่พอค้าไปรับซื้อคือที่น้ำตกบางหวาน หมู่ที่ 1 ตำบลกมลา

สำหรับช่วงนี้ทุเรียนกมลา สุกหล่นหลายสวนรวมกันตกประมาณวัน 200-300 ลูก ราคาซื้อขายหน้าจุดรับซื้อ กิโลกรัมละ 50-80 บาท ตามขนาด ส่วนทุเรียนที่มีสภาพไม่สมบูรณ์แตก หรือมีรอยกระรอกแทะก็จะนำไปกวนทำเป็นทุเรียนกวน สำหรับเจ้าของสวนหลายรายจะไม่ขายให้แก่พ่อค้า หรือไปเก็บทุเรียนตอนสายๆ ซึ่งบรรดาพ่อค้าได้พากันกลับหมดแล้ว ก็จะนำทุเรียนมาวางขายตามหน้าบ้านหน้าร้านของตนเอง ซึ่งส่วนใหญ่จะขายให้แก่ชาวบ้านและผู้ที่สัญจรผ่านไปมา โดยเฉลี่ยตกราคาลูกละ 50-60 บาท
พลาดกันไม่ได้สำหรับความอร่อยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เมื่อถึงฤดูกาลของทุเรียนกมลา ซึ่งเป็นทุเรียนที่มีความอร่อยไม่เหมือนใคร ได้รับการขึ้นทะเบียน GI (Geographical Indication) จากกระทรวงพาณิชย์ เป็นทุเรียนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ เมื่อเดือนเมษายน ปี 2560 ที่ผ่านมา สำหรับทุเรียนกมลาเป็นทุเรียนป่า หรือทุเรียนบ้าน ที่มีมานานนับ 100 ปี ต่อมา มีการนำเมล็ดมาเพาะเพื่อขยายพันธุ์ และคัดเลือกเฉพาะตันที่มียุมดี รสชาติอร่อย จากต้นเดิม เมื่อนำมาปลูกขยายพันธุ์บำรุงรักษา ทำให้ทุเรียนที่เติบโตรุ่นใหม่ได้คุณภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิม
รสชาติของทุเรียนกมลา มี 2 แบบ คือ ทุเรียนรุ่นเก่าที่ต้นมีอายุนานมาก ส่วนมากลูกจะไม่ใหญ่ ลูกหนึ่งจะมีแค่ 3-4 ยุมเท่านั้น ให้รสชาติที่อร่อย หอมหวานไม่เลี่ยน กลิ่นหอมเหมือนผสมกลิ่นดอกไม้ป่า ส่วนอีกแบบ คือ ทุเรียนขนาดปานกลาง และลูกโต รสจะกลมกล่อม คือ หวานมาก และบางต้นหวานออกไปทางขมเล็กน้อย เนื้อจะเปียกกว่าลูกเล็ก ที่สำคัญคือเนื้อเยอะไม่เห็นเมล็ด
ทุเรียนกมลา ถ้าจะทานให้ได้รสชาติที่ดีต้องทานกับข้าวเหนียว คือ เหนียวปิ้ง และเหนียวต้มใบมะพร้าว ทุเรียนกมลาไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน มันจะขึ้นราและเนื้อเน่าหากทิ้งไว้หลายวัน เนื่องจากเป็นทุเรียนที่สุกหล่นตามธรรมชาติ ชาวกมลาจึงเอาทุเรียนที่เหลือจากรับประทาน ไปกวนขายซึ่งจะมีราคาตกกิโลกรัมละ 300-350 บาท
สำหรับช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงฤดูกาลของทุเรียนกมลา ใครไปที่บ้านบางหวาน บ้านหัวควน ตำบลกมลา จะได้พบกับทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองในท้องถิ่นของกมลา เป็นช่วงที่ทุเรียนเริ่มสุกหล่น โดยทุเรียนกมลาจะมีขายในช่วงประมาณ 2 เดือนเท่านั้น คือเดือน มิ.ย.-ก.ค. ปีนี้พบว่าทุเรียนกมลาให้ผลดกกว่าทุกปีที่ผ่านมา ช่วงเช้าทุกวันชาวบ้านจะเข้าสวนเพื่อเก็บทุเรียนออกมาขายให้แก่พ่อค้าที่มารับซื้อถึงที่ โดยจุดที่พอค้าไปรับซื้อคือที่น้ำตกบางหวาน หมู่ที่ 1 ตำบลกมลา
สำหรับช่วงนี้ทุเรียนกมลา สุกหล่นหลายสวนรวมกันตกประมาณวัน 200-300 ลูก ราคาซื้อขายหน้าจุดรับซื้อ กิโลกรัมละ 50-80 บาท ตามขนาด ส่วนทุเรียนที่มีสภาพไม่สมบูรณ์แตก หรือมีรอยกระรอกแทะก็จะนำไปกวนทำเป็นทุเรียนกวน สำหรับเจ้าของสวนหลายรายจะไม่ขายให้แก่พ่อค้า หรือไปเก็บทุเรียนตอนสายๆ ซึ่งบรรดาพ่อค้าได้พากันกลับหมดแล้ว ก็จะนำทุเรียนมาวางขายตามหน้าบ้านหน้าร้านของตนเอง ซึ่งส่วนใหญ่จะขายให้แก่ชาวบ้านและผู้ที่สัญจรผ่านไปมา โดยเฉลี่ยตกราคาลูกละ 50-60 บาท


