ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - บรรยากาศวันรายออีฎิ้ลฟิตริหลายจังหวัดในภาคใต้ตอนล่างเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุข พี่น้องชาวไทยมุสลิมต่างออกไปร่วมกันละหมาดจนล้นมัสยิด ซึ่งเป็นศาสนกิจสำคัญอันดับแรกที่ต้องปฏิบัติ
วันนี้ (25 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในวันรายออีฎิ้ลฟิตริในหลายจังหวัดของภาคใต้ตอนล่าง ชาวไทยมุสลิมได้ออกไปประกอบพิธีละหมาดตามมัสยิดต่างๆ อย่างเนืองแน่น ซึ่งเป็นศาสนกิจสำคัญอันดับแรกของรายออีฎิ้ลฟิตริที่ชาวมุสลิมต้องปฏิบัติท่ามกลางความสุข และรอยยิ้ม โดยหลังจากละหมาดเสร็จยังมีการบรรยายธรรม หรือการอ่านคุฎบะฮฺ การแสดงความยินดี และขออภัยต่อกัน หรือการขอมาอัฟ ในสิ่งที่ได้ล่วงละเมิดทั้งโดยตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจก็ตาม รวมถึงการเดินทางออกไปเยี่ยมญาติพี่น้อง และท่องเที่ยวในช่วง 2-3 วันหลังจากนี้
เช่นที่ มัสยิดอุสาสนอิสลาม หรือมัสยิดบ้านบน ใน อ.เมือง จ.สงขลา ตั้งแต่ช่วงเช้ามีพี่น้องชาวไทยมุสลิมซึ่งส่วนใหญ่จะมากันเป็นครอบครัวใหญ่ ทั้งหญิง และชายได้พากันไปละหมาดจนล้นมัสยิดออกมาด้านนอก จากจำนวนผู้คนที่เพิ่มขึ้นกว่าช่วงปกติ เนื่องจากญาติชาวมุสลิมส่วนใหญ่จะเดินทางกลับภูมิลำเนา และมาละหมาดร่วมกันที่มัสยิด
ด้านจังหวัดนราธิวาส ประชาชนชาวมุสลิมต่างเดินทางไปละหมาดมัสยิดในพื้นที่ของตนเอง หรือมัสยิดใกล้บ้านร่วมกับครอบครัว พร้อมทั้งเดินทางไปสุสานเพื่อเคารพบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว และในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาสนอกจากจะมีการละหมาดตามมัสยิดต่างๆ แล้ว ทางเทศบาลเมืองนราธิวาสได้เปิดละหมาดที่สนามกีฬาเทศบาลเมืองนราธิวาส โดยมีประชาชนมาร่วมละหมาดจำนวนมาก พร้อมเปิดเวทีสอนด้านศาสนาก่อนละหมาดอีกด้วย
ด้านจังหวัดยะลา ที่บริเวณสนามศูนย์เยาวชนเทศบาลนครยะลา อ.เมือง จ.ยะลา เครือข่ายองค์กรมุสลิม และมัสยิดชุมชนในพื้นที่ได้จัดพิธีละหมาดวันอีด เนื่องในวันฮารีรายอตรุษอีฎิ้ลฟิตริ ประปีฮิจเราะห์ศักราชที่ 1438 หลังเสร็จสิ้นเดือนรอมฎอนอันศักดิ์สิทธิ์ของผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม โดยมีชาวไทยมุสลิมในพื้นที่ จ.ยะลา และพื้นที่ใกล้เคียงต่างนำครอบครัวเข้าร่วมละหมาดอีฎิ้ลฟิตริ จำนวนกว่า 2,000 คน
ส่วนการทำงานด้านความมั่นคง เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยังคงมีมาตรการดูแลความปลอดภัยตลอดช่วงเทศกาลฮารีรายออย่างเข้มงวด พร้อมกับการสืบสวนด้านการข่าว คอยติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้กระทำผิดและกลุ่มไม่หวังดี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรง


