ตรัง - ครอบครัวและญาติพี่น้องของนักโทษประหารข้องใจ ทำไมกรมราชทัณฑ์แจ้งมาให้ทราบก่อนดำเนินการแค่ 3 ชม.เท่านั้น พร้อมวอนให้สังคมหยุดประณามได้แล้ว เพราะทุกคนก็อยากเป็นคนดี
วันนี้ (20 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้เมื่อคืนที่ผ่านมาจะมีการฝังร่างของ นายธีรศักดิ์ หรือ มิ๊ก หลงจิ นักโทษประหารคดีฆ่า นายดนุเดช สุขมาก อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนวัดควนวิเศษมูลนิธิ จ.ตรัง อย่างโหดเหี้ยม เหตุเกิดเมื่อ 17 ก.ค. 2555 ไปแล้ว แต่จนถึงตอนนี้บรรยากาศที่บ้านพักเลขที่ 175 ม.7 ต.ควนปริง อ.เมือง จ.ตรัง ก็ยังเป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยครอบครัวและญาติๆ ยังคงมีความเคลือบแคลงสงสัย และรู้สึกเสียใจที่ทางกรมราชทัณฑ์ไม่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ว่าจะมีการดำเนินการประหารชีวิต นายธีรศักดิ์
นายเจริญ โซะหาบ ญาติคนหนึ่ง กล่าวว่า เนื่องจากตนเองไม่มีลูกชายจึงรัก นายธีรศักดิ์ หรือ มิ๊ก เหมือนลูก ก็รู้ว่าพูดอะไรตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ ตนและครอบครัวก็อยากให้ดวงวิญญาณไปสู่สุขคติ แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าเป็นเพราะพวกตนเป็นคนจน ไม่มีอำนาจวาสนา ไม่มีเงินมีทองใช่หรือไม่ ที่ต้องโทษประหารรวดเร็วเช่นนี้ ไม่มีการได้ตั้งตัว ลูกเมียไม่ได้มีการสั่งลา เพราะทางเรือนจำโทรศัพท์มาแจ้งก่อนเวลาประหารแค่ 3 ชม. ทำให้ยากเกินที่จะทำใจยอมรับ อีกทั้งสังคมก็ประณามเหยียดหยามสมน้ำหน้าสารพัด
ซึ่งพวกตนเองก็ไม่ได้ปฎิเสธ ถ้าคนชั่วทำผิดก็สมควรได้รับโทษที่สาสมกัน และเห็นด้วยกับการประหารหากผู้กระทำผิดจริง แต่ทำไมคนที่มีความผิดร้ายแรงกว่านี้หลายคดีก่อนหน้านี้ถึงยังไม่ถูกประหาร ทำไมต้องลัดคิว ถ้าจะให้โทษประหารศักดิ์สิทธ์ต้องปฏิบัติให้เหมือนกันจึงจะยอมรับได้ และอยากจะขอวิงวอนไปยังทุกฝ่ายให้ยุติได้แล้ว อย่าตอกย้ำ หยุดประณาม วิพากษ์วิจารณ์ เพราะพวกตนสูญเสียมากมาพอแล้ว เป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของชีวิต และคิดว่าทุกอย่างจบแล้ว ชีวิตก็เรียกคืนกลับมาไม่ได้ ขออโหสิกรรมต่อกัน
ด้าน นางสาวแนน (นามสมมติ) ภรรยาของ นายธีรศักดิ์ นักโทษประหาร กล่าวด้วยความโศกเศร้าว่า สามีจะเขียนจดหมายติดต่อมาทุกเดือน ซึ่งสำหรับตนเองแล้วเขาเป็นคนที่ดีมาก ดูแลดีทุกอย่าง จนเป็นที่รักของครอบครัวและรอบข้าง ทั้งนี้ชีวิตคนไม่มีใครอยากเป็นคนไม่ดี และทำผิดพลาดกันได้ทุกคน ที่ผ่านมาตนเองและลูกเฝ้ารอว่าสักวันเขาจะพ้นโทษออกมาใช้ชีวิตด้วยกัน และไม่คิดว่าจะมาถูกประหารแบบไม่ทันได้ตั้งตัวแบบนี้ นอกจากนั้น ก่อนตายเขายังได้ทำพินัยกรรมเขียนเป็นจดหมายสั่งเสียเป็นฉบับสุดท้ายว่า ขอให้ตนดูแลลูกให้ดีเพราะเขาจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว
ส่วน นางสาวจุฑารัตน์ หลงจิ พี่สาวของนักโทษประหาร กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้น และครอบครัวได้มีการขอถวายฎีกาแต่ไม่เป็นผล ถ้าเป็นไปได้อยากร้องไปยังกรมราชทัณฑ์เพื่อขอดูคำพิพากษาของศาลฎีกาที่ได้ตัดสินประหารชีวิต เพราะพวกตนอยากรู้ว่าเพราะอะไรที่ต้องประหารชีวิตแบบรวดเร็วขนาดนี้ และขอให้ทุกฝ่ายหยุดได้แล้ว เนื่องจากบางคนวิพากษ์วิจารณ์ด่าว่าไปถึงพ่อแม่ว่าเลี้ยงลูกไม่ดี แต่ตนเชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนก็อยากให้ลูกเป็นคนดี แต่คนถ้าจะเลวก็เลวที่ตัวเองไม่เกี่ยวกับพ่อแม่


