โดย...สุนทร รักษ์รงค์ นายกสมาคมเกษตรกรชาวสวนยาง 16 จังหวัดภาคใต้ และเลขาธิการสภาเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สคยท.)
.
ขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่ลงพื้นที่ และประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรในวันที่ 20-21 ส.ค.2561 ที่จังหวัดชุมพร และระนอง
ผมในฐานะเจ้าบ้านซึ่งเป็นเกษตรกรชาวสวนยาง ต้องขออภัยด้วยที่ไม่สามารถอยู่ต้อนรับท่านได้ เพราะติดภารกิจ แต่ผมมีเรื่องการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำที่จะฝากให้ท่านพิจารณา ด้วยการทวงข้อเสนอเดิม และมีคำถามเพื่อให้ท่านตอบ
ด้วยการแก้ไขวิกฤตยางพาราไทยตั้งแต่ปี พ.ศ.2557 ของรัฐบาล คสช. จนถึงปัจจุบัน แม้จะเปลี่ยนรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบมาหลายคน แต่ปรากฏว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้ราคายางพาราสูงขี้นได้ สมาคมเกษตรกรชาวสวนยาง 16 จังหวัดภาคใต้ ได้เสนอแนวทางปฏิรูปยางพาราไทย 5 ด้านต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายกฤษฎา บุญราช เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2560 โดยมี
1.ปฏิรูปเกษตรกรชาวสวนยาง ด้วยการใช้กลไก พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ.2558 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรชาวสวนยาง เช่น การจัดสวัสดิการให้เกษตรกรชาวสวนยาง โดยเฉพาะคนกรีดยาง และชาวสวนยางรายย่อยที่เดือดร้อนสุด โดยมีข้อเสนอให้รัฐบาลจัดทำแผนแม่บทว่าด้วยการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรชาวสวนยาง ทั้งนี้ เพื่อให้เกษตรกรชาวสวนยางสามารถพึ่งพาตัวเองได้ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
2.ปฏิรูปสวนยาง ด้วยยุทธศาสตร์สวนยางยั่งยืน เพื่อเปลี่ยนสวนยางเชิงเดี่ยวเป็นป่ายางที่มีสมดุลนิเวศ และเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ ด้วยการจัดการรูปแบบการปลูกยางใหม่ โดยให้มีต้นยางเพียง 40-44 ต้น/ไร่ จากรูปแบบการปลูกยางเดิม 76-80 ต้น/ไร่ ทำปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง มีการปลูกพืชร่วมยาง เช่น ผักพื้นบ้าน ผลไม้ พืชสมุนไพร ไผ่ กาแฟ เป็นต้น มีการทำเกษตรผสมผสาน เช่น เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงผึ้ง ทำฟาร์มเห็ด และมีการปลูกต้นไม้ยืนต้นที่มีค่าทางเศรษฐกิจตามแนวทางธนาคารต้นไม้ เพื่อสร้างเสริมรายได้และลดต้นทุนการผลิต
อีกทั้งมีการเสนอให้ใช้ชุดความคิดสวนยางยั่งยืน เพื่อแก้ปัญหาสิทธิในที่ทำกินให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางที่ไม่มีเอกสารสิทธิ 4.6 ล้านไร่ 3 แสนครัวเรือน โดยให้เกษตรกรชาวสวนยางรวมกลุ่มทำสวนยางยั่งยืน และขอใช้ประโยชน์ที่ดินตามกฎหมาย ลักษณะสิทธิชุมชนตามแนวทางของ คทช.
3.ปฏิรูปการผลิตและแปรรูปยางพารา ด้วยการใช้นโยบายของรัฐบาลเพื่อเพิ่มการใช้ยางในประเทศให้ได้ 20% หรือ 1 ล้านตันภายใน 2 ปี รวมทั้งการใช้กลไกของการยางแห่งประเทศไทย ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรชาวสวนยางรวมกลุ่มเป็นสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง และวิสาหกิจชุมชน เพื่อแปรรูปยางพารา จนยกระดับความเข้มแข็ง นำไปสู่การทำการตลาดส่งออกยางและผลิตภัณฑ์ยางด้วยตนเองของสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง โดยมี กยท.เป็นพี่เลี้ยง
4.ปฏิรูปการตลาด ด้วยการลดการพึ่งพาตลาดจีน ให้การยางแห่งประเทศไทยตั้งบริษัท หรือบริษัทมหาชนค้าขายยางและแปรรูปยาง ตามมาตรา 10 เพื่อถ่วงดุล และรักษาเสถียรภาพราคายางพารา และให้เพิ่มการทำ spot marget เพื่อต่อสู้กับตลาดกระดาษ หรือตลาดซื้อขายยางล่วงหน้า
5.ปฏิรูปกลไกของรัฐ เช่น ปฏิรูปการยางแห่งประเทศไทย เพื่อสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของเกษตรกรชาวสวนยาง ตามเจตนารมณ์ พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ.2558 และพัฒนาคุณภาพพนักงาน กยท.ให้มีศักยภาพเพื่อรองรับสถานการณ์ของยางโลกที่เปลี่ยนไป
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมวิชาการเกษตร ต้องบังคับใช้ พ.ร.บ.ควบคุมยาง พ.ศ.2542 อย่างเคร่งครัด เพื่อให้พ่อค้าส่งออกยางลดการเอาเปรียบเกษตรกรชาวสวนยาง รวมทั้งให้กระทรวงพาณิชย์ กำหนดราคายางให้เลยจุดคุ้มทุน เพราะเป็นสินค้าควบคุม
ต้องบอกตามตรงว่า เกษตรกรชาวสวนยางเบื่อหน่ายที่จะไปยื่นข้อเสนอต่อนายกรัฐมนตรี เพราะที่เสนอไปแล้วได้รับการตอบสนองและมีผลงานที่เป็นรูปธรรมน้อยมาก และราคายางพาราก็ตกต่ำไปเรื่อยๆ เกษตรกรชาวสวนยางเดือดร้อน คุณภาพชีวิตย่ำแย่ หนี้สินท่วมตัว ทั้งๆ ที่การใช้ยางของโลกเพิ่มสูงขึ้น และยางก็ไม่ได้โอเวอร์ซัปพลาย ในประเทศไทยช่วงนี้ฝนก็ตกและมีน้ำท่วมในหลายพื้นที่ กรีดยางไม่ได้ ผลผลิตยางลดลง แต่ราคายางก็ไม่ได้สูงขึ้น
ถ้าท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แก้ไขปัญหารารายางพาราตกต่ำไม่ได้ และไม่สามารถทำให้ราคายางเลยจุดคุ้มทุน 60 บาท/กิโลกรัม ผมเชื่อว่าพรรคการเมืองที่จะสนับสนุนท่านเพื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป จะไม่ได้คะแนนเสียงจากเกษตรกรชาวสวนยาง 10 ล้านคนทั่วทั้งประเทศแม้แต่เสียงเดียว
คำถามจากเกษตรกรชาวสวนยาง เพื่อให้ท่านนายกรัฐมนตรีตอบที่จังหวัดชุมพร ก็คือ รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำอย่างไร ?


