สุราษฎร์ธานี - ทช.สุราษฎร์ธานี ลุยขอคืนพื้นที่ชายฝั่งทะเลจากกลุ่มผู้บุกรุกกว่า 3,500 ไร่ ปักแนวเขตจัดทำเป็นพื้นที่สาธารณะให้ชาวประมงพื้นบ้านมีพื้นที่ออกหากิน เดินหน้าขอคืนอีก 5,000 ไร่

นายวิษณุ แจ้งใจ ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการมีส่วนร่วม สำนักบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 (ทช.ที่ 5) จังหวัดสุราษฎร์ธานี นำเจ้าหน้าที่พร้อมอาสาสมัครพิทักษ์ทะเลกว่า 50 นาย เข้าดำเนินการปักหลักแนวเขตในพื้นที่ทะเลชายฝั่งตำบลท่าทอง อำเภอเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเร่งนำพื้นที่มาเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ ในโครงการ ป่า-เล ชุมชน

พร้อมดำเนินการสร้างบ้านปลาตามภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ให้สัตว์น้ำที่หลากหลายเข้ามาอยู่อาศัยขยายพันธุ์ และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำที่ประกอบด้วย หอยแครง หอยไฟไหม้ หอยขาว และพ่อพันธุ์แม่พันธุ์กุ้ง ปู ปลา ตามความเหมาะสมแต่ละพื้นที่ เพื่อเป็นการเร่งฟื้นฟูสัตว์น้ำให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้นตามกฎกติกาของโครงการ ป่า-เล ชุมชน เพื่อให้กลุ่มชาวประมงพื้นบ้านได้มีพื้นที่ทำการประมงจับสัตว์น้ำไปจำหน่ายในท้องตลาดเพื่อเป็นการส่งเสริมอาชีพประมงพื้นบ้านให้ยั่งยืนมั่นคงต่อไป

ซึ่งก่อนหน้านี้ ทางภาครัฐได้รับเรื่องร้องเรียนความเดือดร้อนจากชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่า ตามแนวชายฝั่งไม่มีพื้นที่ให้ออกทำการประมงได้ เนื่องจากตลอดแนวชายฝั่งได้ถูกกลุ่มผู้มีอิทธิพลต่างๆ ได้เข้าบุกรุกยึดครอบครอง จึงไม่สามารถออกไปทำการประมงได้ ไม่มีรายได้ ส่งผลทำให้ครอบครัวได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก
นายวิษณุ แจ้งใจ ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการมีส่วนร่วม สำนักบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 (ทช.ที่ 5) จังหวัดสุราษฎร์ธานี นำเจ้าหน้าที่พร้อมอาสาสมัครพิทักษ์ทะเลกว่า 50 นาย เข้าดำเนินการปักหลักแนวเขตในพื้นที่ทะเลชายฝั่งตำบลท่าทอง อำเภอเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเร่งนำพื้นที่มาเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ ในโครงการ ป่า-เล ชุมชน
พร้อมดำเนินการสร้างบ้านปลาตามภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ให้สัตว์น้ำที่หลากหลายเข้ามาอยู่อาศัยขยายพันธุ์ และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำที่ประกอบด้วย หอยแครง หอยไฟไหม้ หอยขาว และพ่อพันธุ์แม่พันธุ์กุ้ง ปู ปลา ตามความเหมาะสมแต่ละพื้นที่ เพื่อเป็นการเร่งฟื้นฟูสัตว์น้ำให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้นตามกฎกติกาของโครงการ ป่า-เล ชุมชน เพื่อให้กลุ่มชาวประมงพื้นบ้านได้มีพื้นที่ทำการประมงจับสัตว์น้ำไปจำหน่ายในท้องตลาดเพื่อเป็นการส่งเสริมอาชีพประมงพื้นบ้านให้ยั่งยืนมั่นคงต่อไป
ซึ่งก่อนหน้านี้ ทางภาครัฐได้รับเรื่องร้องเรียนความเดือดร้อนจากชาวประมงพื้นบ้านในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่า ตามแนวชายฝั่งไม่มีพื้นที่ให้ออกทำการประมงได้ เนื่องจากตลอดแนวชายฝั่งได้ถูกกลุ่มผู้มีอิทธิพลต่างๆ ได้เข้าบุกรุกยึดครอบครอง จึงไม่สามารถออกไปทำการประมงได้ ไม่มีรายได้ ส่งผลทำให้ครอบครัวได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก


