ตรัง - “ว่านเพชรหึง” กล้วยไม้ป่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก พร้อมใจกันออกดอกบานเหลืองสะพรั่งกว่า 1 พันต้นแล้ว เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เข้าชมในช่วง 3 เดือนนี้ ภายในศูนย์พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง จ.ตรัง
วันนี้ (11 ส.ค.) ที่ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร หรือศูนย์พันธุ์พืชเพาะเลี้ยงจังหวัดตรัง ได้เปิดให้เข้าชมความสวยงามของ “ว่านเพชรหึง” หรือ “ว่านหางช้าง” กล้วยไม้ป่าที่มีต้น และช่อดอกขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งมีจำนวนกว่า 1,000 ต้น ภายในศูนย์พันธุ์พืชเพาะเลี้ยงตรัง โดยล่าสุด ได้พร้อมใจกันออกดอกบานเหลืองสะพรั่ง เพียงแค่ปีละ 3 เดือน จนสร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่นักท่องเที่ยว และผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก
นายบุญลือ นกแก้ว นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร (พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง) จังหวัดตรัง กล่าวว่า ว่านเพชรหึง มีลักษณะลำต้นที่ยาว และมีใบติดอยู่ที่ปลายหลายใบ คล้ายๆ กับปลายหางของช้างที่ชี้ขึ้นด้านบน ลักษณะเด่น คือ มีรากจำนวนมากเกาะแน่น และแตกเป็นแขนงที่ปลาย จัดอยู่ในสกุลแกรมมาโทฟิลลัม (Grammatophyllum)
โดยเป็นกล้วยไม้ป่าประเภทแตกกอ ที่มีระบบรากอากาศ และมีลำต้นสูง ส่วนดอกก็จะมีทั้งชนิดช่อตั้ง และช่อห้อย ส่วนกลีบดอกนั้นจะหนา มีพื้นกลีบสีเหลือง หรือเหลืองอมเขียว และยังมีแต้มสีน้ำตาล หรือม่วง คล้ายกับลวดลายของเสือ ซึ่งจะมีดอกประมาณช่อละ 75-125 ดอก กอหนึ่งจะแทงช่อ 12-15 ช่อ และมีความยาวของก้านไม่ต่ำกว่า 1.50 เมตร เมื่อปลูก 6-7 ปี จะเริ่มให้ดอกต่อเนื่องกันไปหลายสิบปี
ทั้งนี้ ศูนย์พันธุ์พืชเพาะเลี้ยงจังหวัดตรัง นอกจากจะดำเนินการเพาะขยายพันธุ์ว่านเพชรหึงแล้ว ยังได้มีการปลูกไว้กระจายเรียงรายสองข้างทางเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะที่บริเวณหน้าสำนักงานฯ และศูนย์ฝึกอบรม ถือเป็นแหล่งรวบรวมกล้วยไม้ป่าสายพันธุ์นี้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งดอกจะทยอยบานตั้งแต่ชั้นล่างสุดไปจนถึงชั้นบนสุด เป็นระยะเวลาเพียงแค่ 3 เดือน หลังจากนั้น จะต้องรอชมความงามอีกครั้งในปีถัดไป
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันได้มีการปลดล็อกว่านเพชรหึง ออกจากไม้หวงห้ามประเภท 2 จึงสามารถเพาะเลี้ยงขายได้ โดยศูนย์พันธุ์พืชเพาะเลี้ยงจังหวัดตรัง ได้ขยายต้นกล้าว่านเพชรหึง โดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เพื่อให้ประชาชนนำไปปลูกตัดดอกขายเชิงการค้า รวมทั้งปลูกในสถานที่ต่างๆ เพื่อการท่องเที่ยว เนื่องจากเวลาออกดอกพร้อมๆ กันแล้วจะมีความสวยงามเป็นอย่างมาก


