xs
xsm
sm
md
lg

ถล่มยิงฐานทหารตากใบพังยับ คนเจ็บ 3 ล่าสุดปลอดภัย ไฟไหม้วอดรถยนต์ 4 คัน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


 
นราธิวาส - คนร้ายลอบวางระเบิดฐานปฏิบัติการกองร้อยป้องกันชายแดนที่ 2 ใน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส พังเสียหายยับ ตรวจสอบพบโครงหลังคาทับรถพังเสียหาย 4 คัน มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย ล่าสุดอาการปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.ดุษฏี ชูสังกิจ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส, พ.ต.ท.ประจวบ นิ่มเรือง หัวหน้าชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด หน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และ ร.ต.ท.วัฒนา ธุรารัตน์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.ตากใบ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหารจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบฐานปฏิบัติการกองร้อยป้องกันชายแดนที่ 2 ซึ่งตั้งอยู่หมู่ 3 บ้านศรีพะงัน ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส หลังถูกคนร้ายวางระเบิด และยิงถล่มฐาน เหตุเกิดในช่วงเวลา 22.38 น. ของคืนวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา

โดยเมื่อถึงที่เกิดเหตุพบว่า ที่บริเวณถนนตัดผ่านหน้าฐาน ซึ่งเป็นจุดคนร้ายลอบวางระเบิด ทำให้ถนนคอนกรีตแตกเสียหายเป็นวงกว้าง 1 เมตร และที่บริเวณอาคารสำหรับไว้เป็นที่จอดเรือยนต์ของหน่วย ซึ่งมีขนาด 8 คูณ 8 เมตร ที่อยู่ริมตลิ่งของแม่น้ำสุไหงโก-ลก อยู่ในสภาพถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายทั้งหลัง เหลือเพียงแต่โครงไม้ให้เห็น

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบภายในฐาน ซึ่งอยู่ตรงประตูทางเข้า พบอาคารน็อกดาวน์ที่ใช้สำหรับเป็น บก.ร้อย ได้รับความเสียหาย 1 หลัง โดยโครงของอาคารน็อกดาวน์ได้พังลงมาทับรถยนต์กระบะ และรถยนต์เก๋ง จำนวน 4 คัน ได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้ ประกอบด้วย

1.รถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ด สีเทาดำ ทะเบียน ขต 5820 สงขลา 2.รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีดำ ทะเบียน ฒย 2446 กทม. 3.รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ ทะเบียน บจ 3669นครศรีธรรมราช และ 4.รถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า สีน้ำเงิน ทะเบียน กค 4523 กระบี่

ซึ่งในที่เกิดเหตุมีซากเศษชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่อง ที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิกหนัก 25 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสารตกกระจายเกลื่อนทั่วบริเวณ และส่วนหนึ่งได้ตกลงไปในแม่น้ำสุไหงโก-ลก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐาน
 

 
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบที่บริเวณถนนหลังฐาน ซึ่งห่างไปประมาณ 100 เมตร พบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 และอาก้าจำนวนกว่า 50 ปลอก ตกอยู่ริมไหล่ถนน พร้อมด้วยซากเศษชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องชนิดไปป์บอมบ์ ตกอยู่จำนวน 2 จุด ซึ่งห่างกันประมาณ 5 เมตร เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานเช่นกัน

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุคนร้ายประมาณ 5-6 คน พร้อมอาวุธปืนครบมือได้แฝงตัวมากับความมืด ใช้ถนนหลังฐานเป็นบังเกอร์ ก่อนจะใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 และอาก้า ยิงถล่มใส่ฐาน จากนั้นเจ้าหน้าที่ทหารที่อยู่ในฐานได้แยกย้ายกำลังไปที่บริเวณด้านหลังของฐาน เพื่อยิงตอบโต้ใส่กลุ่มคนร้ายนานประมาณ 5 นาที เมื่อกลุ่มคนร้ายเห็นว่าเจ้าหน้าที่ทหารทั้งหมดได้แยกย้ายกันไปตอบโต้ที่บริเวณหลังฐาน

ส่วนคนร้ายอีกชุดหนึ่งได้แอบขี่รถจักรยานยนต์ 3 ล้อพ่วงข้าง ที่บรรทุกระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในถังแก็สปิกนิกหนัก 25 กิโลกรัม จุดชนวนระเบิดด้วยวิทยุสื่อสาร ที่คนร้ายได้ใช้ถังพลาสติกที่ใช้สำหรับบรรจุน้ำดื่มสีขาว ตัดก้นถังแล้วนำมาครอบระเบิดไว้ เพื่อใช้อำพรางในขณะขนย้ายระเบิด มาวางที่บริเวณริมถนนหน้าฐาน แล้วคนร้ายได้หลบหนีไป พร้อมทั้งได้ทำการจุดชนวนระเบิดขึ้น ส่งผลทำให้เสียงดังสนั่นหวั่นไหว สะเก็ดระเบิดได้กระเด็นไปถูกอาคารสำหรับใช้เป็นที่จอดเรือได้รับความเสียหายทั้งหลัง และสะเก็ดระเบิดได้กระเด็นไปถูกอาคารน็อกดาวน์ที่ใช้เป็น บก.ร้อย พร้อมเกิดเพลิงลุกไหม้ได้รับความเสียหาย
 

 
โดยขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งตั้งฐานอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุได้นำกำลังมาสนับสนุน คนร้ายเห็นจวนตัวจึงได้นำกำลังล่าถอยไป โดยได้ใช้ระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ขว้างอีก จำนวน 2 ลูก เพื่อสกัดกั้นการติดตามของเจ้าหน้าที่ และเมื่อคนร้ายได้พากับหลบหนีไปแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้วิ่งมาช่วยกันดับไฟ แต่ด้วยกระแสลมแรงทำให้เปลวไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว จนเจ้าหน้าที่ไม่สามารถควบคุมต้นเพลิงไว้ได้

ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ประกอบด้วย 1.จ.ส.อ.ชนะ จันทวงศ์ อายุ 42 ปี ซึ่งมีบาดแผลถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณหน้าท้อง 2.พลทหารอุเทน จันทร์มณี อายุ 23 ปี ซึ่งมีบาดแผลถูกสะเก็ดระเบิดที่ข้อเท้า และ 3.นายอาฟิ เจ๊ะสือแม อายุ 24 ปี ซึ่งเป็นชาวบ้านกำลังรับจ้างแบกลูกมะพร้าวลงเรือส่งประเทศมาเลเซีย ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 40 เมตร มีบาดแผลถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณศีรษะ เจ้าหน้าที่ทหารได้นำตัวส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลตากใบ ในช่วงคืนที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว

ต่อมาเจ้าหน้าที่ทหารได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย ซึ่งเป็นชาวบ้านจำนวนหนึ่ง ที่กำลังรับจ้างแบกมะพร้าวอยู่ที่บริเวณท่าเทียบเรือใกล้กับจุดเกิดเหตุ เพื่อทำการสอบสวนปากคำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือพัวพันด้วยหรือไม่ หากไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเจ้าหน้าที่จะทำการบันทึกประวัติไว้แล้วปล่อยตัวกลับ ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดีเพื่อลอบดักสังหารเจ้าหน้าที่