ตรัง - สาวใหญ่ชาวตรังพลิกชีวิตหลังต้องสูญเสียสามีด้วยโรคมะเร็ง หันทำขนม “กุ้ยช่าย” 4 ไส้เด็ด พร้อมน้ำจิ้มสูตรเฉพาะ รสชาติกลมกล่อมลงตัว หอมอร่อย และมีคุณภาพ จนเป็นที่ถูกใจของลูกค้า
ที่บ้านเลขที่ 25/16 บนถนนรักษ์จันทน์ ในเขตเทศบาลนครตรัง มีร้านกุ้ยช่ายขึ้นชื่อที่ชื่อว่า “กุ้ยช่าย รักษ์จันทน์” ซึ่งได้จัดร้านแบบเรียบง่าย มีมุมนั่งรับประทานที่เก๋ไก๋ ด้วยการนำกระจกใสมากั้นห้อง เพื่อให้สามารถมองออกไปชมบรรยากาศด้านนอกได้ โดยมีเจ๊พร หรือนางวิไลพร จารุพานิช อายุ 47 ปี เป็นเจ้าของร้าน และเป็นผู้ลงมือทำขนมชนิดนี้ในทุกขั้นตอนแบบไม่ห่างสายตา เพื่อความอร่อย และความมีคุณภาพ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย เนื่องจากทุกอย่างต้องมีระยะเวลาที่พอดี เกินไปก็ไม่ได้ หรือน้อยไปก็ไม่ดี
การทำขนมกุ้ยช่ายนั้น จะต้องผสมแป้งมัน แป้งข้าวจ้าว แป้งข้าวเหนียว ตามสัดส่วนที่พอดี และจะต้องนวดแป้งตอนร้อนประมาณ 1 ชั่วโมงด้วย ขณะเดียวกันแป้งที่นวดแล้ว จะมีอายุแค่ 2 ชั่วโมง แต่หากเกินกว่านั้นความเหนียวนุ่มจะใช้ไม่ได้ จากนั้นนำมาแบ่งส่วนเป็นก้อนๆ กะให้พอดีกับขนาดที่ต้องการ แล้วรีดให้เป็นแผ่นบาง ก่อนจะนำไส้ชนิดต่างๆ ลงไปห่อ ทั้งไส้กุ้ยช่าย ไส้มันแกว ไส้เผือก และไส้หน่อไม้ อีกส่วนที่สำคัญของขนมชนิดนี้ก็คือน้ำจิ้ม ซึ่งจะมีการเอาซีอิ้วหลายยี่ห้อมาผสมกัน และเติมรสชาติให้กลมกล่อมลงตัว
นอกจากนั้น “กุ้ยช่าย รักษ์จันทน์” ยังมีการโรยด้วยกระเทียมเจียว แล้วราดด้วยน้ำซอส เมื่อรับประทานเข้าไปจะมีกลิ่นกุ้ยช่าย และกระเทียมเจียวขึ้นแตะจมูก จนหอมน่ารับประทาน อีกทั้งด้วยเนื้อแป้งที่บางใส และมีไส้เยอะ จึงเป็นที่ถูกใจของลูกค้า ทั้งที่มาทานที่ร้าน และสั่งกลับบ้าน โดยจะบรรจุกล่องละ 6 ลูก ในราคา 35 บาท หรือ 3 กล่อง 100 บาท เปิดขายตั้งแต่เวลา 07.00-15.00 น. หยุดวันเสาร์และอาทิตย์เฉพาะหน้าร้าน เพื่อให้พนักงานได้พักผ่อน แต่ยังคงมีการส่งขนมไปตามร้านกาแฟยามเช้า หรืองานจัดเลี้ยงต่างๆ ในทุกวัน
เจ๊พร เล่าว่า เดิมทีตนเองเป็นเพียงแม่บ้าน และช่วยดูแลลูก 1 คนเท่านั้น กระทั่งเมื่อลูกขึ้น ป.2 สามีก็มาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง ซึ่งความรู้สึกในตอนนั้นเหมือนกับตัวเองไม่เหลืออะไรแล้ว เพราะลูกก็ยังเล็ก และยังเป็นผู้หญิงคนเดียว แม้พยายามลองขายขนมจีน ขายข้าวแกง แต่ก็ไม่ค่อยสำเร็จนัก อย่างไรก็ตาม เนื่องจากตนเองเป็นคนที่ชอบกินขนมกุ้ยช่าย จึงลองนำเอาสิ่งที่รักมาทำเป็นอาชีพ เริ่มจากหาวัตถุดิบ หาที่กินที่ชิมทุกที่ที่อร่อย เพื่อดมกลิ่น สังเกต จดบันทึก แล้วนำกลับมาทำมาปรับจนลงตัว เพียงแค่ปีเดียวลูกค้าก็ติดตลาดแล้ว


