พังงา - ชาวประมงชายฝั่งพังงาผวาพายุโซนร้อน “ปาบึก” นำเรือเข้าฝั่งแล้วกว่า 100 ลำ เพื่อความปลอดภัย ด้านเจ้าท่าฯ ย้ำเตือนเรือเล็กกว่า 12 เมตร ห้ามออกจากฝั่งโดยเด็ดขาด ส่วนเรือใหญ่ต้องเดินเรือด้วยความระมัดระวัง
วันนี้ ( 3 ม.ค.) ที่บริเวณท่าเรือบ้านน้ำเค็ม อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ชาวประมงได้ทยอยนำเรือขนาดเล็กกลับเข้าฝั่งเพื่อความปลอดภัย หลังจากกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือน พายุโซนร้อน “ปาบึก” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเคลื่อนผ่านปลายแหลมญวน โดยจะมีผลกระทบต่อภาคใต้ในช่วงวันที่ 3-5 มกราคม 2562 ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง สำหรับบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไป กับมีลมแรง
ในส่วนจังหวัดพังงา เป็นหนึ่งในจังหวัดที่จะได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อน “ปาบึก” ในช่วงวันที่ 3-5 มกราคม 2562 ทำให้ชาวประมงต้องระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก จนทำให้เรือประมงพื้นบ้านที่มีขนาดเล็กในพื้นที่ อ.ตะกั่วป่า อ.ท้ายเหมือง และ อ.คุระบุรี กว่า 100 ลำ ไม่กล้านำเรือออกจากฝั่ง และนำเรือมาจอดหลบคลื่นลมไว้ริมฝั่ง พร้อมทั้งเก็บอุปกรณ์หาปลา เรือประมงขึ้นมาไว้บนฝั่งเตรียมพร้อมเฝ้าระวังพายุที่อาจจะเคลื่อนผ่านในทะเลอันดามันทำให้คลื่นลมที่พัดเข้าหาฝั่ง และจะทำให้มีฝนตกหนักและคลื่นลมในทะเลมีกำลังแรงสูง 3-5 เมตร พร้อมติดตามรายงานข่าวสารสภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
นายณชพงศ ประนิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพังงา กล่าวว่า หลังจากกรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเตือนพายุโซนร้อน “ปาบึก” มีกำลังแรงเคลื่อนตัวทางทิศใต้ และทางตะวันตกเล็กน้อย คาดว่าจะเคลื่อนตัวผ่านแหลมญวน และเคลื่อนลงอ่าวไทยในช่วงวันที่ 2-3 ม.ค.62 และจะทำให้มีฝนตกหนักและคลื่นลมในทะเลมีกำลังแรงสูง 3-5 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งภาคใต้ระวังอันตรายจากคลื่นลมที่พัดเข้าหาฝั่ง และชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 5 ม.ค.62 พร้อมทั้งประกาศเตือนชาวเรือให้ผู้ควบคุมเรือ เจ้าของเรือ หรือผู้ประกอบการเดินเรือให้ใช้ความระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็กควรถอดออกจากฝั่งในระหว่างวันที่ 2-5 ม.ค.62 และให้ผู้ควบคุมเรือทุกลำตรวจสอบความพร้อมของเรือเครื่องยนต์เรือ และจัดเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ประจำเรือรวมทั้งเรือช่วยชีวิตและหาอุปกรณ์ช่วยชีวิตต่างๆ ให้พร้อมใช้งานได้ทุกขณะ และให้สวมใส่ชูชีพตลอดระยะเวลาขณะอยู่ในเรือ ทั้งนี้ ต้องติดตามรายงานข่าวสารสภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด


