xs
xsm
sm
md
lg

“มูลนิธิมะดีนะฮ อัลนูร” ส่อหลอกลวง จัดโครงการพัฒนาที่ดินกลับไม่ทำตามข้อตกลง ชาวบ้านนับร้อยเดือดร้อน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


 
ปัตตานี - มูลนิธิมะดีนะฮ อัลนูร หรือศูนย์ดะวะห์ยะลา แห่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ส่อหลอกลวงชาวบ้าน หลังจัดทำโครงการพัฒนาที่ดินแห่งใหม่บนเนื้อที่ 1,850 ไร่ แต่กลับไม่ได้ดำเนินการตามข้อตกลง ประชาชนนับร้อยได้รับผลกระทบ วอนหน่วยงานเข้าช่วยเหลือ

วันนี้ (10 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีตัวแทนชาวบ้านไม่ต่ำกว่า 150 คน เข้ามาร้องเรียนว่ามีกลุ่มชาวบ้านได้รับความเสียหายเข้าข่ายถูกลอกลวง และเสียหายมูลค่าประมาณ 40 ล้านบาท จึงเรียกร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อมวลชน กรณีที่ถูกหลอกให้ซื้อที่ดินในพื้นที่ ต.ตาแซะ อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อปี 2553 จนถึงปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าของการแก้ปัญหาดังกล่าว

ทั้งที่กลุ่มได้ร้องผ่านศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ และศูนย์ดำรงธรรม ศอ.บต. จนกระทั่งทาง ศอ.บต.ได้มีการตั้งคณะกรรมการร่วมตรวจสอบตามที่ชาวบ้านได้มีการร้องเรียนมา จนถึงขณะนี้ผู้แทนชาวบ้านที่ได้รับความเสียหาย อ้างว่ายังไม่มีข้อสรุป และความคืบหน้าใดๆ เลย จึงอยากวิงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ และให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้านจากกรณีดังกล่าวนี้ด้วย

ส่วนโครงการพัฒนาที่ดินแปลนใหญ่ในพื้นที่ ต.ตาเซะ อ.เมือง จ.ยะลา ในครั้งนั้น ได้รับการชี้แจงจากตัวแทนกลุ่มผู้ได้รับความเสียเดือดร้อนจากโครงการดังกล่าว โดยขอสงวนชื่อและนามสกุลว่า เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว มีกลุ่มบุคคลในนาม “มูลนิธิมะดีนะฮ อัลนูร” เสนอขายที่ดินเพื่อเปิดโครงการพัฒนา บริเวณบ้านตาแซะ อ.เมือง จ.ยะลา มีเนื้อที่ประมาณ 1,850 ไร่ ซึ่งที่ดินแปลงนี้เป็นชื่อบุคคลคนเดียว โดยขายให้ชาวบ้านห้องละ 5 หมื่นบาท แล้วยังประกาศอีกว่า หากผู้ซื้อคนไหนที่ซื้อแล้วมีความต้องการเป็นเงินจะได้กำไรกลับเท่าตัวกับราคาที่ซื้อ ทุกคนก็ซื้อโดยจ่ายเป็นเงินสดประมาณ 1,500 คน ได้เงินมาทั้งหมด 350 ล้านบาท ในจำนวนเงินก้อนนี้ทางมูลนิธีมะดีนะฮ อันนูร นำไปจ่ายค่าที่ดินที่ซื้อมาในราคา 286 ล้านบาท

ทุกครั้งที่ไปขอเงินคืนจะถูกนิ่งเฉย ไม่มีคำตอบใดๆ จนกระทั่งต่อมาเมื่อปี 2558 ได้มีตัวแทนฝ่ายมูลนิธิฯ ได้แจ้งให้ผู้ซื้อทุกคนไปเปิดบัญชีธนาคารอิสลาม เพื่อจะโอนเงินทั้งหมดให้ ชาวบ้านต่างก็ไปเปิดบัญชีกันทุกคนเพราะหวังจะได้เงินคืน แต่สุดท้ายก็เหมือนเดิม ไม่ได้มีการโอนเงินเข้าบัญชีผู้เสียหายแต่อย่างใด

หลังจากนั้นไม่นานก็มีเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิฯ มาเรียกเก็บสัญญาซื้อขายจากชาวบ้านด้วย ทำให้บางคนรู้เท่าไม่ถึงการณ์คิดไม่ทัน ก็ให้หนังสือสัญญาตัวจริงไป บางคนที่รู้ทันก็ให้ที่เป็นฉบับถ่ายเอกสาร จึงทำให้ชาวบ้านหรือผู้เสียหายบางคนที่ซื้อไม่มีเอกสารก็มี ตอนนี้ตัวแทนผู้เสียหายที่ดำเนินการเรียกร้องในเรื่องนี้ก็รู้สึกไม่ปลอดภัย ถูกคุกคาม เพราะมีเรื่องของอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
 

 
สำหรับความคืบหน้าของโครงการ ล่าสุดมูลนิธิมะดีนะฮ อัลนูร มีคำสั่งประกาศแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อประสานโครงการพัฒนาพื้นที่ตาแซะ อ.เมือง จ.ยะลา ซึ่งมูลนิธิเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการพัฒนาสังคมคุณภาพชีวิต และสาธารณกุศลของนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปให้ได้ตั้งมั่นอยู่ในคุณธรรม จริยธรรม ตามหลักศาสนาอิสลาม

โครงการพัฒนาพื้นที่ตาแซะ เป็นหนึ่งในกิจกรรมของมูลนิธิมะดีนะฮ อัลนูร ที่ต้องการพัฒนาให้เป็นหมู่บ้านมุสลิมต้นแบบ ซึ่งดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา แต่ยังไม่บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ รวมทั้งความเข้าใจของพี่น้องมุสลิม ยังมีความสับสนในเรื่องของข้อมูลการดำเนินงานในการพัฒนาพื้นที่ดินดังกล่าวนี้

ด้านนายอาดัม ดาเระมูซอ ประธานมูลนิธิมะดีนะฮ อัลนูร จึงได้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อประสานงานโครงการพัฒนาพื้นที่ตาแซะ เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา โดยมีนายอุดร น้อยทับทิม อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา, พล.ท.มนตรี อุมารี อดีตที่ปรึกษาแม่ทัพภาคที่ 4, พ.อ.ชัชภณ สว่างโชติ รองผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี กอ.รมน.ภาคที่ 4 ส่วนหน้า, นายอดิมาน มะแอ ผอ.ส่วนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยะลา, นายมะตูกี สาและ, นายสะตอปา มาลี, นายอับดุลลาเต๊ะ สาและ, นายอาตออุลเล๊าะ ดาเร๊ะมูซอ และนายรอยะ สะหะ ให้คณะทำงานเพื่อประสานงานโครงการพัฒนาพื้นที่ตาแซะ อ.เมือง จ.ยะลา ชุดนี้ มีอำนาจคือ

1.ในการประสานงาน และชี้แจงข้อมูล การดำเนินโครงการตาแซะต่อสาธารณะองค์กรทั้งภาครัฐ และเอกชน รวมทั้งสื่อมวลชนเพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง 2.ประกาศฉบับนี้ โดยให้นายอาดัม ดาเระมูซอ ผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินโครงการพัฒนาตาแซะ ได้รับมอบหมายมาจากที่ประชุม นิซัมมูดิน ได้มอบอำนาจให้คณะทำงานชุดนี้ ดำเนินการตามข้อ 1. โดยให้ถือว่านายอาดัม ดาเระมูซอ เป็นผู้กระทำด้วยตนเอง 3.ให้คณะทำงานยึดถือการให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นความจริง โดยคำนึงถึงการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขในสังคม โดยมีการประชุมก่อนที่จะประสานงานกับบุคคลทั่วไปหรือองค์กรอื่นๆ ตามข้อที่ 1. ทุกครั้ง

ในส่วนของ ศอ.บต. หลังได้รับการร้องเรียนมาก็ไม่ได้เพิกเฉย และได้มีการตั้งคณะกรรมร่วมชุดหนึ่งเพื่อเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

ล่าสุดนายกิตติ สุระคำแหง รองเลขา ศอ.บต. กล่าวว่า ในเรื่องนี้ว่า นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ เลขาธิการศอ.บต. ออกคำสั่ง เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2560 ที่ 114 2/2560 แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ และแก้ไขปัญหาการซื้อขายที่ดินของมูลนิธิมะดีนะฮ อัลนูร มัรกัส จ.ยะลา ในคำสั่งบอกว่า เนื่องจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้รับประสานจากศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อขอความอนุเคราะห์ให้ ศอ.บต. บูรณาการให้ความร่วมมือกรณีได้รับความเดือดร้อนของชาวบ้าน อ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการซื้อขายที่ดินจัดสรรของมูลนิธิมะดีนะฮ อัลนูร มัรกัส จ.ยะลา และประสงค์ขอรับเงินค่าซื้อที่ดินคืน
 

 
เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง ปรากฏได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และบูรณาการข้อมูลทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องสามารถ คลี่คลายปัญหาความเดือดร้อนจากการดำเนินการซื้อขาย บนที่ดินดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ให้ได้ความพึงพอใจและประโยชน์ร่วมกัน จึงควรแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินตาเซะ ประกอบด้วย นายกิตติ สุระคำแหง ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ปัจจุบันเป็นรองเลขา ศอ.บต. เป็นประธาน และมีกรรมการ ว่าที่ร้อยเอกสมศักดิ์ ไชยมณี ผอ.ศดต.จชต. ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาหรือผู้แทน ศูนย์ปฏิบัติการพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือผู้แทน เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดยะลาหรือผู้แทน โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดยะลาหรือผู้แทน ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลาหรือผู้แทน เลขานุการกรรมการอิสลามจังหวัดยะลา ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดยะลาหรือผู้แทน กำนันตำบลตาเซะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตาเซะ นายอับดุลเราะห์มาน อิบราฮิม นายอาดัม ดาเระมูซอ ประธานมูลนิธิมะดีนะฮ อัลนูร นายนุชอาหมัด หะยีอาแว นายโดรอหะ หะยีมามุ นายไพศาล คณะทอง ที่ปรึกษากฎหมาย ศดต.จชต. นายไชยะ เจ๊ะแหล้ นิติกรชำนาญการพิเศษ นายฮารีฟ มาหิเละ นักสังคมสงเคราะห์ชำนาญการพิเศษ และ น.ส.สุกีลักษณ์ หมาดสะ นิติกรชำนาญการ

คำสั่งดังกล่าวให้อำนาจหน้าที่ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และรวบรวมพยานหลักฐานให้ปรากฏในส่วนที่ได้รับความเดือดร้อน หรือความเสียหายอันเนื่องจากการซื้อขายที่ดิน ต.ตาเซะ อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อการจัดกิจกรรมอาเซียน เมื่อปี 2552 เจรจาไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเพื่อหาข้อยุติเบื้องต้นให้เกิดความเป็นธรรมสำหรับทุกฝ่าย หากคู่กรณีก็ไม่สามารถตกลงกันได้ให้ดำเนินการรวบรวมข้อมูลเสนอเลขาธิการ ศอ.บต.พิจารณา ประสานงานกับส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางออกอย่างสันติวิธี และไม่ขัดกับหลักศาสนา ดำเนินการอื่นๆ หรือตามที่เลขาธิการมอบหมาย รายงานผลให้เลขาธิการทราบ

ตอนนี้คณะกรรมการได้ประชุมหลายครั้งแล้ว และเรียกทุกฝ่ายมาคุยปัญหา คือการดำเนินการของอุสตะมามุ หรือนายอาดัม ดาเระมูซอ ประธานมูลนิธิมะดีนะฮ อัลนูร เอาเงินชาวบ้านไปจริง 1,500 คน ลงทุนซื้อที่ดินจริง 1,850 ไร่ ชาวบ้านในที่นี้มีอยู่ 3 กลุ่ม กลุ่มแรกต้องการบริจาคเพื่อการกุศาลจริง กลุ่มที่ 2 ต้องการบริจาค และต้องการเก็งกำไร เพราะทางผู้ขายรับปากว่าจะให้กำไรเท่าตัว กลุ่มที่ 3 กลุ่มที่ต้องการเก็งกำไรอย่างเดียว

โดยซื้อที่ดิน 1,850 ไร่นี้ เพื่อต้องการพัฒนา ที่นี้ต่อมานายทุนจากต่างประเทศถอย ต่อมาตอนหลังมีตาบุงฮัจยี เข้ามาอีกจะพัฒนา แต่ก็ถอยไปอีก ส่วนเงินที่ได้จากชาวบ้านก็ได้มาแปรสภาพเป็นที่ดินการพัฒนาก็ไม่เกิด

ตอนนี้ก็อยู่ระหว่างการดำเนินการแบ่งโซนให้กับผู้ซื้อทั้งหมด เป็นโซนออกมาได้ 7,000 กว่าแปลง บางส่วนยังเป็นสวนยาง มีรายได้วันละ 2 หมื่นบาท เข้ามาในปัจจุบัน และเงินบางส่วนที่ได้มาจากชาวบ้านได้มีการทำถนน สร้างอาคาร เคลียร์พื้นที่ และสร้างโรงเรียนปอเนาะ ซึ่งมีเด็กอยู่ 200-300 คน เรียนฟรี รายได้จากสวนยางวันละ 2 หมื่นบาท เป็นค่าใช้จ่ายให้กับเด็กนักเรียนปอเนาะที่ดูแลอยู่

เรื่องนี้เกิดการผิดพลาดตรงที่นายทุนไม่เข้ามา ความเจริญ และการพัฒนาจึงไม่ได้เกิดตามที่วางไว้ และปัญหาที่มีตอนนี้คือ การขาดการสร้างความเข้าใจกับผู้เสียหายจากโครงการนี้ ตามความเป็นจริง