xs
xsm
sm
md
lg

จบปัญหาร้องเรียนในสำนักสงฆ์จอมทอง นายอำเภอ-เจ้าคณะฯ รุดเคลียร์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

สุราษฎร์ธานี - ปิดฉาก! ปัญหาวุ่นวายในสำนักสงฆ์จอมทอง ร้องกันไปมาระหว่างวัดกับผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอเวียงสระ ผอ.สำนักพุทธ เจ้าคณะอำเภอ รุดเคลียร์ทุกอย่างจบด้วยดี ระบุร้องกันไปมาไม่มีมูล

จากกรณีคณะกรรมการสำนักสงฆ์จอมทอง หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านส้อง อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยนายประเวช ลิกขะไชย อดีตนายกเทศมนตรีตำบลพรุพรี พร้อมคณะกรรมการสำนักสงฆ์จอมทอง ได้ร้องเรียนให้ตรวจสอบพฤติกรรมของผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นกรรมการสำนักสงฆ์จอมทอง โดยกล่าวหานำเงินไปใช่ส่วนตัวกว่า 300,000 บาท แล้วไม่ยินยอมคืนให้วัด ในขณะเดียวกัน นายปราโมทย์ ได้ร้องเรียนพระครูวินัยธรสาทิพย์ สุเมธโส หัวหน้าสำนักสงฆ์จอมทอง ต่อสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมแจ้งทุกข์กล่าวโทษ หัวหน้าสำนักสงฆ์จอมทอง ได้ให้ร้ายใส่ความเรื่องเงินของสำนักสงฆ์จอมทอง ว่า ตนนำเงินไปใช้จ่ายส่วนตัว

ล่าสุด ที่วัดเวียงสระ อำเภอเวียงสระ นายนพสิทธิ์ อุดมสุวรรณกุล นายอำเภอเวียงสระ พร้อมด้วย นายคุณัญพงษ์ ทหารไทย ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสุราษฎร์ธานี พระครูศิริวัฒนากร เจ้าคณะอำเภอเวียงสระ ได้เรียกพระครูวินัยธรสาทิพย์ สุเมธโส นายประเวช ลิกขะไชย กรรมการสำนักสงฆ์ และ นายปราโมทย์ ไทยฤทธิ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 มาพบปะพูดคุยที่ศาลาการเปรียญวัดเวียงสระ โดยมีชาวบ้านในพื้นที่หมู่ที่ 6 เกือบ 100 คน ได้ติดตามมาดูสถานการณ์ และให้กำลังใจ พระครูวินัยธรสาทิพย์ สุเมธโส หัวหน้าสำนักสงฆ์จอมทอง โดยใช้เวลาพูดคุยกันกว่า 1 ชั่วโมง

นายนพสิทธิ์ อุดมสุวรรณกุล นายอำเภอเวียงสระ พร้อมทุกคนจึงได้เชิญชาวบ้านเข้าไปในศาลา พร้อมชี้แจงให้ชาวบ้านทราบว่า การพูดคุยกันในวันนี้ไม่สอบสวนว่าใครผิดใครถูก เพียงให้ทุกฝ่ายมาคุยกันเพื่อหาทางออกและแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างพระสงฆ์กับผู้ใหญ่บ้าน

ซึ่งการพูดคุยกันเป็นไปด้วยดี และได้ข้อยุติเรื่องการร้องเรียนทั้งหมด โดยทางอำเภอได้สรุปเรื่องว่า การร้องเรียนทั้ง 2 ฝ่ายไม่มีมูลความจริง พร้อมขอให้ทางผู้นำชุมชน และทางพระสงฆ์ ร่วมกันพัฒนาต่อไปเพื่อความสงบสุขของชุมชน ในส่วนเรื่องเงินวัดที่หายไปนั้นไม่สืบสาวต่อไปเนื่องจากในเบื้องต้นไม่มีการยืนยันว่าผู้ใหญ่บ้านนำเงินไปใช้ส่วนตัวจึงขอยุติ

ด้าน พระครูวินัยธรสาทิพย์ สุเมธโส ได้ชี้แจ้งต่อชาวบ้านว่า เรื่องราวทั้งหมดตนไม่ติดใจเอาความและได้อโหสิกรรมให้ผู้ใหญ่บ้านทั้งหมด และเรื่องที่ผ่านมา จะไม่ขอกล่าวถึง เพื่อให้ชุมชนอยู่กันอย่างมีความสุข พร้อมขอขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจต่อสู้ในเรื่องของความถูกต้อง และขอให้กำลังใจคณะกรรมการสำนักสงฆ์ทุกๆ คนที่ถูกให้ร้ายป้ายสี และขอให้ทุกคนให้อภัยซึ่งกันและกัน หันมาจับมือร่วมกันพัฒนาสำนักสงฆ์กันต่อไป ส่วนเงินที่หายไปนั้นขอให้เป็นเรื่องของเวรกรรมก็แล้วกัน


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...