xs
xsm
sm
md
lg

กรณี “น้องพลอย” นักเรียนเก่งวิทย์ระดับโลก แต่ไร้สัญชาติไทยที่ระนอง สะท้อนทัศนคติ “คนมหาดไทย” แจ่มชัด?!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

 
คอลัมน์  :  จากนาบอนถึงริมฝั่งเจ้าพระยา
โดย  :  ยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที  ผู้ดำเนินรายการสภากาแฟช่อง NEWS1
  
น้องพลอย - น.ส.ยลฤดี ปิยะทัต
 
เรื่องราวของ “น้องพลอย-น.ส.ยลฤดี ปิยะทัต” นักเรียนจากโรงเรียนสตรีระนอง อ.เมือง จ.ระนอง เธอได้ใช้สื่อบอกเล่าเรื่องราวผ่านเฟซบุ๊กถึงเด็กที่เกิดในแผ่นดินไทย แต่ “ไร้สัญชาติไทย” เธอเป็นเด็กนักเรียนที่ได้รับการคัดเลือกให้ไปแข่งขันโครงงานวิทยาศาสตร์ว่าด้วยการคัดแยกขยะ เพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม เธอเป็นนักเรียนที่เรียนเก่ง เป็นนักกิจกรรมตัวยงของโรงเรียน ได้รับรางวัลมากมาย
 
ทำให้เธอมีโอกาสไปแข่งขันในระดับนานาชาติในโครงการ Genius Olympiad แต่ติดปัญหาคือ การเดินทางออกนอกประเทศนั้นยากลำบากมากสำหรับบุคคลไร้สัญชาติ!
 
เธอเกิดในแผ่นดินไทย เกิดที่ จ.ระนองของประเทศไทย แถมมี “คุณย่าหนูติ่น” ที่ดั่งเดิมก็เป็นคนไทย คุณย่าเป็นชาว อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เป็นอดีตครูสอนภาษาไทยเมื่อครั้งสาวๆ แต่ก็ต้องไปแต่งงานมีครอบครัวอยู่ที่ จ.เกาะสอง ในประเทศพม่า และเปิดร้านค้าขายของเบ็ดเตล็ดที่นำไปจากฝั่งไทย โดยคุณย่ายังมีพี่สาวและน้องสาวอยู่ที่ อ.กระบุรี จ.ระนอง มีญาติ มีรากเง่าของพี่น้องอยู่ที่ อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา
 
คุณพ่อของน้องพลอยถือเป็นลูกครึ่งไทย-พม่าชื่อ “โกทุย” เป็นนักธุรกิจเล็กๆ ที่ค้าขายอยู่ที่ระนอง และทำการค้าระหว่างเกาะสองกับ จ.ระนอง แน่นอนว่าคุณพ่อเธอเกิดที่เกาะสองดินแดนของพม่า เพราะคุณย่าแม้จะเป็นคนไทยแต่ได้ไปค้าขายตั้งรกรากอยู่ฝั่งโน้น
 
หากจะให้เลือกบ้านที่อยู่อาศัย โรงพยาบาล โรงเรียน หรือมหาวิทยาลัย แน่นอน “โกทุย” ได้เลือกมาตลอดแล้วให้ลูกสาวเกิดและเติบโตในแผ่นดินไทย!
 
น้องพลอยกับกิจกรรมในโรงเรียนที่แสดงออกถึงความเป็นคนไทย
 
หากน้องพลอยมิได้ดิ้นรนบอกเล่าเรื่องราวชีวิตลูกสาวแห่ง จ.ระนองว่า “เธอยังไร้สัญชาติ” เราลองหลับตาดูว่าโอกาสหรือสิทธิในชีวิตจะลำบากสักแค่ไหน การรักษาพยาบาล การดิ้นรนเพื่อโอกาสทางการศึกษา ข้อจำกัดในสิทธิในอาชีพการงาน ความฝันอนาคตชีวิตน้องพลอยจะมีอุปสรรคสักปานใด?
 
ผมอยากยกอีกกรณีหนึ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีที่แล้ว “น้องรูปี-นายสมชัย เมืองทอง” ตอนนั้นเขามีอายุ 27 ปี ด้วยความเมตตาของครูที่โรงเรียน อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ที่เข้าใจสภาพทางสังคมและประวัติของชาวบ้านกระเหรี่ยงในชุมชนดั่งเดิม เมื่อรู้ว่าเขาเป็นลูกหลานชาติพันธุ์ในแผ่นดินไทย คุณครูจึงตั้งชื่อไทยให้ใหม่ แต่ชื่อเล่นยังเรียกตามชื่นพม่า เขามีพี่สาวหนึ่งคน เมื่อโตเป็นสาวก็ถูกทำร้ายข่มเหงจนเสียชีวิต ด้วยเพราะถูกทำให้เป็นคนไร้สัญชาติ โอกาสในการแสวงหาความยุติธรรมจึงพร่องไป ส่วนแม่ของน้องสมชัย เมืองทอง เป็นชาวกระเหรี่ยง ก็เกิดในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี
 
น้องสมชัยได้รับประกาศนียบัตรเป็นลูกเสือชาวบ้าน เป็นไทยอาสาป้องกันชาติ(ทสปช.) จากกองพลทหารใน จ.กาญจนบุรี ทุกวันนี้เขาพูดไทยชัดกว่าผมเสียอีก ยินยันได้จากตอนที่เขามาเล่าความทุกข์ร้อนในรายการสภากาแฟ ทางช่อง NEWS1 เมื่อ 2 ปีที่แล้ว
 
เมื่อไปทำงานก็ได้รับค่าแรงที่มาตรฐานแบบ “คนถือบัตรสีชมพู” เดินทางไปไหนมาไหนก็ลำบาก เพราะสิทธิในการเดินทางก็จำกัด ข้ามจังหวัดไม่ได้ ไปเรียนหนังสือหวังจะเรียนสูงๆ เพื่อนำความรู้มาพัฒนาตนเองและช่วยเหลือครอบครัว โอกาสก็มืดมนตั้งแต่เขาเรียนชั้นประถม ด้วยเพราะเป็นเกษตรกรยากจน
 
บัตรสีชมพูที่ได้มาเพราะผู้ใหญ่บ้านและกำนันในพื้นที่จัดให้ ด้วยเหตุผลว่าไม่มีสูติบัตร เพราะแม่คลอดเขาที่บันไดขนำในดงในป่าของ จ.กาญจนบุรี ถึงวันนี้น้องสมชัยก็ยังไม่สามารถมีบัตรประชาชนเพื่อแสดงความเป็นคนไทยกับเขาได้เลย
 
“คุณย่าหนูติ่น” คุณย่าน้องพลอยชาวพังงาที่ไปแต่งงานกับชาวพม่าแล้วอาศัยอยู่ที่เกาะสอง
 
เกี่ยวกับเรื่องราวชีวิตคนไทยไร้สัญชาติเหล่านี้ “อ.สุนี ไชยรส” ท่านเป็นอดีตคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ปัจจุบันเป็นอาจารย์คณะนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ท่านเคยบอกเล่าให้ผมฟังไว้ในรายการสภากาแฟทาง NEWS1 ไว้ว่า
 
“ทางมหาวิทยาลัยรังสิตและมหาวิทยาลัยทักษิณได้มีการทำข้อตกลงร่วมกัน เพื่อช่วยเหลือกรมการปกครองในการอำนวยความสะดวกด้านการจัดทำเอกสาร สำรวจยืนยันตัวตนของบุคลของคนไทยพลัดถิ่นใน จ.ระนอง และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยไม่ใช้งบประมาณจากภาครัฐเลย เป็นความร่วมมือในโครงการคืนสิทธิ์ คืนศักดิ์ศรีให้กับคนไทยพลัดถิ่น...”

“...มีนักศึกษาและอาจารย์จากวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นจำนวนมากลงไปสำรวจและศึกษา เพื่อช่วยเหลือกรมการปกครองจัดทำระบบข้อมูลทางเอกสารให้คนไทยพลัดถิ่น คนเฒ่า คนแก่ที่อยู่ใน จ.ประจวบฯ ทั้งชีวิตไม่เคยมีบัตรประชาชน จากเงื่อนไขประวัติศาสตร์ การแบ่งดินแดนฝั่งตะนาวศรีประเทศไทย” 
 
อ.สุนีบอกเล่าว่า กลไกการจัดการเรื่องสิทธิของคนไร้สัญชาติ คนไทยพลัดถิ่น กลไกของกระทรงมหาดไทยดำเนินไปอย่างเชื่องช้ามาก 4 ปีเข้าไปแล้วที่ภาคประชาชน ทั้งนักวิชาการ องค์กรต่างๆ ขับเคลื่อนเพื่อช่วยกรมการปกครองในเรื่องนี้ แต่การดำเนินการเป็นไปอย่างเชื่องช้า ชีวิตจริงเมื่อพวกเขาขาดโอกาสในเรื่องสัญชาติ แน่นอนว่าก็ต้องขาดโอกาสในการรักษาพยาบาล โอกาสทางการศึกษา ภัยพิบัติธรรมชาติเกิดขึ้น พวกเขาก็จะตกหล่นในการเข้าถึงความช่วยเหลือจากรัฐ มันเป็นความเจ็บปวดของมนุษย์
 
“คนเฒ่าคนแก่ในพื้นที่อายุก็มากแล้ว บางคนบอกว่ายังตายไม่ได้ กลัวว่าหากยังไม่ได้บัตรในความเป็นคนไทย ลูกหลานก็จะลำบากยุ่งยาก ซึ่งจะมีการหารือกับกรมการปกครองในเร็วๆ นี้ มันเป็นความเจ็บปวดของมนุษย์นะ หากปัญหานี้ไม่ได้รับการแก้ไข” 
 
อ.สุนี ไชยรส
 
เรื่องราวชีวิตเกี่ยวกับโอกาสและสิทธิของ “คนไร้สัญชาติ” มีคำถามเกิดขึ้นว่า ทำไมเราปล่อยให้เรื่องแบบนี้ เกิดขึ้นในประเทศเราอย่างยาวนาน เคยมีกรณีของสังคมอย่าง “น้องหม่องทองดี” หรือ “น้องพลอย” หรือ “โค้ชเอก 13 หมูป่า” เป็นต้น
 .
ส่วน “น้องสมชัย เมืองทอง” โอกาสในสิทธิต่างๆ ของชีวิตขาดหายไปนานแล้ว อีกไม่นานเขาก็ต้องมีครอบครัว มีลูกมีหลานในแผ่นดินไทยแน่นอน!
 .
แล้ว “ทัศนคติ” หรือความคิด ความเชื่ออะไรเล่าที่ทำให้กลไกของรัฐทำเรื่องนี้เป็นไปอย่างเชื่องช้า?!
 .
จากที่เคยมีการทำการศึกษาไว้เมื่อปี 2551 ของคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีตัวเลขระบุไว้ชัดว่า บุคคลไร้รัฐหรือไร้สัญชาติมีถึง 4 แสนคน
 
การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การเปิดโอกาสในสิทธิและโอกาสการพัฒนาคน ให้ลูกหลานเยาวชนที่เกิดในดินแดนของประเทศไทย ควรมีโอกาสในสิทธิที่จะได้รับศึกษาอย่างกว้างขวาง สภาวะการไร้สัญชาติในลูกหลานเยาวชนในชาติจึงไม่ควรจะเกิดขึ้น ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของรัฐและกลไกที่เกี่ยวข้อง ควรมีนโยบายเปิดโอกาสให้กว้างที่สุด ให้เขาได้มีโอกาสที่จะได้รับสิทธิของความเป็นพลเมืองไทยอย่างเต็มกำลัง
 .
เราเห็นโรงเรียนปิดร้างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราเห็นมหาวิทยาลัยในเมืองไทยหลายคณะกำลังปิดตัว เพราะภาวะการเกิดของประชากรน้อยลง เราเห็นนโยบายรัฐพยายามสร้างแรงจูงใจภาวการณ์เกิดของประชากร
 
น้องรูปี - นายสมชัย เมืองทอง
 
ดังนั้น เราคงต้องถามกับ “กระทรวงมหาดไทย” และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ลูกหลานเยาวชนอีกสักเท่าไหร่ที่เติบโตอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ทั้งกลุ่มชาติพันธุ์ หรือคนไทยพลัดถิ่น หรือลูกหลานแรงงานที่เกิดในแผ่นดินไทย ซึ่งพวกเขาเติบโตเป็นหนุ่มเป็นสาวในเขตอุตสาหกรรม เราจะออกแบบนโยบายอย่างไม่เชื่องช้า 
 
ทั้งนี้เพื่อให้เขาเหล่านี้ได้รับโอกาสในสิทธิทุกมิติของการได้รับโอกาสทางการศึกษา โอกาสในการทำงาน โอกาสที่จะได้รับการพัฒนาเป็นทรัพยากรที่มากคุณค่าแห่งรัฐ และเพื่อไม่ให้ตกหล่นในภาวะแบบ “คนไร้สัญชาติ” 
 .
ที่สำคัญมากคือ นั่นก็จะเป็นผลดีกับการพัฒนาประเทศชาติของเรามิใช่หรือครับ!!
 .


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...