ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ตำรวจเผยสามารถเอาผิดต่อคนงานพม่าที่ฆ่าหมากินได้ แต่ต้องมีคนมาแจ้งความ หรือร้องเรียน ด้านป้าที่ไปพบพาไปดูจุดเชือดซึ่งมีทั้งเชือก กองไฟ และคราบเลือด ด้านเพื่อนคนงานเผยรับไม่ได้ต่อการกระทำนี้ พยายามห้ามแล้วแต่ไม่ฟัง
วันนี้ (23 ส.ค.) ความคืบหน้ากรณีคนงานชาวพม่า 4 คน รุมตีสุนัขจรจัด และนำไปชำแหละแบ่งเนื้อนำไปปิ้งแกล้มเหล้า และปรุงเป็นอาหารกินกันในแคมป์คนงานก่อสร้าง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหลังวัดหงส์ประดิษฐาราม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เหตุเกิดเมื่อวานนี้ และมีการแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่อาสาช่วยหมาจรจัด บ้านหมายิ้ม ใน อ.หาดใหญ่ ช่วยเข้าตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว แต่ไม่ได้แจ้งความต่อตำรวจเพียงแต่ขอความร่วมมือเจ้าของบริษัทให้เตือนคนงานพม่าอย่าฆ่าสุนัขกินอีก
ล่าสุด นางนลิน ขันติสุวรรณ อายุ 60 ปี ชาวบ้านที่ไปพบเห็นเหตุการณ์ขณะคนงานพม่ากำลังช่วยกันชำแหละสุนัขกันสดๆ ได้พาผู้สื่อข่าวไปตรวจจุดที่มีการนำสุนัขไปชำแหละ พบว่า อยู่บริเวณชายป่าด้านหลังแคมป์ ระหว่างทางยังมีคราบเลือดของสุนัขที่โดนลากไปชำแหละ ส่วนจุดที่ชำแหละพบเชือกที่ใช้ผูกคอสุนัข กองไฟร่องรอยการเผา และใบตองที่ใช้รองระหว่างการชำแหละแยกชิ้นส่วน แต่ไม่พบชิ้นส่วน หรือเศษซากของสุนัขเหลืออยู่
นางนลิน ยังกล่าวอีกว่า รู้สึกหดหู่ใจต่อเหตุการณ์นี้มาก ซึ่งจริงๆ แล้วหากคนงานพม่ากลุ่มนี้ไม่มีเงินซื้อเนื้อซื้อไก่มากิน หากมาขอตนตนก็พร้อมจะให้ แต่ไม่น่าทำกับสุนัขแบบนี้
ด้าน นายยี่สิ คนงานพม่าที่อยู่ในแคมป์เดียวกัน และเห็นเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ บอกว่า ช่วงเกิดเหตุกำลังนอนป่วยอยู่ในแคมป์ และได้ยินเสียงเพื่อนคนงานพม่าร้องเอะอะโวยวายห้ามปรามไม่ให้ฆ่าสุนัข พอออกมาดูก็พบว่า สุนัขถูกตีนอนตายอยู่แล้ว และมีกลุ่มคนงานพม่าลากไปหลังแคมป์เพื่อชำแหละแยกชิ้นส่วน แจกจ่ายใส่ถุงนำไปย่าง และปรุงเป็นอาหาร เพราะในวันเกิดเหตุเป็นช่วงหยุดงาน และมีการตั้งวงดื่มเหล้ากันตั้งแต่ช่วงเช้า กับแกล้มจึงหมด เลยพากันไปฆ่าสุนัขมากิน ทั้งนี้ คนงานพม่าในแคมป์มีหลายกลุ่ม ส่วนใหญ่ไม่มีใครเห็นด้วยต่อการกระทำของคนงานเพื่อนกลุ่มนี้ ซึ่งเพิ่งเข้ามาอยู่เพียง 2 วัน และไม่สนิทกัน
ทางด้านข้อกฎหมาย จากการสอบสวนไปยังตำรวจฝ่ายสอบสวน สภ.หาดใหญ่ เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้สามารถที่จะดำเนินคดีเอาผิดต่อผู้ก่อเหตุได้ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ เพราะเป็นการทารุณกรรมสัตว์ ไม่จำเป็นว่าจะมีเจ้าของหรือไม่ แต่ต้องมีผู้มาแจ้งความ หรือนำหลักฐานมาร้องเรียนต่อทางตำรวจ แต่หากไม่มีใครมาแจ้งความร้องทุกข์ ตำรวจก็ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะไม่มีพยานหลักฐานใดๆ


