xs
xsm
sm
md
lg

ล่องเรือกอและลอดอุโมงค์โกงกาง ชมฝูงกาน้ำ ลิ้มรสอาหารพื้นเมืองที่ “ชุมชนท่องเที่ยวบางปู”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


 
โดย...พัชรี เกิดพรม

องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน (อพท.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา นำผู้ประกอบการสตูล และทั่วประเทศ รวมทั้งสื่อมวลชน เยี่ยมชมชุมชนท่องเที่ยวต้นแบบ “การท่องเที่ยวโดยชุมชน” ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส เพื่อเปิดมุมมองการรับรู้ และชวนเที่ยวชุมชนสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจทั้งในและต่างประเทศ
 

 
โดย "ชุมชนท่องเที่ยวบางปู" อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เป็นหนึ่งใน 6 ชุมชนต้นแบบ 3 จังหวัดชายแดนใต้ มีวิถีชีวิตพึ่งพาร่วมกับธรรมชาติ ชาวไทย-มุสลิม ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านติดอ่าวปัตตานี โดยมีต้นโกงกางใบเล็กที่อุดมสมบูรณ์ล้อมรอบสวยงาม เป็นแหล่งอาหารของคนในชุมชนได้เป็นอย่างดี และมีความสวยงามที่ธรรมชาติปรุงแต่งให้ ส่งผลให้ชาวบ้านเกิดความหวงแหนจนเกิดการผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ
 

 
เส้นทางลงเรือชมธรรมชาติด้วยเรือประมงพื้นบ้านพร้อมอุปกรณ์ที่ปลอดภัย ล่องเรือสัมผัสวิถีชีวิตของชาวประมงพื้นบ้าน ดื่มด่ำความงดงามสองฝั่งข้างทางด้วยป่าโกงกางที่อุดมสมบูรณ์ พร้อมลอดซุ้มอุโมงค์โกงกางที่มีความยาวกว่า 500 เมตร ที่งดงามตามธรรมชาติสร้างสรรค์มอบให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสรากโกงกางที่แข็งแรงวิจิตรตระการตา เล่ากันว่า หากท่านใดได้เหยียบย่ำรากโกงกางไปมาจะช่วยผ่อนคลาย เลือดลมหมุนเวียนได้ดีเลยทีเดียว
 

 
โดยมี นายแวฮาซัน หะยีสอเฮาะ อายุ 34 ปี นักสื่อสารในท้องถิ่นจะคอยให้คำแนะนำความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่นี่ สัตว์เล็กน้อยใหญ่ที่อยู่คู่ผืนป่าอุโมงค์โกงกาง หอย ปู และนานาชนิด ดอกไม้หลากสีสันที่ชูช่ออวดโฉมที่ชุมชนแหล่งนี้ ได้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ให้เยาวชน นักเรียน ได้ล่องเรือเข้าศึกษาความงดงาม และความมหัศจรรย์ของธรรมชาติกันไม่เว้นวันเลยเช่นกัน

หลังจากหลุดจากอุโมงค์ป่าโกงกายไปไม่ไกลนัก นักท่องเที่ยวจะตื่นตาตื่นใจกับฝูงนกกาน้ำ สีดำมันวาว บินโชว์เลียบเลาะผิวน้ำให้ช่างภาพได้ถ่ายรูปกันอย่างตื่นตาตื่นใจ สร้างความตื่นเต้นให้แก่ผู้พบเห็นทุกครั้ง
 

 
ซึ่ง นายแวฮาซัน หะยีสอเฮาะ อายุ 34 ปี นักสื่อสารในท้องถิ่นนักสื่อสารชุมชนบางปู เล่าว่า ยิ่งใกล้เวลาพลบค่ำจะพบฝูงนกกาน้ำจำนวนมากบินกลับลงมาพักในป่าโกงกางนับพันตัวในท้องน้ำแห่งนี้

การท่องเที่ยวที่ชุมชนบางปูแห่งนี้หากจะเที่ยวให้สนุกต้องมาในเวลาบ่ายแก่ๆ จนถึงเย็น หากโชคดีน้ำลดนักท่องเที่ยวจะได้เก็บหอยกัน และชมหิ่งห้อยในเวลากลางคืน และพบฝูงนกหลากหลายกลุ่มบินกลับรัง เป็นภาพที่อลังการตามธรรมชาติสรรค์สร้างเลยทีเดียว
 

 
นายคมกริช เจะเซ็ง ปธ.ชุมชนท่องเที่ยวบางปู บอกว่า หลังนักท่องเที่ยวล่องเรือ ถ่ายภาพกันจนดื่มด่ำร่วมชั่วโมงกับเส้นทางร่วมหนึ่งกิโลเมตร ที่ชุมชนแห่งนี้ยังมีอาหารสดๆ จากวัตถุดิบในชุมชนตามฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นปูดำก้ามโต ยำสาหร่ายผมนาง แกงโบราณ เป็นการเปิดมุมมองใหม่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส และเป็นทางเลือกของนักท่องเที่ยวให้รู้ว่า “โลกใบนี้ยังมีมุมดีๆ ให้เรามอง” อย่างชุมชนบางปู พร้อมเชิญชวนทุกท่านที่ชื่นขอบเที่ยวเชิงธรรมชาติเปิดมุมมองใหม่ได้สัมผัส
 

 
นางสุภาพรรณ สุนทรารชุน ผู้ประกอบการท่องเที่ยว CPS สตูล กล่าวว่า แม้จะคนละฝั่งทะเลกับจังหวัดสตูลซึ่งอยู่อันดามัน แต่ชุมชนบางปู จ.ปัตตานี ซึ่งอยู่ฝั่งอ่าวไทย มีความอุดมสมบูรณ์ของป่าโกงกางไม่แพ้กัน มีแหล่งท่องเที่ยวคล้ายสตูล แต่ถือเป็นความสวยที่แตกต่างเพราะคนละฝั่งทะเล ชุมชนที่นี่มีความพร้อมในการให้บริการนักท่องเที่ยว ช่วงเวลาเย็นน่าจะเป็นเวลาที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวแห่งนี้ เพราะอากาศไม่ร้อนเกินไป นักท่องเที่ยวอาจได้ทำกิจกรรมเก็บหอยกัน และชมหิ่งห้อยสร้างความตื่นตาตื่นใจได้มากเลยทีเดียว
 

 
หาใครสนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นายคมกริช เจะเซ็ง ประธานชุมชนท่องเที่ยวบางปู 06-4269-1815 หรือติดต่อทางเฟซบุ๊ก “ชุมชนท่องเที่ยวบางปู ปัตตานี”