xs
xsm
sm
md
lg

เบตงจัดงาน “เมาลิดสัมพันธ์สองแผ่นดิน สู่สันติสุขที่ยั่งยืน” ประจำปี ฮ.ศ.1438

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


 
ยะลา - อ.เบตง จ.ยะลา จัดงาน “เมาลิดสัมพันธ์สองแผ่นดิน สู่สันติสุขที่ยั่งยืน” ประจำปี ฮิจเราะห์ศักราช 1438 เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ และรำลึกถึงคุณงามความดีของศาสดามูฮัมหมัด

วันนี้ (25 ก.พ.) ที่สนามหน้ากองการศึกษา เทศบาลเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา นายดำรงค์ ดีสกูล นายอำเภอเบตง เป็นประธานในพิธีเปิดงาน เมาลิดสัมพันธ์สองแผ่นดิน สู่สันติสุข ประจำปี ฮิจเราะห์ศักราช 1438 โดยมี นายโซเหร์ บินมูฮัมหมัด ซิน นายอำเภอบาลิ่ง รัฐเกดะห์ ประเทศมาเลเซีย นายอิสมาแอ หะยีมะนุส คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา สาขาเบตง ผู้ทรงคุณวุฒิจากประเทศมาเลเซีย นายสมยศ เลิศลำยอง นายกเทศมนตรีเมืองเบตง ประชาชนชาวอำเภอเบตง และประชาชนพื้นที่ใกล้เคียงร่วมในพิธีจำนวนมาก

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวันคล้ายวันประสูติศาสดามูฮัมหมัด (ซ.ล.) ซึ่งในปัจจุบันถือว่าเป็นงานประเพณีของชาวมุสลิมใน อ.เบตง ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-26 กุมภาพันธ์ 2560 ณ สนามหน้ากองการศึกษา เทศบาลเมืองเบตง เป็นประจำทุกปี
 

 
นายดำรงค์ ดีสกูล นายอำเภอเบตง กล่าวว่า เป็นที่น่าชื่นชม และยินดีที่คณะกรรมการอิสลามอำเภอเบตง ร่วมกับพี่น้องมุสลิม และทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ และเอกชน ร่วมกันจัดงานเมาลิดสัมพันธ์สองแผ่นดิน สู่สันติสุข ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1438 ขึ้นติดต่อกัน เพื่อเป็นการรำลึก และประสาทพรแด่ศาสดามูฮัมหมัด (ซ.ล.) ผู้เป็นศาสดาแห่งอิสลาม ถือเป็นภารกิจของพี่น้องมุสลิมทุกคนที่จะนำเอาพระจริยวัตรอันงดงาม ประกอบด้วยคุณธรรม และคำสอนของท่านศาสดามาศึกษาเป็นแบบอย่างสู่การปฏิบัติในชีวิตประจำวัน

นายอิสมะแอ หะยีมะนุส คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา สาขาเบตง กล่าวว่า การจัดงานเมาลิดสัมพันธ์ สองแผ่นดิน สู่สันติสุข ในปีนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจ และความสัมพันธ์ที่ดี สร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้เกิดขึ้น รวมทั้งช่วยขับเคลื่อนให้เกิดความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ ตลอดจนเป็นการสืบทอดกิจกรรมวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นสืบไป และเพื่อรำลึกถึงเกียรติประวัติ และคุณงามความดีของศาสดามูฮัมหมัด (ซ.ล.) ที่ได้ให้แบบอย่างในการใช้ชีวิตประจำวันของพี่น้องชาวไทยมุสลิม ตลอดจนก่อให้เกิดความรัก ความสามัคคี และความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ในหมู่คณะ อันจะนำความสันติสุขอย่างยั่งยืนมาสู่พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
 

 
สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย พิธีเมาลิดินนบี การบรรยายธรรม และการบรรยายพิเศษโดยผู้ทรงคุณวุฒิ การประกวดการอ่านคัมภีร์อัล-กุรอาน การประกวดการอาซาน การฟังการบรรยายธรรม การอ่านบัรซันญี และร่วมกันซอลาวาต (สรรเสริญพระศาสดา) พร้อมการแสดงนิทรรศการภายในงาน การแข่งขันการทำขนมพื้นบ้าน เช่น ขนมตายับ ขนมจูโจยาวอ ขนมตูปานาซิ ขนมซือบือเละ เพื่อเป็นการอนุรักษ์สืบทอดการทำขนมพื้นบ้านแล้ว ยังได้รับความรู้ในการทำขนมให้มีความอร่อย สวยงาม น่ารับประทาน เพื่อนำกลับไปทำขาย เพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง รวมทั้งยังสร้างความรักความสามัคคีของคนในชุมชนด้วย

ขนมจูโจ หรือฝักบัว เป็นขนมพื้นบ้านของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อีกขนมหนึ่งที่ชาวไทยพุทธชาวไทยมุสลิมนิยมทำรับประทานในงานเทศกาลต่างๆ ทั้งวันขึ้นปีใหม่ งานบุญ งานแต่งงาน รวมทั้งทำรับประทานกันในครอบครัว เป็นขนมสูตรโบราณ เมื่อสมัยก่อนใช้เฉพาะแป้งข้าวเจ้า แต่ปัจจุบันนี้มีการประยุกต์ใช้ทั้งแป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว แป้งสาลี นำมาผสมกัน เป็นการพัฒนาให้ขนมมีความอร่อยขึ้น ขนมจูโจ มีเคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่การหมักแป้ง และการใช้ไฟ การใช้ไฟในการทอดจะสำคัญมากถ้าเร่งไฟไป หรือไฟไม่พอ ขนมก็จะด้าน รูปทรงไม่สวย รสชาติก็จะอมน้ำมัน ไม่อร่อย

สำหรับขนมจูโจ เป็นขนมที่ทำกินได้ทุกครัวเรือน จะเห็นว่าอีกชื่อหนึ่งเรียกว่าขนมฝักบัว เนื่องจากเมื่อพลิกอีกด้านหนึ่งขึ้นมา ก็จะเห็นมีริ้วเหมือนดอกบัว จึงได้ชื่อว่าขนมฝักบัว ขนมจูโจ เป็นขนมพื้นบ้านน่ารับประทานอีกขนมหนึ่ง ซึ่งใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ไม่สลับซับซ้อน ไม่มากมาย มีแป้งข้าวเจ้า น้ำตาล ก็ทำได้ ซึ่งสมัยนี้จะสวยงามขึ้น รสชาติก็ดีขึ้นกว่าเดิม มีการพัฒนาเทคนิคต่างๆ ใส่ลงไป บางกลุ่มก็ใส่ไข่ลงไป ซึ่งไม่ถือเป็นการบิดเบี้ยวของวัฒนธรรม ถือเป็นการพัฒนามากกว่า เพราะเดี๋ยวนี้วัสดุอุปกรณ์มีมากขึ้น ช่วยพัฒนาให้ขนมอร่อยขึ้น แต่ขณะเดียวกัน ก็ยังต้องคงไว้ซึ่งรสชาติดั้งเดิม