ตรัง - ชาวหาดสำราญ จ.ตรัง เร่งเรียนรู้การทำ “สปาโคลน” เพื่อให้บริการแก่นักท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซันนี้ หลังพบตลอดแนวชายหาด ระยะทางกว่า 18 กม. มีโคลนที่มีคุณสมบัติดีต่อสุขภาพ
ชาวบ้านใน ต.ตะเสะ อ.หาดสำราญ จ.ตรัง อาศัยช่วงน้ำทะเลลดลงต่ำสุดวันละ 2 เวลา เช้าหรือเย็น ออกไปตักโคลนสีนิล หรือโคลนสีดำด้วยมือเปล่า ซึ่งเป็นเนื้อทรายละเอียดบริเวณชายหาดสำราญ เพื่อนำมาพอกตัว แขนขา และใบหน้า ด้วยความภาคภูมิใจ พร้อมกับนำโคลนมาทำสปาให้แก่ชาวบ้านที่สนใจในราคาถังละ 40 บาท
หลังจากก่อนหน้านี้ เมื่อประมาณเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นายอนันต์ พรหมเพียรพงศ์ นายอำเภอหาดสำราญ ได้พาทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) มาเก็บตัวอย่างโคลนชายหาดสำราญ เป็นระยะทางยาวกว่า 18 กิโลเมตร ไปวิเคราะห์หาแร่ธาตุ และคุณสมบัติที่มีอยู่ ปรากฏว่า ไม่มีสารปนเปื้อน แถมยังมีคุณสมบัติในการนำมาทำสปา หรือพอกตัวได้ เนื่องจากพบแร่ธาตุหลายชนิด
หลังจากนั้น นายอำเภอหาดสำราญ จึงได้ส่งผลการวิเคราะห์ดังกล่าวไปยังสถาบันวิจัยเครื่องสำอาง มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก ซึ่งก็ได้รับคำตอบตรงกันว่า สามารถนำมาทำผลิตภัณฑ์พอกผิว หรือขัดผิวได้ โดยไม่มีอันตรายใดๆ
ขณะที่ นายกสมาพันธ์สปาแห่งประเทศไทย ก็ตอบรับเข้าร่วมโครงการดังกล่าวแล้ว โดยกำลังช่วยเข้ามาดำเนินการฝึกอบรมให้แก่ชาวบ้านหาดสำราญ ในการทำสปาโคลนรุ่นแรก จำนวน 20 คน ซึ่งจะแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายนนี้ และตรงกับช่วงเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว หรือไฮซีซัน เพื่อนำความรู้มาให้บริการแก่นักท่องเที่ยว สร้างรายได้เข้าสู่หมู่บ้าน และชุมชนอย่างเป็นระบบต่อไป


