xs
xsm
sm
md
lg

ขวัญใจนายกฯ! “ลุงดำ” คนปลูกกล้วยเพื่อแผ่นดิน บวชถวายเป็นพระราชกุศลในหลวง ร.๙ (มีคลิป)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


 
ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - “ลุงดำ” คนปลูกกล้วยเพื่อแผ่นดิน บุคคลตัวอย่างที่นายกรัฐมนตรียกย่องเป็นแบบอย่าง เข้าร่วมพิธีบรรพชาอุปสมบทหมู่ ณ วัดเทวสิทธิ์ อ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช หมู่ เพื่อน้อมอุทิศถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

วันนี้ (27 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจำรัส แซ่อี้ง หรือลุงดำ คนปลูกกล้วยให้แผ่นดิน ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ชื่นชมในฐานะเป็นแบบอย่างพลเมืองที่เสียสละเพื่อส่วนรวม ได้เข้าร่วมโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ เพื่อน้อมอุทิศถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีผู้เข้าร่วมบรรพชาอุปสมบท จำนวน 29 รูป ระหว่างวันที่ 26 เมษายน-5 พฤษภาคม ณ วัดเทวสิทธิ์ หมู่ที่ 6 ต.นาบอน อ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช
 

 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับลุงดำ นั้น ในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ออกอากาศเมื่อวันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงลุงดำในตอนหนึ่งมีใจความว่า

“ผมขอนำเรื่องของนายจำรัส แซ่อี้ง หรือที่เรียกว่า ลุงดำ นะครับ แห่งจังหวัดนครศรีธรรมราช มาเป็นตัวอย่างให้พวกเราได้ฟังกัน ลุงดำนั้นก็เป็นชาวสวนยางพาราที่ได้ปลูกต้นกล้วย 2 ฟากถนน สายนาบอน-แก้วแสน อ.นาบอน เป็นระยะทางถึงกว่า 6 กิโลเมตร ลุงดำ ก็ตั้งใจว่า ต้องการช่วยชีวิตผู้คนในกรณีที่เกิดรถเสียหลักตกข้างทาง เพราะต้นกล้วยที่ปลูกไว้นั้นจะช่วยลดแรงปะทะของรถยนต์ลงได้มาก”

“อีกทั้งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้นลุงยังคอยดูแลตกแต่งต้นกล้วยเป็นประจำ เพื่อไม่ให้บดบังทัศนียภาพของถนน การกระทำเช่นนี้ของลุงดำ ได้ช่วยชีวิตผู้ใช้รถใช้ถนนมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง นอกจากนั้น ลุงดำ ยังได้นำกล้วยมาทำเป็นกล้วยฉาบ เพื่อแจกจ่ายให้แก่ประชาชนที่จะเดินทางไปถวายสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ ๙ เพื่อแทนบุญคุณของแผ่นดิน และพระองค์ท่านอีกด้วยนะครับ”
 

 
“ผมขอชื่นชมลุงดำ และขอยกให้เป็นตัวอย่างที่น่ายกย่องของผู้ที่ให้ความรัก และความปรารถนาดีกับคนรอบข้าง หากพวกเราคิดได้ทำได้อย่างลุงดำไม่มากก็น้อยก็ช่วยทำให้ชุมชน และประเทศชาติเข้มแข็งขึ้น พี่น้องประชาชนครับในชีวิตจริงหลายๆ เรื่อง ก็อาจทำไม่ง่ายอย่างที่คิดนะครับ แม้ในเรื่องของการครองตน ครองเรือน ยิ่งในเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดินนั้นก็มีทั้งการออกกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมายนั้นด้วย หลายอย่างเราทำตามใจตนเองทั้งหมด คงไม่ได้นะครับ”

“แม้กระทั่งผมเองเราคงจะต้องอิงกฎ กติกาสากลไว้ด้วย ดูว่าโลกเขาคิดกันอย่างไร วันนี้เขาเดินหน้าไปถึงไหน เราจะคิดขวางโลก เป็นจระเข้ขวางคลองไปทุกเรื่องก็คงไม่มีใครคบด้วยนะครับ หรือเราจะก้มหน้าใส่เสื้อโหลที่เขาตัดมาให้เบอร์เดียว แล้วก็ให้ใส่กันทั่วโลก ก็เป็นไปไม่ได้อีก เนื่องจากแต่ละประเทศก็มีประวัติศาสตร์ มีโครงสร้างสังคม อัตลักษณ์ วัฒนธรรม ความเป็นมาเป็นไปเป็นของตนเองทั้งสิ้น”

“สำหรับประเทศไทยนั้นก็ไม่ได้อยู่นอกกฎเกณฑ์เหล่านี้ ทุกคนก็คงจะเห็นด้วยว่า เราต้องรู้จักประยุกต์หลักการสากลมาปรับใช้ให้เหมาะสมต่อบริบทของสังคมไทย ก็เหมือนกับไปตัดเสื้อ สั่งตัดเสื้อตามร้านซึ่งก็วัดพอดีกับตัวเราเอง คงจะทำให้เราสวมใส่อย่างสบาย ดูดีมีสง่าไม่หลวม ไม่คับ ไม่รัดจนอึดอัดน่าเกลียด ก็เช่นกัน ประเทศก็ต้องเดินหน้าไปแบบนั้น อีกอย่างหนึ่งที่ผมยึดถือมาโดยตลอดก็คือ เราทำอะไรก็ตามนั้น เราควรจะคิดถึงเรื่องการป้องกันไว้ดีกว่าแก้ การออกกฎหมายก็เช่นกัน”