กระบี่ - สหวิชาชีพ สอบปากคำนักเรียน เหยื่อครูให้อมนกเขา ด้านครูยอมรับเครียด และพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ความจริง วอนสังคมอย่าด่วนตัดสินเรื่องที่เกิดขึ้นไม่เป็นความจริง

จากกรณีผู้ปกครองเด็กนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.เขาคราม อ.เมือง จ.กระบี่ เข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อครูชายคนหนึ่ง บังคับให้เด็กนักเรียนวัย 8-9 ปี จำนวน 8 คน อมอวัยวะเพศสำเร็จความใคร่ให้ในห้องเรียน โดยมีเหยื่อ 2 ราย มาแจ้งความไว้ที่ สภ.อ่าวนาง ซึ่งต่อมา ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จ.กระบี่ (สพป.) มีคำสั่งให้ครูคนดังกล่าวย้ายมาช่วยงานที่ สพป.เป็นการชั่วคราว ระหว่างรอผลการสอบสวนคดีว่าจะมีมูลหรือไม่
ความคืบหน้าล่าสุด เวลา 13.00 น.วันนี้ (9 ม.ค.) ที่สำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัว จ.กระบี่ พนักงานอัยการ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ่าวนาง นักจิตวิทยา จนท.บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.กระบี่ นักสังคมสงเคราะห์ ได้ร่วมกันสอบปากคำเด็กชายโรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่เป็นเหยื่อครูหนุ่มรายนี้ จำนวน 2 คน มาสอบปากคำ เพื่อใช้ประกอบสำนวน
พ.ต.อ.เชาวลิตร เพชรศรีเปีย ผกก.สภ.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ เปิดเผยว่า ภายหลังผู้ปกครอง จำนวน 2 ราย เข้าแจ้งความ ก็ได้ทำการสอบปากคำผู้ปกครองเด็กเสร็จแล้ว วันนี้ได้นำเด็กทั้ง 2 คน ไปสอบปากคำร่วมกับสหวิชาชีพ และผู้เกี่ยวข้องตามขั้นตอนทางกฎหมาย หลังจากนั้น ก็จะสอบปากคำพยานแวดล้อมเพิ่มเติม ซึ่งก็ใกล้แล้วเสร็จ เมื่อรวบรวมหลักฐานแล้ว เชื่อได้ว่าเข้าข่ายการกระทำความผิดก็จะส่งหมายเรียกไปยังครูผู้ถูกกล่าวหาให้มารับทราบข้อกล่าวหาและสอบปากคำ หากไม่มาก็จะออกหมายจับ
ส่วนข้อกล่าวหาในคดีนี้ คือ กระทำความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277(3) ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 7 ปี ถึง 20 ปี พนักงานสอบสวน สภ.อ่าวนาง จะยึดถือข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน ตัวกฎหมาย และให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งมีวิธีปฏิบัติที่ชัดเจนอยู่แล้ว ก็ไม่หนักใจในคดีนี้
ขณะที่ครูหนุ่ม นาย ต.(นามสมมติ) อายุ 30 ปี ที่ถูกกล่าวหา ชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า ตนยืนยันว่าไม่ได้ทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา ตนเองก็สงสัยตามที่ผู้ปกครองกล่าวอ้างว่ามเรื่องเกิดขึ้นมานานตั้งแต่ปี 2560 ทำไมถึงเพิ่งมาแจ้งความเอาเรื่อง เป็นไปได้หรือไม่ว่าอาจจะมีคนที่ไม่ชอบตนเป็นการส่วนตัว ซึ่งข่าวที่ปรากฏออกมา ตนยอมรับว่ามีความเครียด แต่ไม่อยากให้สังคมตัดสินจากข่าวที่ปรากฏออกมาทางสื่อ อยากให้รอความจริงทุกอย่างพิสูจน์ได้ทางกระบวนการของกฎหมาย
นาย ต. กล่าวอีกว่า ก่อนนี้ตนเป็นครูสอนอยู่ที่โรงเรียน ไม่เคยมีปัญหากับเด็กๆ หลังเลิกเรียน ก็จะเปิดสอนเสริมให้แก่เด็กๆ ที่บ้าน ซึ่งที่บ้านของตนก็ไม่ได้อยู่เพียงลำพัง มีลุง มีลูกพี่ลูกน้อง และเพื่อน ในแต่ละวันจะมีเด็กมาอยู่กัน 4-5 คน จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดเหตุการณ์ตามที่ถูกกล่าวหา ส่วนที่ห้องเรียน ก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากในชั่วโมงเรียนมีเด็กนักเรียนอยู่จำนวนมาก ตอนนี้ยอมรับว่าเครียด หากพิสูจน์ได้แล้วว่าตนไม่ผิดก็ยังพร้อมจะกลับมาเป็นครูตามที่ตั้งใจไว้ ตอนนี้ตนพร้อมจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อพิสูจน์ตัวเอง
จากกรณีผู้ปกครองเด็กนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.เขาคราม อ.เมือง จ.กระบี่ เข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อครูชายคนหนึ่ง บังคับให้เด็กนักเรียนวัย 8-9 ปี จำนวน 8 คน อมอวัยวะเพศสำเร็จความใคร่ให้ในห้องเรียน โดยมีเหยื่อ 2 ราย มาแจ้งความไว้ที่ สภ.อ่าวนาง ซึ่งต่อมา ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จ.กระบี่ (สพป.) มีคำสั่งให้ครูคนดังกล่าวย้ายมาช่วยงานที่ สพป.เป็นการชั่วคราว ระหว่างรอผลการสอบสวนคดีว่าจะมีมูลหรือไม่
ความคืบหน้าล่าสุด เวลา 13.00 น.วันนี้ (9 ม.ค.) ที่สำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัว จ.กระบี่ พนักงานอัยการ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ่าวนาง นักจิตวิทยา จนท.บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.กระบี่ นักสังคมสงเคราะห์ ได้ร่วมกันสอบปากคำเด็กชายโรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่เป็นเหยื่อครูหนุ่มรายนี้ จำนวน 2 คน มาสอบปากคำ เพื่อใช้ประกอบสำนวน
พ.ต.อ.เชาวลิตร เพชรศรีเปีย ผกก.สภ.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ เปิดเผยว่า ภายหลังผู้ปกครอง จำนวน 2 ราย เข้าแจ้งความ ก็ได้ทำการสอบปากคำผู้ปกครองเด็กเสร็จแล้ว วันนี้ได้นำเด็กทั้ง 2 คน ไปสอบปากคำร่วมกับสหวิชาชีพ และผู้เกี่ยวข้องตามขั้นตอนทางกฎหมาย หลังจากนั้น ก็จะสอบปากคำพยานแวดล้อมเพิ่มเติม ซึ่งก็ใกล้แล้วเสร็จ เมื่อรวบรวมหลักฐานแล้ว เชื่อได้ว่าเข้าข่ายการกระทำความผิดก็จะส่งหมายเรียกไปยังครูผู้ถูกกล่าวหาให้มารับทราบข้อกล่าวหาและสอบปากคำ หากไม่มาก็จะออกหมายจับ
ส่วนข้อกล่าวหาในคดีนี้ คือ กระทำความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277(3) ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 7 ปี ถึง 20 ปี พนักงานสอบสวน สภ.อ่าวนาง จะยึดถือข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน ตัวกฎหมาย และให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งมีวิธีปฏิบัติที่ชัดเจนอยู่แล้ว ก็ไม่หนักใจในคดีนี้
ขณะที่ครูหนุ่ม นาย ต.(นามสมมติ) อายุ 30 ปี ที่ถูกกล่าวหา ชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า ตนยืนยันว่าไม่ได้ทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา ตนเองก็สงสัยตามที่ผู้ปกครองกล่าวอ้างว่ามเรื่องเกิดขึ้นมานานตั้งแต่ปี 2560 ทำไมถึงเพิ่งมาแจ้งความเอาเรื่อง เป็นไปได้หรือไม่ว่าอาจจะมีคนที่ไม่ชอบตนเป็นการส่วนตัว ซึ่งข่าวที่ปรากฏออกมา ตนยอมรับว่ามีความเครียด แต่ไม่อยากให้สังคมตัดสินจากข่าวที่ปรากฏออกมาทางสื่อ อยากให้รอความจริงทุกอย่างพิสูจน์ได้ทางกระบวนการของกฎหมาย
นาย ต. กล่าวอีกว่า ก่อนนี้ตนเป็นครูสอนอยู่ที่โรงเรียน ไม่เคยมีปัญหากับเด็กๆ หลังเลิกเรียน ก็จะเปิดสอนเสริมให้แก่เด็กๆ ที่บ้าน ซึ่งที่บ้านของตนก็ไม่ได้อยู่เพียงลำพัง มีลุง มีลูกพี่ลูกน้อง และเพื่อน ในแต่ละวันจะมีเด็กมาอยู่กัน 4-5 คน จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดเหตุการณ์ตามที่ถูกกล่าวหา ส่วนที่ห้องเรียน ก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากในชั่วโมงเรียนมีเด็กนักเรียนอยู่จำนวนมาก ตอนนี้ยอมรับว่าเครียด หากพิสูจน์ได้แล้วว่าตนไม่ผิดก็ยังพร้อมจะกลับมาเป็นครูตามที่ตั้งใจไว้ ตอนนี้ตนพร้อมจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อพิสูจน์ตัวเอง


