นครศรีธรรมราช - เริ่มแล้วปฏิบัติการกู้ “ซากเรือยักษ์” บรรทุกแร่อับปางขวางร่องน้ำ ใน อ.ท่าศาลา จ.นครศรีฯ แต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จ เร่งปรับแผนหลังพบซากเรือจมเลน ตะกอน รวมทั้งแร่ที่หลงเหลือทับถมจำนวนมาก
เริ่มขึ้นแล้วปฏิบัติการกู้ซากเรือบาธบรรทุกแร่ “โชคอำนวย” ซึ่งเป็นเรือบาธขนาดใหญ่ กว้าง 12 เมตร ยาวกว่า 36 เมตร ได้อับปางลงกลางร่องน้ำเดินเรือระดับความลึกกว่า 5 เมตร เมื่อช่วงฤดูมรสุมปีที่ผ่านมา โดยเรือลากขนาดใหญ่พยายามใช้สลิงลากซากเรือลำนี้ให้พ้นจากร่องน้ำเดินเรือสายหลัก บริเวณปากน้ำท่าสูง หมู่ที่ 4 ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากซากเรือถูกทับถมไปด้วยเลนตม และทราบว่าช่วงที่อับปางได้มีการดูดแร่แบไรท์ทิ้งไว้ข้างเรือ ทำให้ตะกอนแร่บีบตัวเรือ จึงเป็นแรงยึดจนไม่สามารถลากจากจุดจมได้
ขณะที่ นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปฏิบัติการแก้ไขปัญหาก่อนจะเข้าสู่ฤดูมรสุม และได้ตำหนิเจ้าหน้าที่หลังจากทราบว่าชาวบ้านได้ร้องเรียนมาแล้วเป็นเวลานาน แต่การแก้ไขเป็นไปอย่างล่าช้า โดยขณะนี้ทุกฝ่ายได้ประสานความร่วมมือเข้าแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่องแล้ว
โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้ซากเรือ กรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า การปฏิบัติการอาจต้องมีการปรับแผน เนื่องจากการลากเพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถลากเรือให้พ้นร่องน้ำได้จากแรงต้าน ดังนั้น อาจต้องมีการปรับวิธีด้วยการนำเรือดูดทรายมาดูดตะกอนเลนที่ทับถมรอบซากเรือออกทั้ง 2 ด้าน จากนั้นจะลองดึงอีกครั้ง หากไม่ประสบความสำเร็จ จะต้องใช้เทคนิคชั้นสูงเข้ามาดำเนินการ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงมากขึ้นด้วย ส่วนเรือลำนี้ข้อมูลเรือ คือ มีขนาดตัวเรือความยาว 33 เมตร กว้าง 10.80 เมตร ลึก 3.60 เมตร บรรทุกแร่ออกจากท่าเรือสินหลวง เพื่อไปส่งยังเรือขนถ่ายขนาดใหญ่กลางทะเล จำนวนน้ำหนักที่บรรทุกประมาณ 600 ตัน


