ปัตตานี - โต๊ะครูปอเนาะญาลานันบารู หรือศูนย์ศาสนะบำบัดผู้ติดยาเสพติด เรียกร้องขอความเป็นธรรมจากหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ต่อท่าทีและการส่งเสริมสนับสนุนงบประมาณต่อกิจกรรมของการดำเนินการของปอเนาะญาลันนันบารูอย่างต่อเนื่อง
วันนี้ (5 มิ.ย.) ที่ปอเนาะญาลันนันบารู หรือศูนย์ศาสนะบำบัดผู้ติดยาเสพติด ตั้งอยู่บริเวณ ม.3 บ้านเกาะแลหนัง ต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา นำโดย นายอับบาส บินอิบรอฮีม โต๊ะครูปอเนาะญาลันนันบารู แถลงต่อสื่อมวลชน เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมจาก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ต่อท่าทีและการส่งเสริมสนับสนุนงบประมาณต่อกิจกรรมของการดำเนินการของปอเนาะญาลันนันบารูอย่างต่อเนื่อง
หลังจากในห่วงที่ผ่านมา ได้มีการพยายามใส่ร้ายป้ายสีจากหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ กล่าวหาปอเนาะญาลันนันบารูเป็นแหล่งค้ายาเสพติด แหล่งฟอกเงิน แหล่งผลิตระเบิดรวมทั้งเป็นแหล่งซ่องซุ่มขบวนการก่อความไม่สงบในพื้นที่ จึงกลายเป็นที่มาทำให้ถูกตัดงบประมาณ ทำให้ปอเนาะญาลันนันบารูได้รับผลกระทบอย่างหนักอาจต้องปิดตัวลง
นายอับบาส บินอิบรอฮีม โต๊ะครูปอเนาะญาลันนันบารู กล่าวว่า ปอเนาะญาลันนันบารูเป็นสถาบันศึกษาและปฏิบัติธรรมวิถีอิสลามเพื่อชีวิตใหม่หรือเส้นทางใหม่ของผู้ติดยาเสพติด เดิมเป็นสถาบันที่ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากหน่วยงานสองหน่วยงานหลัก คือ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) แต่ทุกวันนี้ภาครัฐโดยเฉพาะหน่วยงานด้านความมั่นคง กลับมาระแวงเสียเอง กล่าวหาว่าที่นี้เป็นแหล่งค้ายาเสพติด แหล่งฟอกเงิน แหล่งผลิตระเบิดรวมทั้งแหล่งซ่องซุ่มขบวนการก่อความไม่สงบในพื้นที่ เป็นที่มาทำให้มีการเปลี่ยนผู้ดูแลและถูกตัดงบประมาณ
ทางสถาบันปอเนาะเองได้พยายามทำหน้าที่ยกระดับ และพัฒนาอย่างต่อเนื่องในทุกด้าน เพื่อให้เป็นสถาบันหนึ่งที่ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมแก้ปัญหากับทุกภาคส่วน ทั้งประชาชน เอกชน องค์กรศาสนา องค์กรพัฒนาสังคม ภาคประชาสังคม และราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เป็นสถาบันที่มีคุณภาพเฉพาะด้านการฟื้นฟูและรักษาผู้ป่วยที่ติดยาเสพติด
สถาบันปอเนาะก่อตั้งเมื่อปี 2556 มีเยาวชนที่เคยมาฟื้นฟูและผ่านรักษาที่สถาบันมีจำนวนมากถึงพันกว่าคนในช่วง 4 ปี ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยติดยาเสพติด สามารถช่วยโดยใช้หลักศาสนาเข้ามาบำบัด เพราความเดือดร้อนของประชาชนมีมากพอแล้วตามลำพังที่ต้องเผชิญต่อเหตุการณ์ความไม่สงบที่ยืดเยื้อมายาวนานไม่รู้เมื่อไรจะสงบลง ไม่ต้องการความทุกข์ ความเดือดร้อนอื่นๆ มาซ้ำเติมให้กับคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้เหมือนที่เป็นอยู่
ปัจจุบันสถาบันปอเนาะญาลันนันบารูทางสายใหม่ ได้รับผลกระทบโดยตรงและต้องมาเสียเวลากับองค์กรภาครัฐเอง ซึ่งเดิมทีเป็นกลไกรัฐที่ต้องอำนวยความสะดวก ส่งเสริม ดูแล ดังเช่นที่ผ่านมา อีกทั้ง คณะทำงานของรัฐกลับมาระแวงไม่ไว้ใจ มองสถาบันปอเนาะเป็นอย่างอื่น เสมือนว่าเป็นกลุ่มต่อต้านเจ้าหน้าที่รัฐหรือฝ่ายอื่น มีความพยายามที่จะสร้างเงื่อนไขต่างๆ ในการเบิกจ่ายเงินงบประมาณที่เป็นงบโครงการอบรมในส่วนของปอเนาะ ทั้งที่งบดังกล่าวนี้ได้ถูกจัดสรรไว้เรียบร้อยแล้วจากรัฐบาล คืองบยุทศาสตร์ที่จะนำมาแก้ปัญหายาเสพคิดในสามจังหวัด 100 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการต่อยอดโครงการ
สถาบันปอเนาะแห่งนี้ก็เป็นผลงานหนึ่งที่ทางราชการเป็นผู้ริเริ่มเอง มีเจ้าหน้าที่มาบรรจุประจำการในปอเนาะ เพื่อช่วยดูแลเด็กๆ โดยตรง อีกทั้งยังกล่าวร้ายสร้างความเข้าใจผิดต่อปอเนาะในรูปแบบต่างๆ นานาให้กับประชาชนที่มีความหวังในการดำเนินงานของปอเนาะแห่งนี้มาตลอด ทำหน้าที่เป็นฝ่ายตรวจสอบเองทั้งที่ทางราชการก็มีหน่วยงานเฉพาะอยู่แล้วที่ต้องทำหน้าที่ตรงนี้
ทั้งนี้จึงขอแถลงการณ์เพื่อให้ทุกภาคส่วนทราบถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น จากความไม่เป็นธรรมของหน่วยงานราชการ กอ.รมน.ในปัจจุบัน ที่กระทำต่อปอเนาะแห่งนี้ รวมถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อไป เช่น อาจจำเป็นต้องส่งเด็กติดยาเสพติดกลับคืนพ่อแม่ผู้ปกครอง หรือจนถึงขั้นอาจต้องยุติการดำเนินงานของปอเนาะ
เพื่อประโยชน์สูงสุดของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะเยาวชน ครอบครัว ประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในขั้นต้นสถาบันปอเนาะขอเสนอทางออกของปัญหา ให้ทางราชการพิจารณากลไกคนทำงานหรือเจ้าหน้าที่ ที่มีความเหมาะสมและสามารถที่จะเข้าใจ เข้าถึง พัฒนาพื้นที่นี้ได้จริงๆ ไม่มีนัยยะเงื่อนงำหรือแอบแฝงที่ประชาชนไม่สามารถมองเห็นได้ โดยเฉพาะที่เกิดกับสถาบันปอเนาะฯ และเกิดขึ้นกับโครงการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง กับการช่วยเหลือแก้ปัญหายาเสพติด เช่น จิตอาสาในขณะนี้ ทั้งนี้ขอให้ผู้สนใจขอรับข้อมูลที่เกิดขึ้นเพิ่มเติมว่าเกิดอะไรขึ้นได้โดยตรงที่ปอเนาะเท่านั้น
ทุกอย่างที่ถูกกล่าวหา ทั้งที่เป็นคำพูดและหนังสือจากหน่วยงานภาครัฐและเจ้าหน้าที่รัฐ ยืนยันว่าไม่ใช่ความจริง งบประมาณถ้าไม่ให้ก็ไม่เอา แต่พ่อแม่ยืนยันแล้วมาขอให้เราเดินหน้าต่อไป เราก็จะเดินหน้าจึงอยากขอความเป็นธรรมจาก กอ.รมน.
“โดยงบประมาณที่เราได้รับเป็นงบค่าจัดอบรมเด็กนักเรียนหรือผู้บำบัด ที่มาบำบัด กับปอเนาะปัจจุบันมี 236 คน เราจะรับได้ไม่เกิน 300 คน ได้รับเป็นค่าอาหารค่าอบรมและเสื้อ นอกจากนี้เราจะได้รับจากพ่อแม่ผู้ปดครองอีกเดือนละ 2,500 บาทต่อคน เป็นค่าอาหารและค่าเสื้อผ้าของใช้” นายอับบาส บินอิบรอฮีม โต๊ะครูปอเนาะญาลันนันบารู กล่าว
ด้าน จ.ส.อ.สมาน แวหลง เจ้าหน้าที่ทหารประจำค่ายอิงคยุทธ ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี และมาเป็นเจ้าหน้าที่ประจำปอเนาะญาลันนันบารู กล่าวว่า ขอยืนยันว่าข้อมูลที่ถูกใส่ร้ายทั้งหมดไม่เป็นความจริง ไม่ใช่เรื่องจริงเลย ดูแลเด็กๆ และคนที่นี้ทุกวันไม่มีพฤติกรรมอย่างที่ถูกกล่าวอ้าง
โดยชีวิตประจำวันที่นี้เช้าตั้งแต่ 05.00 น. ของทุกวันเด็กหรือผู้เข้าร่วมบำบัดต้องตื่นมาละหมาดตอนเช้า อ่านอัลกุรอ่าน และโต๊ะครูจะมาสอนเกี่ยวกับการละหมาด จนกระทั่งเวลา 07.00 น. ทุกคนต้องออกกำลังกาย อาบน้ำกินข้าว เวลา 08.00 น. ทุกคนต้องเข้าแถวทำความเคารพเคารพธงชาติ ทำความสะอาดเขตพื้นที่รับผิดชอบ เวลา 11.00 น. ทุกคนต้องอาบน้ำเตรียมตัวรอละหมาดเที่ยง นั่งสมาธิ ละหมาด กินข้าวแล้วพักตามอัธยาศัย
“จากนั้นเวลา 15.00 น. ทุกคนจะทำละหมาดเย็น (อัสรี) อ่านประวัติศาสดา แล้วออกมาเล่นกีฬา เวลา 17.00 น. ทุกคนก็จะอาบน้ำเพื่อเตรียมรอละหมาดค่ำ (มัฆริบ) เวลา 19.00 น. ทุกคนจะอ่าน อัล-กุรอ่าน อ่านประวัติศาสดา แล้วร่วมทำละหมาดช่วงกลางคืน (อีชา) เวลาประมาณ 20.00 น. ก็จะร่วมกินข้าวแล้วก็พักตามอัธยาศัย และจะเข้าร่วมนอนกันเวลาประมาณ 22.00 น.ของทุกคืน ชีวิตของเด็กที่นี่ก็จะอยู่กันแบบนี้ทุกวันปฏิบัติเป็นกิจวัตร” จ.ส.อ.สมาน แวหลง กล่าว
นางซัลมา เจะหะ ชาวนราธิวาส กล่าวว่า เขาเป็นจิตอาสาของนราธิวาส พาเด็กๆ มาบำบัดที่นี้หลายคนแล้ว ล่าสุดพาหลานมาบำบัดได้ 3 เดือนก็เห็นผลดีขึ้น ชอบที่เขาใช้ศาสนามาบำบัด ส่วนค่าใช้จ่าย แรกเข้า 7,000 บาท จากนั้นทุกเดือนต้องจ่ายค่าอาหารค่าเสื้อผ้า 2,500 บาทและ อีก 1,200 บาทค่าขนมและค่าของใช้ รวมต้องจ่าย 3,700 บาทต่อเดือน นอกจากนี้เวลามาเยี่ยมซึ่งศูนย์อยู่บนเกาะจะต้องนั่งเรื่อเข้าไป ผู้ปดครองก็จะต้องเหมาเรือเทียวละ 200 บาทเข้าไป ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้มีการบำบัดต่อไป เพราะในพื้นที่ยาเสพติดเยอะ คนอื่นๆ จะได้เข้ามาใช้บริการ
นายอีสาน มะมิง หนึ่งในผู้เข้าร่วมบำบัด กล่าวว่า ขอมาบำบัด ครั้งแรกมาอยู่ได้ 40 วันหนีกลับไปก่อน ส่วนครั้งนี้มาอยู่ได้ 3 เดือนก็พยายามที่จะเลิกยาเสพติด เพราะมันเป็นสิ่งไม่ดี ก็อยากให้ศูนย์บำบัดเปิดให้บริการต่อไป