นราธิวาส - วิกฤติปลาในกระชังคลองโคกเคียนและแม่น้ำบางนรา หลังเกิดแนวสันทรายทับถมปิดเส้นทางร่องน้ำยาวเป็นระยะทางกว่า 300 เมตร ทำให้ปลาตายนับแสนตัวเสียหายนับล้านบาท วอนรัฐช่วยเหลือด่วน
วันนี้ (21 มิ.ย.) จากลมมรสุมในทะเลอ่าวไทยฝั่ง จ.นราธิวาส ลมในทะเลพัดกรรโชกแรง เกิดคลื่นซัดทรายมาทับถมอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริเวณชายหาดซึ่งเปิดเป็นปากร่องน้ำชั่วคราวคลองโคกเคียน เส้นทางเรือขนาดเล็กออกสู่ทะเล บริเวณชายหาดนราทัศน์ เขตเทศบาลเมือง จ.นราธิวาส แนวสันทรายทับถมปิดเส้นทางร่องน้ำยาวเป็นระยะทางกว่า 300 เมตร จนเป็นเหตุให้น้ำที่หมุนเวียนเข้าคลองโคกเคียนและแม่น้ำบางนราเกิดความตื้นเขิน และสภาพน้ำในคลองโคกเคียนมีสภาพกลิ่นเน่าเสีย
จนทำให้ผู้เลี้ยงปลาในกระชังกว่า 1,000 ครัวเรือน ที่อาศัยโดยการเลี้ยงชีพอยู่ในบริเวณคลองโคกเคียนและแม่น้ำบางนราได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากร่องน้ำมีสีขาวขุ่น น้ำไม่สามารถหมุนเวียนได้ เป็นเหตุให้ปลาเศรษฐกิจ อาทิ ปลากะพงขาว ปลากะพงแดง และปลาเก๋า ได้ลอยตัวตายอืดเหนือน้ำนับแสนตัว และอีกนับหลายแสนตัวกำลังขาดอากาศออกซิเจนในน้ำ ซึ่งเริ่มทยอยตายทุกวัน
นางมารียานิง มะอุเซ็ง ผู้เลี้ยงปลาในกระชังคลองโคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส กล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียดว่า ตนและชาวบ้านที่นี้มีอาชีพเลี้ยงปลาในกระชังเป็นรายได้หลักเพื่อเลี้ยงครอบครัว กรณีปากร่องน้ำตื้นเขินและทรายทับถมปิดร่องน้ำ ปัญหาเบื้องต้นอยากให้รัฐเข้าช่วยเหลือด่วน คือ การขุดคลองเปิดร่องน้ำ เพื่อให้น้ำทะเลเข้ามาในคลองโดยเร็วที่สุด เนื่องจากค่า PH ในน้ำอยู่ในระดับต่ำและอันตรายต่อสัตว์น้ำในกระชัง ทำให้ปลาตายเป็นจำนวนมากและอาจจะตายเรื่อยๆ จนหมดกระชัง
ซึ่งผู้เลี้ยงปลาในกระชังเคยเรียกร้องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแก้ไขแล้วหลายครั้ง แต่ไม่ได้ผลเท่าที่ควร จนขณะนี้สร้างผลกระทบปลาเน่าตาย ไม่สามารถนำจำหน่ายได้ ผู้เลี้ยงปลาขาดทุนย่อยยับ โดยปลากะพงตัวหนึ่งหนัก 3-4 กิโลกรัม ราคากิโลกรัมประมาณ 150 บาท เฉพาะของตนตายไปแล้วหลายหมื่นตัว แต่หากรวมกันของผู้เลี้ยงปลาตายแล้วนับแสนตัว ความเสียหายนับล้านบาท ฉะนั้นขอให้รัฐ ช่วยเหลือประชาชนเป็นการเร่งด่วน และเยียวยาปลาตายของชาวบ้านด้วย
“นอกจากนั้นรัฐ ควรมีมาตรการรองรับในระยะสั้น คือขุดร่องน้ำให้ทันท่วงทีทันสถานการณ์ และรัฐควรจัดตั้งงบประมาณทำเขื่อนกั้นทรายให้เป็นมาตรฐาน เพื่อช่วยประชาชนผู้เลี้ยงปลาและสัตว์น้ำในคลองโคกเคียนและแม่น้ำบางนรา มันเป็นอาชีพและเป็นเส้นเลือดของชาวบ้านที่นี้ หาเลี้ยงชีพเลี้ยงครอบครัว รัฐควรจริงจังในการแก้ปัญหา ก่อนจะเกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อครอบครัวชาวบ้าน ที่หาเลี้ยงชีพ เลี้ยงปลาในกระชังโดยสุจริตต่อไป” นางมารียานิง มะอุเซ็ง กล่าว


