นราธิวาส - มูลนิธิปูลังกำปง จับมือ อ.ส.ค. ลุยพื้นที่สีแดง อ.จะแนะ จ.นราธิวาส สำรวจเตรียมสร้างศูนย์ฟาร์มเรียนรู้การผลิตโคนมครบวงจร ยันสร้างอาชีพสร้างรายได้สู่ประชาชนอย่างยั่งยืน เสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่
วันนี้ (10 ม.ค.) น.ต.สนั่น กัณหาชาติ ประธานมูลนิธิปูลังกำปง พร้อมด้วย นายดนัย สายนุ้ย หัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนาการเลี้ยงโคนม องค์การส่งเสริมโคนม แห่งประเทศไทย หรือ อ.ส.ค. และคณะได้เดินทางลงไปตรวจเยี่ยมดูงานในพื้นที่ โครงการบ้านเศรษฐกิจพอเพียงและฟาร์มตัวอย่าง ในโครงการพระราชดำริฯ บ้านไอบือแต ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส โดยผู้จัดการฟาร์มตัวอย่างให้การต้อนรับ พร้อมบรรยายสรุปข้อมูลทั่วไปในโครงการฯ ซึ่งมีพื้นที่ 1,718 ไร่ มีที่อยู่อาศัย 150 หลัง และมีประชาชนในฟาร์มทั้งหมด 323 คน โดยกิจกรรมดำเนินงานด้านการเกษตรแบ่งเป็นสวนปาล์ม 660 ไร่ สวนไผ่ 7 ไร่ สวนมะนาว 5 ไร่ ด้านปศุสัตว์ เลี้ยงวัวโคนม จำนวน 34 ตัว ผลผลิตนมวัวต่อตัวต่อวัน ประมาณ 10 ลิตร รวม 150 ลิตรต่อวัน ส่วนใหญ่นำมาผลิตเป็นไอศกรีมเพื่อจำหน่ายในพื้นที่ใกล้เคียง
จากนั้น ทางคณะได้เดินทางไปบริเวณบ้านไอกรอส หมู่ 6 ต.จะแนะ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส เพื่อดูสถานที่ และพื้นที่ที่จะจัดทำเป็นที่ตั้งศูนย์ฟาร์มเรียนรู้และการผลิตโคนม อ.จะแนะ จ.นราธิวาส บนเนื้อที่เบื้องต้น 718 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่สวนยางพารา ลักษณะเป็นเนินไม่สูงชัน มีถนนตัดผ่านอำนวยความสะดวก โดยทางคณะฯ พึงพอใจกับเนื้อที่ และขอให้มีการขยายเพื่อซื้อพื้นที่ในการจัดพื้นที่ฟาร์มแบบครบวงจร ในเนื้อที่ไม่น้อยกว่า 1,700 ไร่
ต่อมา นางพาตีเมาะ สะดียามู รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส และคณะฯ ได้พบปะและพูดคุยกับประชาชนที่บริเวณหน้าสำนักงาน อบต.จะแนะ จ.นราธิวาส เพื่อรับฟังความคิดเห็น ซึ่งมีประชาชนในพื้นที่ จ.ยะลา ปัตตานี และ จ.นราธิวาส ร่วมกว่า 500 คน เข้าร่วมรับฟัง ทั้งนี้ ประชาชนต่างแสดงความดีใจ และพร้อมให้ความร่วมมือกับผู้เกี่ยวข้องดังกล่าว
ด้าน น.ต.สนั่น กัณหาชาติ ประธานมูลนิธิปูลังกำปง กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า มูลนิธิน้อมนำศาสตร์พระราชา ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินการ ทั้งนี้ การเลือกพื้นที่พิเศษ คือ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส จัดดำเนินการโครงการ 2 พื้นที่ คือ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เป็นพื้นที่ทางทะเล และพื้นที่ทางบก คือ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ทั้ง 2 พื้นที่อยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หลายคนมองเป็นพื้นที่เสี่ยง แต่การลงทุนเพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้เกิดขึ้นแก่พี่น้องประชาชน ท้องอิ่ม คุณภาพชีวิตดีขึ้น เป็นเหตุผลที่มูลนิธิปูลังกำปง และ อ.ส.ค. จะดำเนินการให้บรรลุผล เพื่อสร้างศูนย์ฟาร์มเรียนรู้โคนม และการผลิต ตลอดจนขยายปศุสัตว์นมสัตว์อื่นๆ ในอนาคต โดยการผลิตที่ถูกหลักอนามัย ถูกหลักวิชาการ และถูกต้องตามโภชนาการฮาลาล ที่นี่จะเป็นศูนย์การผลิตแห่งหนึ่งที่มองถึงการตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในโลกมุสลิมกว่า 200 ประเทศทั่วโลก ประชาชนจะได้ความรู้ในการเรียนรู้ ในศูนย์เรียนรู้อย่างถูกต้อง สร้างอาชีพรายได้ให้คนในพื้นที่ เสริมสร้างความมั่นคงให้เกิดขึ้นกับพื้นที่ ตอบสนองนโยบายรัฐ มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน
นายดนัย สายนุ้ย หัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนาการเลี้ยงโคนม องค์การส่งเสริมโคนมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากการพบประชาชน และลงพื้นที่ในครั้งนี้ ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ จุดภูมิศาสตร์ ภูมิประเทศ และความอุดมสมบูรณ์ แหล่งน้ำธรรมชาติ ที่จะทำเป็นพื้นที่ศูนย์ฟาร์มเรียนรู้โคนม ประกอบกับเป็นความต้องการของประชาชน จึงเห็นสมควรอย่างยิ่งในการดำเนินการจัดทำโครงการลงทุนดังกล่าว จากการศึกษาพื้นที่มีศักยภาพความพร้อม เมื่อการจัดทำฟาร์มฯ ครบวงจร เพราะทาง อ.ส.ค. มีนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ ประชาชนจะได้ประโยชน์ ทั้งทางกายภาพ ชีวภาพ รวมถึงการสร้างรายได้ ครอบครัวที่ดีขึ้น ในส่วนโครงการนี้มีความคืบหน้าในข้อตกลง และดำเนินการแล้วเกิน 80 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้โดยเร็ว จะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ และประชาชนในพื้นที่ด้วย