xs
xsm
sm
md
lg

บทเรียนราคาแพง! “เมาแล้วขับ” เสียหาย 80 ล้านบาท ทั้งชีวิตก็หาคืนไม่ได้

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

รายงานโดย...ศูนย์ข่าวหาดใหญ่

 
เพียงไม่กี่วินาที ที่รถเก๋งของ “นายพฤหัส แซ่จิว” วัย 26 ปี พุ่งเข้าชนบางกอกลิฟวิ่งมอลล์ ร้านขายเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ๋ใน อ.หาดใหญ่ กลับสร้างความเสียหายให้แก่ “บังฉ่ำ” นายอัชอารีย์ วันดับดุลเลาะฮ์ อายุ 50 ปี เจ้าของร้าน เป็นเงินกว่า 80 ล้านบาท เงินที่ใช้เวลาสะสมมาตลอด 25 ปี!

เมื่อรถเก๋งโตโยต้าโคโรล่า สีเทา ทะเบียน ขท 1452 สงขลา เกิดเสียหลักพุ่งเข้าไปในร้าน ในเวลา 03.00 น. วันที่ 18 ก.พ. จังหวะนั้นเอง ท้องรถได้กระแทกกับขอบปูน แล้วครูดไปกับพื้นจนเกิดประกายไฟ บวกกับสายน้ำมันรั่ว ไฟจึงเริ่มลุกไหม้รถ ก่อนจะลุกลามไหม้บางกอกลิฟวิ่งมอลล์ เพียงแค่ 15 นาทีเท่านั้น ไฟก็ลามไปทั่วทั้งร้าน พนักงานดับเพลิงจากทั้งเทศบาลนครหาดใหญ่และเทศบาลเมืองคอหงส์ต้องระดมฉีดน้ำดับไฟนานเกือบ 3 ชั่วโมง จึงควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้


โชคยังดีที่ “บังฉ่ำ” กับลูกน้องอีกหลายชีวิต นอนพักอยู่ที่อาคารอีกหลัง จึงรอดพ้นจากกองเพลิง พากันหนีออกมาพร้อมกับนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ออกมาได้ 15 คัน แต่ก็มีทรัพย์สินของลูกน้องบางคน ที่เสียหาย เพราะมีห้องพักอยู่ในอาคารที่ไฟไหม้ เช่น นายบัญญัติ อินหมัด ที่ต้องซื้อเครื่องใช้และเสื้อผ้าใหม่ทั้งหมด

ตัวนายพฤหัสเอง ก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด ชะรอยดวงยังไม่ถึงฆาต ที่ฝั่งตรงข้ามถนน ไม่ไกลจากกันนั้น มีด่านความมั่นคงตั้งอยู่ ทหารประจำด่านเห็นเหตุการณ์ ได้พากันวิ่งข้ามถนนเข้ามาช่วยกันดึงร่างนายพฤหัส ที่เมามายแทบไม่ได้สติออกมาทัน หวุดหวิดถูกย่างสดคารถของตัวเอง


แม้จะสูญเสียไปถึง 80 ล้านบาท โดยที่ทั้งรถเก๋งคันต้นเหตุและร้านเฟอร์นิเจอร์ ต่างก็ไม่ได้ทำประกันภัยไว้ และคู่กรณีอย่างนายพฤหัสก็มีผลตรวจแอลกอฮอล์ออกมาชัดเจนแล้วว่า “เมาแล้วขับ” อย่างแน่นอน แต่ “บังฉ่ำ” เจ้าของร้านก็พร้อมให้อภัย พร้อมจะเปิดโอกาสให้มาพูดคุย เพื่อหาทางออกร่วมกันว่าจะมีความสามารถชดใช้ได้เท่าไหร่ และวันที่ทั้งคู่ได้มาพบกัน ใบหน้าของ “บังฉ่ำ” ยังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เขากล่าวพร้อมพยุงร่างของนายพฤหัสและแม่ที่ก้มลงกราบเท้าว่า  
 
“เราอยู่ในโลกใบเดียวกันก็เหมือนอยู่บ้านเดียวกัน ผมให้อภัยตั้งแต่วันแรกแล้ว ไม่เคยถือโทษโกรธแค้น ความผิดพลาดทั้งหมดก็ได้เกิดขึ้นมาแล้ว มาหาวิธีแก้กันต่อไป”

นี่เป็นอีกหนึ่งของตัวอย่างความสูญเสียที่เกิดจากการ “เมาแล้วขับ” แม้จะไม่มีใครเสียชีวิต แต่ก็ทำให้ความพยายามตลอด 25 ปีของผู้ชายคนหนึ่ง หายไปกับกองเพลิงในเวลาเพียงแค่ 15 นาที และก็ทำให้ผู้ชายอีกคน ที่ยังมีอนาคต เป็นความหวังของครอบครัว ต้องตกอยู่ในสภาพจำเลยในคดีเมาแล้วขับและทำให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย
 
รวมทั้ง ยังสร้างความทุกข์ใจให้แก่ตนเองและครอบครัว กับภาระหนี้สิน ที่ทั้งชีวิตนี้ ก็ไม่อาจจะชดใช้ได้ทั้งหมด
 



Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...