xs
xsm
sm
md
lg

เด็กหญิงยอดกตัญญู! ทำงานหนักช่วยพ่อแม่ปลดหนี้นอกระบบ ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้าน ต้องนอนริมถนน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


สุราษฎร์ธานี - เด็กหญิงวัย 14 ปี ยอดกตัญญู ทำงานวันละ 22 ชั่วโมง หาเงินช่วยพ่อแม่ปลดหนี้นอกที่ดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 20 แต่ด้วยเศรษฐกิจย่ำแย่การเงินสะดุด ล่าสุดพ่อแม่และน้องต้องย้ายออกจากบ้านเช่ามานอนริมถนน เหตุไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้าน วอนสังคมให้ความช่วยเหลือ ล่าสุดหน่วยงานเกี่ยวข้องประสานหาที่อยู่ให้ชั่วคราวแล้ว

จากกรณีเมื่อวันที่ 18 เม.ย.2561 ที่ผ่านมา สมาชิกจิตอาสา คนหลังม่าน สร้างฝัน ปันน้ำใจ ได้นำภาพและข้อมูลมาเผยแพร่ทางเฟซบุ๊ก สมาชิกจิตอาสา คนหลังม่าน สร้างฝัน ปันน้ำใจ โดยระบุว่า ได้พบกับผู้ที่กำลังเดือดร้อนอย่างหนัก หนึ่งครอบครัว 4 ชีวิต ประกอบด้วย นายกานจณ์ ผู้เป็นบิดา หัวหน้าครอบครัว มีโรคประจำตัว ป่วยเป็นโรคไตเสื่อม หัวใจ ความดันและเก๊า อาชีพ รับจ้างทั่วไป รายได้วันละ 200 บาท แต่บางวันก็ไม่สามารถไปทำงานได้ เนื่องจากสุขภาพไม่ค่อยดี นางหลิน ผู้เป็นมารดา อาชีพขายไอติม แต่ตอนนี้ไม่สามารถขายได้เนื่องจากสุขภาพไม่ดี ขาบวมอักเสบเดินไม่ค่อยได้ น้องผิง อายุ14ปี ตอนนี้ไม่ได้เรียนหนังสือเพราะต้องช่วยพ่อแม่ทำงานหาเงินปลดหนี้ และเด็กหญิงเมย์ อายุ 9 ขวบ กำลังศึกษาอยู่ชั้น ป.3 โรงเรียนเทศบาล 4 ต้องเดินเร่ขายข้าวเกรียบตามริมถนนรายได้ไม่แน่นอน

โดยทั้งหมดจะมาได้มาอาศัยนอนอยู่ริมทางฟุตบาทถนนราษฎรอุทิศ ใกล้กับสี่แยกเทศบาล เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งแต่เวลา 21.00 น.เป็นไป โดยเฉพาะเด็กหญิงเมย์ โรงเรียนจะเปิดการเรียนการสอนในวันที่ 16 พ.ค. นี้ แต่ตอนนี้ยังไม่มีชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน

ต่อมาเมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา นายนิมิต วงษ์จินดา ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี พร้อมนักสังคมสงเคราะห์เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี คณะกรรมการบริหารสมาคมนักข่าวสุราษฎร์ธานีได้เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง ในเบื้องต้นพบว่า ครอบครัวดังกล่าวได้มาอาศัยนอนอยู่จริง โดยมีนายกาญจน์ ซอเสียงมงคล อายุ 40ปี อาชีพรับจ้างอัดกรอบพระ นางเกศรินทร์ ซอเสียงมงคล อายุ 32 ปี ภรรยา ด.ญ.กาญจนา อายุ 14 ปี และ ด.ญ.เมทินี อายุ 9 ปี ลูกสาว จากการพูดคุยทราบว่า ก่อนหน้านี้ได้เช่าบ้านอยู่อาศัยแถวถนนในลึกต่อมาการเงินติดขัด ค้างค่าเช่าบ้านมา 2 - 3 เดือน จึงได้ออกมาอาศัยนอนบริเวณนี้มาได้ประมาณ 1 เดือน

นางเกศรินทร์ ระบุว่า ตนมีอาชีพรับไอศกรีมมาขาย แต่ปัจจุบันประสบปัญหาสุขภาพ และการขาดทุน จึงได้กู้เงินนอกระบบมาแก้ไขการขาดสภาพคล่อง แต่กับเป็นหนี้สะสมจนไม่มีเงินจ่าย ต้องอาศัยลูกๆทำงานปลดหนี้

ในเบื้องต้นนายนิมิต วงษ์จินดา ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จึงได้ไปเปิดห้องพักให้ทั้งหมดได้พักผ่อนโดยไม่ต้องนอนริมถนน และในวันนี้ (21 เม.ย.) ได้ประสานนายธีระกิจ มุธิตากุล นายกเทศบาลนครสุราษฎร์ธานีจัดหาบ้านเช่าในราคาถูกให้อยู่อาศัย พร้อมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลฟื้นฟูสภาพจิตใจและสภาพเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินชีวิต หากผู้ต้องการที่จะช่วยเหลือสามารถติดต่อมาที่ตน ตนพร้อมที่จะเป็นสื่อกลางให้ โดยสามารถติดต่อที่อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี หรือเบอร์โทร 06-3208-8731

ต่อมาในเช้าวันนี้ (21 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 19/1 ถนนราษฎร์อุทิศ(ซอยออมสิน) เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ที่ ด.ญ. กาญจนา หรือน้องผิง ทำงานอยู่โดยน้องผิง กล่าวว่า ตนเรียนหนังสือจบชั้น ป.6 ที่โรงเรียนเทศบาล 4 และออกมาทำหางานทำเพื่อช่วยเหลือพ่อและแม่ที่ลำบากจากปัญหาสุขภาพ ก่อนหน้านี้แม่ทำงานขายไอศกรีมวอ พ่อรับจ้างอัดกรอบพระในตลาดเกษตร ทำงานไม่มีรายได้ที่แน่นอน ต้องกู้เงินนอกระบบมาใช้จนเป็นหนี้อยู่ประมาณ 40,000 บาท

ต่อมาก็ต้องหยุดขาย เนื่องจากไม่มีเงินทุนหมุนเวียน ตนต้องมาเป็นลูกจ้างคุณยายวีนา มากมณี อายุ 64 ปี โดยทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยทอดไก่สับไก่และทำความสะอาด ตั้งแต่ 05.00 น.ไปจนถึงเวลา 20.00 น. มีรายได้ประมาณวันละ 300 บาท หลังจากนั้นนั้นตนจะปั่นจักรยานนำข้าวเกรียบกุ้งและขนมทองม้วนไปขายตามร้านอาหารต่างๆในพื้นที่อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จนถึงเวลา 01.30 น.จึงได้กลับมาที่ร้านและทำความสะอาดร้านก่อนที่จะนอนในเวลา 02.00 น.เป็นประจำทุกวัน และได้อาศัยนอนอยู่ที่ร้าน ซึ่งบางคืนก็มีแม่และน้องสาวออกไปช่วยขายโดยแยกย้ายกันไป เมื่อรวมกับค่าจ้างตอนกลางวันแล้วจะมีรายได้วันละ 600 - 800 บาท แต่เงินทั้งหมดก็ไม่ได้นำไปใช้จ่ายอย่างอื่นต้องเก็บส่งให้กับเจ้าหนี้เป็นรายวันที่พ่อและแม่ไปกู้มา โดยเสียค่าดอกเบี้ยร้อยละ 20 หากวันไหนหาเงินไม่ได้ตามเป้าหรือไม่ครบตามจำนวนก็ขาดส่งดอกเบี้ยก็เพิ่มขึ้น

“ตลอดเวลากว่า 7 เดือนที่ผ่านมา ที่รับจ้างและขายของไม่เคยได้หยุดพักหากหยุดวันไหนรายได้หายไม่มีเงินปลดหนี้ หนี้เพิ่ม จึงวอนผู้ใจบุญให้ความเมตาช่วยปลดหนี้ให้แม่และพ่อและขอให้น้องมีที่เรียนและที่อยู่อาศัยหรือช่วยให้พ่อกับแม่ได้ยืนด้วยขาตัวเอง พร้อมทั้งวอนขอให้พ่อและแม่หยุดกู้เงินหรือค้ำประกันให้ใครกับเงินกู้นอกระบบเสียที ส่วนหนี้สินของตนที่ขอยืมจากคุณยายวีนามาเป็นทุนการค้าขายนั้นตนไม่ขอรบกวนใคร จะขอทำงานปลดหนี้ใช้หนี้เอง”

ด้านนางวีนา กล่าวว่า ยินยอมช่วยเหลือเด็กก็เห็นว่าเป็นเด็กดี ขยันทำงาน มีความรักต่อพ่อแม่ เป็นเด็กกตัญญู โดยตนตั้งใจและให้คำมั่นกับน้องผิงว่าหากเขาอดทนปลดหนี้ให้พ่อแม่สำเร็จ ตนจะรับภาระเลี้ยงดูส่งเสียให้เรียนหนังสือต่อ และซื้อทองคำรูปพรรณพร้อมเสื้อผ้าใหม่ให้เพื่อเป็นการตอบแทนคุณงามความดีที่ในปัจจุบันหาได้ยาก