xs
xsm
sm
md
lg

ฮือฮา ! แหล่งท่องเที่ยวใหม่ ลุงวัย 71 ทิ้งสวนปาล์มหลังมาปลูกองุ่นได้ผลดีเกินคาด

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ชุมพร - ฮือฮา ! คุณลุงวัย 70 ปี ทิ้งสวนปาล์มหลังราคาตกต่ำหันมาทดลองปลูกองุ่นไร้เมล็ดประสบความสำเร็จอย่างเหลื่อเชื่อ ตกผลผลิตดีเกินคาด ชาวบ้านแห่ไปชื่นชมกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวไปโดยปริยาย

วันนี้ ( 10 มี.ค.) ที่บ้านเลขที่ 38 หมู่ 5 ตำบลท่าแซะ จ.ชุมพร ผู้สื่อข่าวเดินทางเข้าพบกับ นายอำไพ ทิพย์บัณฑิต อายุ 71 ปี ผู้พลิกวิกฤตจากปาล์มน้ำมันราคาตกหันมาปลูกองุ่นไร้เมล็ดเป็นอาชีพเสริมจนประสบความสำเร็จ ต้นองุ่นให้ผลผลิตจำนวนมากจนมีชาวบ้านแห่ไปชมการปลูกองุ่นแห่งแรกของจังหวัดชุมพร จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวไปโดยปริยาย

สำหรับสวนองุ่นไร้เมล็ดของ”ลุงอำไพ” อยู่ห่างจากโรงเรียนประชานิคม 4 ประมาณ 400 เมตร อยู่ริมถนนลูกรัง เป็นสวนองุ่นที่ปลูกอยู่ภายในโรงเรือนขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 50 เมตร จำนวน 2 โรงเรือนติดกัน คลุมด้วยพลาสติกใส รอบโรงเรือนกั้นด้วยตาข่ายอวนดำ โดยมีคุณลุงอำไพ กำลังให้ความรู้กับเด็กนักเรียน คุณครู และชาวบ้าน ที่มาศึกษาหาความรู้การปลูกองุ่นไร้เมล็ด

คุณลุงอำไพ เปิดเผยว่า ตนเองมีที่ดินกว่า 40 ไร่ และ ปลูกปาล์มน้ำมันประมาณ 30 ไร่ ส่วนที่เหลือได้ปลูกพืชผักตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงใช้ทำเป็นอาหารในครัวเรือน พร้อมจัดสรรพื้นที่เลี้ยงไก่ไข่ อีกกว่า 50 ตัว แต่ด้วยปาล์มน้ำมันซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจของภาคใต้ประสบภาวะราคาตกต่ำ ราคาไม่แน่นอน จึงได้ปรึกษากับคนในครอบครัวว่า เราต้องหาอาชีพเสริมทำไม่อย่างนั้นเราจะลำบาก ซึ่งลูกๆ บอกว่าลองปลูกองุ่นไร้เมล็ดกันดูเพราะยังไม่มีเกษตรกรคนใดปลูกในจังหวัดชุมพร

ลุงอำไพ กล่าวว่า ตนพร้อมลูกชายจึงได้ชวนกันไปอบรมที่สวนหลวงปางดะ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นแหล่งปลูกองุ่นสายพันธุ์ดี หลังจากที่อบรมเสร็จ 3 วัน จึงได้แวะซื้อพันธุ์องุ่นแบล็คโอปอลสายพันธุ์ออสเตรเลียลักษณะผลทรงกลมรียาวสีแดงอมม่วง เปลือกผลไม่มีรสฝาด ผิวบางไม่แตกง่ายเนื้อแน่นรสหวานกรอบติดผลดกเป็นพวงแน่น และ พันธุ์บิวตี้ซีดเลส สายพันธุ์อเมริกา ลักษณะผลทรงกลมสีดำผลมีขนาดเล็กกว่า ทั้งสองสายพันธุ์ไร้เมล็ด

ทดลองซื้อมาสายพันธุ์ละ 14 ต้น ก่อนจะนำมาปลูกในโรงเรือนที่เตรียมไว้ ตั้งแต่ 1 ปี ที่ผ่านมา จนกระทั่งมาถึงวันนี้ผ่านไป 1 ปี สิ่งที่ตั้งใจไว้ก็ปรากฏให้เห็นชัดเจนว่าพื้นที่ภาคใต้ของจังหวัดชุมพร ถึงแม้จะมีอากาศร้อนมากแต่ก็มีฝนตกชุก สามารถปลูกองุ่นได้ไม่แพ้ทางภาคเหนือเลยทีเดียว

ลุงอำไพ กล่าวต่อว่า การปลูกองุ่นไร้เมล็ดใน จ.ชุมพร ถือเป็นการนำร่อง เพราะตอนแรกไม่มั่นใจว่ามันจะปลูกให้ออกผลผลิตได้เพราะ จ.ชุมพรมี 2 ฤดู คือ ฤดูร้อนกับฤดูฝนเท่านั้นไม่มีหน้าหนาว แต่สามารถปลูกองุ่นประสบผลสำเร็จติดผลผลิตดีอีกด้วย ตนรู้สึกดีใจตอนนี้กำลังขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มอีก 3 โรงเรือน มีทั้งแปลงโชว์ แปลงสาธิต และแปลงเก็บเกี่ยวผลผลิต และ จะปลูกต่างสายพันธุ์กัน เพื่อจะทำสถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดชุมพรอีกแห่งหนึ่งด้วย

ส่วนใครที่ต้องการศึกษาดูงาน และ ต้องการจะนำองค์ความรู้ที่ได้ไปๆทดลองปลูกตนก็จะถ่ายทอดในสิ่งที่รู้ให้ แต่สิ่งที่สำคัญในการปลูกพืชแต่ละชนิดนั้นขั้นตอนแรกให้นำดินไปตรวจสอบเพื่อหาค่าของดินว่าขาดสารอาหารชนิดใด แล้วนำสิ่งที่ขาดมาใส่เติมเพื่อปรับปรุงสภาพดินให้เหมาะกับพืชนั้นๆ จากนั้นก็จะเป็นขั้นตอนวิธีการรักษาดูแล

ลุงอำไพ กล่าวต่อว่า หลังจากที่ปลูกได้ 7- 8 เดือน องุ่นก็เริ่มจะออกดอกผล จากนั้นอีกราว 4 เดือน ก็เก็บผลได้ และ ช่วงที่ออกช่อผลก็ต้องคัดตัดผลออกทิ้งบ้าง เพื่อไม้ให้แน่นมาก เพื่อให้ช่อหลวมๆ ผลที่เหลือจะได้โตและสมบูรณ์ มีราคาตามตลาดต้องการ ส่วนผลผลิตที่ออกสู่ตลาดได้ตั้งราคาขายไว้กิโลกรัมละ 200 บาท เพราะองุ่นที่ปลูกปลอดจากสารพิษ สารเคมี เป็นองุ่นที่ปลอดสารพิษ 100% และ ตามมาตรฐาน GPA ของระบบการผลิตที่ถูกต้องในฟาร์มองุ่นแห่งนี้ โดยพิจารณาตั้งแต่พื้นที่การปลูก การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว และการจัดการหลังเก็บเกี่ยว เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพมีลักษณะตรงตามความต้องการและมีความปลอดภัยต่อการบริโภค

ขณะที่ นางสาวศรัณยา กาเลี่ยง นายพีระภัทร์ บุญสงค์ ครูโรงเรียนราษฎร์ประชานุเคราะห์ 20 ที่นำนักเรียนมาศึกาดูงาน บอกว่าหลังจากทราบว่าคุณลุงปลูกองุ่นได้ผลผลิตดี ไม่แพ้ทางภาคเหนือ จึงได้พานักเรียนมาดูเพื่อศึกษาเรียนรู้ และ ที่สำคัญแทบไม่เชื่อว่าภาคใต้ของเราที่มีฝนตกหนักตลอดและร้อนจัดจะสามารถปลูกองุ่นให้ออกดอกออกผลได้ และเมื่อเป็นไปได้สวนองุ่นแห่งนี้นอกจากจะเป็นแหล่งเรียนรู้แล้วยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกด้วย



Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...