ตรัง - เด็กๆ เยาวชน และชาวประมงพื้นบ้าน ร่วมกิจกรรมแข่งขันจับหอยในทะเลในวันอนุรักษ์ “หอยตลับ” หรือหอยปะ เพื่อสร้างความสามัคคี และรณรงค์สร้างจิตสำนึกในการช่วยกันรักษาระบบนิเวศในทะเล ให้คงความอุดมสมบูรณ์อย่างยาวนานสืบไป
วันนี้ (21 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านท่าเรือ ม.1 ต.วังวน อ.กันตัง จ.ตรัง ชาวบ้านหลายร้อยคนได้แห่กันมาบริเวณท่าเรือ เพื่อร่วมกิจกรรมการแข่งขันพายเรือระหว่างชาวไทย กับแรงงานชาวพม่า แข่งขันชกมวยทะเล ดำน้ำ และแข่งขันเก็บหอยปะ โดยมี นายกมล ประเสริฐกุล นายอำเภอกันตัง ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธี มี นายอนุชา แซ่อุ้ย ผู้ใหญ่บ้าน ม.1 บ้าท่าเรือ ต.วังวน เป็นแม่งานใหญ่ ร่วมกับกรรมการหมู่บ้าน และพี่น้องชาวบ้านท่าเรือ ร่วมมือร่วมใจกันจัดขึ้นมาเป็นปีแรก
กิจกรรมสำคัญที่พี่น้องประชาชนต่างให้ความสำคัญ หลังรอจนถึงช่วงน้ำทะเลลดลง ได้มีการนั่งเรือออกไปบริเวณสันดอนกลางทะเล เพื่อร่วมแข่งขันจับหอยปะ บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก แต่ละคนสามารถจับหอยปะได้มากกว่า 1 กิโลกรัม ภายในระยะเวลา 20 นาที ตามกฎกติกาในการแข่งขัน โดยผู้เข้าร่วมแข่งขัน รวมทั้งเด็กๆ จะมีความชำนาญ และสามารถรู้แหล่งที่อยู่ของหอยตลับ หรือหอยปะได้เป็นอย่างดี จะอาศัยช่วงจังหวะที่คลื่นซัดดักจับ และสังเกตดูพื้นทรายที่หอยซ่อนตัวอยู่
ขณะที่ นายกมล ประเสริฐกุล นายอำเภอกันตัง กล่าวว่า วันอนุรักษ์หอยตลับของ ม.1 บ้านท่าเรือ ต.วังวน อ.กันตัง จ.ตรัง ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่จัดงานขึ้นมาในการอนุรักษ์หอยตลับ มีกิจกรรมมากมายตั้งแต่ช่วงเช้า จนถึงขณะนี้น้ำลดพี่น้องชาวบ้าน รวมทั้งลูกๆ นักเรียนเป็นพี่น้องที่อยู่ชายทะเล รายได้ส่วนหนึ่งรวมทั้งวิถีชีวิตของพี่น้องชาวบ้านแถบนี้ คือ การมาหาหอยตลับช่วงน้ำลด ส่วนใหญ่นำไปใช้ประกอบอาหารในครัวเรือน ส่วนหนึ่งก็เป็นการหารายได้ให้แก่ครัวเรือน ซึ่งเป็นการทำประมงที่ถูกกฎหมาย หมายถึงว่าทุกคนมาเก็บหอยด้วยมือ ทำให้ประชากรหอยยังคงอยู่ สามารถเก็บเป็นอาหาร และสร้างรายได้อย่างยั่งยืนต่อไป
ด้าน นายอนุชา แซ่อุ้ย ผู้ใหญ่บ้าน ม.1 บ้านท่าเรือ ต.วังวน กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อให้ชาวบ้านรู้รักสามัคคี และจะได้ร่วมกันรณรงค์สร้างจิตสำนึก ช่วยกันรักษาระบบนิเวศในทะเลให้คงความอุดมสมบูรณ์อย่างยาวนาน ช่วยอนุรักษ์ดูแลแหล่งน้ำบริเวณนี้ให้เป็นแหล่งน้ำที่สะอาด และดูแลการจัดการขยะ และพี่น้องชาวบ้านได้เรียนรู้เรื่องระบบนิเวศวิทยาป่าชายเลน ก็จะทำให้สามารถดูแลพื้นที่แห่งนี้ให้ยั่งยืนตลอดไป ช่วยกันดูแลอนุรักษ์หอยปะไว้ให้ถึงลูกหลานในภายภาคหน้าได้หากินกันอีกด้วย


