ตรัง - รองผู้การภาค 9 ลงพื้นที่ จ.ตรัง ตามคดียิงถล่มผับชื่อดังเมื่อปลายปีที่แล้ว จนทำให้นักเที่ยวตาย 1 เจ็บ 7 และผู้ต้องหาหลบหนีไปพม่าก่อนถูกรวบตัวส่งกลับ ย้ำตำรวจมีพยานหลักฐานเอาผิดชัดเจน
วันนี้ (23 เม.ย.) ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง พล.ต.ต.ดำรัส วิริยะกุล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้เรียก พล.ต.ต.นุกูล ไกรทอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง พ.ต.อ.พชร ธรรมรักษา ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดตรัง และ พ.ต.ท.ประเสริฐ สงแสง รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.เมืองตรัง มาแจงถ้อยคำสำนวนคดี นายชยพล หรืออาคม เสียมไหม อายุ 34 ปี หรือฉายา “คม แหลมสอม” ผู้ต้องหาในคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พยายามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในเมือง ที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้มีอาวุธปืนติดตัวและไม่มีเหตุอันสมควร
หลังจากที่ นายชยพล หรือคม แหลมสอม ได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืน 11 มม. ยิงใส่นักท่องเที่ยวภายในสถานบันเทิงชื่อดัง จ.ตรัง “โรงเหล้ามหานคร” ต.ทับเที่ยง อ.เมือง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 7 คน เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 โดยผู้ต้องหาพยายามหลบหนีออกนอกประเทศที่ด่านพรมแดนประเทศพม่า แต่ถูกเจ้าหน้าที่พม่าจับกุมตัวได้และส่งกลับให้ทางการไทยนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยถึง จ.ตรัง เมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมา และพนักงานสอบสวนได้นำตัวไปฝากขังศาลจังหวัดนัดแรกแล้วเมื่อวันที่ 21 เมษายน ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ พล.ต.ต.ดำรัส ใช้เวลาในการรับฟังการแจกแจงรายละเอียดของสำนวนคดีนานกว่า 1 ชม. พร้อมเสนอแนะแนวทางในการสอบปากคำพยานบุคคล การเสาะแสวงหาพยานแวดล้อม เพื่อนำมารวบรวมไว้เป็นพยานหลักฐานให้แน่นหนา โดยเฉพาะหลักฐานสำคัญ ทั้งการสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ วัตถุพยาน กระสุนปืน ปลอกกระสุน ทั้งที่ตกในจุดเกิดเหตุ รวมทั้งที่เก็บได้จากผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจะต้องตรงกัน ส่วนอาวุธปืนสังหารจนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังติดตามตรวจยึดไม่ได้
พล.ต.ต.ดำรัส วิริยะกุล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 กล่าวว่า จากการที่ได้ตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายได้แล้ว เชื่อว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินการสั่งฟ้องผู้ต้องหารายนี้ ไม่มีอะไรให้น่าเป็นห่วง ส่วนจะมีใครเกี่ยวข้องหรือสนับสนุนให้ผู้ต้องหาก่อเหตุในคืนดังกล่าวเพิ่มเติมหรือไม่ ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนมีหลักฐานหลายอย่าง รวมถึงขั้นตอนการกระทำความผิดต่างๆ โดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพได้ ซึ่งรายละเอียดต่างๆ อยู่ในสำนวนการสอบสวนทั้งหมดแล้ว ส่วนอาวุธปืนที่ผู้ต้องหาใช้ในการก่อเหตุและทางเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถติดตามตรวจยึดคืนมาได้ก็ไม่เป็นปัญหา เพราะมีวัตถุพยานและพยานหลักฐานอีกหลายอย่างปรากฏชัดแน่นหนาสมบูรณ์ในการยืนยันการกระทำความผิดอยู่แล้ว
ส่วนคดีเก่าที่ นายชยพล หรือคม แหลมสอม ร่วมกับพวกใช้อาวุธปืนสงคราม M16 ไล่ยิงถล่มนักท่องเที่ยวที่ออกจากสถานบันเทิงเดียวกัน เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 8 สิงหาคม 2560 จนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 คน แต่หลังตำรวจส่งสำนวนคดีให้อัยการพิจารณาคดีสั่งฟ้อง ปรากฏว่า อัยการสั่งไม่ฟ้อง เป็นเหตุให้ฝ่ายตรวจสอบสำนวนกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ซึ่งพบหลักฐานข้อเท็จจริงสำคัญที่ยืนยันว่าผู้ต้องหากระทำความผิด จึงมีความเห็นแย้งว่าสมควรส่งฟ้องผู้ต้องหา และได้ส่งเรื่องไปให้อัยการสูงสุดพิจารณา ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอการพิจารณาชี้ขาดของอัยการสูงสุด
ด้าน พ.ต.ท.ประเสริฐ สงแสง รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.เมืองตรัง กล่าวว่า สำนวนคดียิงถล่มผับชื่อดังจะเร่งทำให้แล้วเสร็จ และส่งให้อัยการได้ภายใน 3 ฝาก หรือภายใน 36 วัน ส่วนผู้ต้องหาทราบว่าในวันที่พนักงานสอบสวนนำตัวฝากขังศาลจังหวัดตรังนัดแรก เมื่อวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมานั้น ทางครอบครัวพยายามยื่นต่อศาลเพื่อขอประกันตัวผู้ต้องหาเป็นหลักทรัพย์สูงถึง 1.5 ล้านบาท แต่ศาลไม่อนุญาตตามที่พนักงานสอบสวนได้คัดค้านไป เนื่องจากศาลได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเกรงผู้ต้องหาจะหลบหนีอีก เนื่องจากหลังก่อเหตุมีพฤติการณ์หลบหนีออกนอกประเทศ และถูกจับกุมได้ที่ประเทศพม่า


