xs
xsm
sm
md
lg

ภาคใต้วิปโยค “ชะอวด” น้ำท่วมหนักสุดรอบ 50 ปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

ทีมข่าวจาก ศูนย์ข่าวผู้จัดการ-News1 หาดใหญ่ ลงลุยพื้นที่ถ่ายทอดสด Live ผ่าน เพจเฟซบุ๊ก MGR Online ภาคใต้ มาอย่างต่อเนื่อง
 
โดย...ศูนย์ข่าวภาคใต้
--------------------------------------------------------------------------------
 
ประวัติศาสตร์ชาติไทยจะต้องจารจารึกไว้อีกคำรบว่า ผืนแผ่นดินด้ามขวานทองที่ถูกขนาบด้วย 2 ฟากฝั่งมหาสมุทร ได้แก่ มหาสมุทรแปรซิฟิก กับมหาสมุทรอินเดีย โดยด้านตะวันออกคือ ฝั่งทะเลอ่าวไทย และด้านตะวันตกคือ ฝั่งทะเลอันดามัน อันส่งผลให้กลายเป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพย์ยาธรรมชาติมากมาย และหลากหลายนั้น เวลานี้กลับต้องประสบภัยพิบัติชนิดข้ามปีอย่างใหญ่หลวงนักอีกคราครั้ง
 
ภาคใต้ที่ถูกขีดวงพื้นที่ไว้รวม 14 จังหวัด ในเวลานี้ฝั่งอ่าวไทยทุกจังหวัดประสบภัยพิบัติชนิดสากรรจ์กันแบบถ้วนทั่ว ไล่เรียงไปตั้งแต่ จ.ชุมพร จ.สุราษฎร์ธานี จ.นครศรีธรรมราช จ.พัทลุง จ.สงขลา จ.ปัตตานี จ.ยะลา และ จ.นราธิวาส ขณะที่ฝั่งอันดามันแม้จะประสบภัยพิบัติแบบไม่มากมายขยายวง ซึ่งจังหวัดที่ไม่รอดพ้นมีเพียงแห่งเดียวคือ จ.ตรัง แต่เวลานี้ถั่วทุกพื้นที่ก็ยังต้องเผชิญต่อฝน และคลื่นลมแรงชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายสิบปี
 
ขอบคุณภาพจากเครือข่ายภาคประชาชนและสื่อสังคมออนไลน์
 
ที่ว่าเป็นภัยพิบัติต่อเนื่องยาวนานแบบข้ามปีนั้น ก็เนื่องจากนับตั้งแต่ต้นเดือน ธ.ค.2559 หรือปลายปีที่แล้ว หลายพื้นที่ของภาคใต้ได้เผชิญภัยน้ำท่วมใหญ่ไปเป็นระลอกแรก โดยเฉพาะพื้นที่รอบๆ ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาใน จ.สงขลา และ จ.พัทลุง
 
สิ่งที่ย้ำเตือนความจำในเรื่องนี้ได้ดีที่สุดก็คือ กรณีพญาเหยียบท้องทุ่งระโนด “นายกฯ ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำคณะผู้บริหารชาติบ้านเมืองชุดใหญ่ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ อ.ระโนด จ.สงขลา ซึ่งได้เป็นข่าวครึกโครมชนิดกลบความเคลื่อนไหวของทุกเครือข่ายภาคประชาชนใต้ต่อกรณีเวที ค.1 โครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกสงขลา 2 เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.2559 ที่ผ่านมา
 
 ล่าสุด ช่วงข้ามปีเมื่อวันที่ 6 ม.ค.2560 ก็เกิดปรากฏการณ์พญาเหยียบลุ่มน้ำบางนราในพื้นที่ภาคใต้อีกครั้ง “นายกฯ ลุงตู่” นำคณะชุดใหญ่ไม่แพ้ครั้งก่อนล่องใต้เยี่ยมประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมในพื้นที่ อ.เมืองนราธิวาส และ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส และที่สำคัญก็เป็นข่าวครึกครื้น และครึกโครมไม่แพ้กัน
 
ขอบคุณภาพจากเครือข่ายภาคประชาชนและสื่อสังคมออนไลน์
 
เป็นที่น่าสังเกตว่า การนำคณะชุดใหญ่ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมครั้งล่าสุดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เลือกที่จะลงไปในแผ่นดิน “ไฟใต้” หรือพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มากกว่าที่จะเป็นพื้นที่ที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนมากที่สุด หรือแบบสาหัสสากรรจ์จริงๆ โดยเฉพาะพื้นที่เขตเมืองหลัก และรอบๆ ใน อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ที่ในเวลานี้ว่ากันว่าต้องเผชิญภัยพิบัติน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมแบบถล่มทลายมาตั้งแต่ช่วงวันเปลี่ยนศักราชข้ามปีใหม่หมาดๆ
 
กล่าวสำหรับน้ำป่าที่บ่าทะลักเข้าท่วมเมืองชะอวด และอาณาบริเวณรอบๆ หนที่ 2 นั้น ห้วงเวลาแห่งความสาหัสสากรรจ์แบบสุดๆ เริ่มปรากฏขึ้นมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 ม.ค.2560 แล้วก็กลายเป็นข่าวใหญ่ตามหน้าสื่อมวลชน โดยเฉพาะมีการระบุชัดเจนว่า ถือเป็นภัยพิบัติน้ำป่าทะลักเข้าท่วมเมืองชะอวด และบริเวณรอบนอกหนักที่สุดในรอบ 50 ปี
 
และหากนับเอาในห้วงประวัติศาสตร์ยุคใหม่ หรือสิ่งที่คนรุ่นยุคดิจิทัลสามารถรับรู้เรื่องราวเหล่านี้ได้ เหตุการณ์ใกล้เคียงกับปรากฏการณ์น้ำป่าท่วมเมืองชะอวด และพื้นที่โดยรอบครั้งนี้สามารถเทียบได้กลับเหตุน้ำป่าทะลักท่วมเมืองหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2553 ซึ่งเมืองทั้งเมืองจนอยู่ใต้กระแสน้ำหลากกว่า 1 สัปดาห์ ทั้งคร่าชีวิต และสร้างความเสียหายชนิดที่ยากจะประเมินได้
 
ขอบคุณภาพจากเครือข่ายภาคประชาชนและสื่อสังคมออนไลน์
 
ทว่า สำหรับเมืองชะอวด และอาณาบริเวณโอยรอบที่ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมครั้งนี้ ทั้งชาวบ้านในพื้นที่ และผู้ที่เฝ้ามองปรากฏการณ์น้ำหลากท่วมป่าพรุควนเคร็ง พื้นที่ชุดน้ำที่เป็นที่รู้จักระดับโลกอีกแห่งหนึ่งนั้น ต่างประเมินตรงกันว่า รวมระยะเวลาที่ประชาชนจะต้องเดือดร้อนไม่น่าจะต่ำกว่าครึ่งเดือนขึ้นไป แล้วหลังจากนั้นช่วงเวลาที่ต้องใช้ในการฟื้นฟูที่อยู่อาศัย และแหล่งทำมาหากินของชาวบ้านผู้ประสบภัยน่าจะใช้เวลาอีกนับเดือนเป็นอย่างน้อย
 
เกี่ยวกับเรื่องนี้ “MGR Online ภาคใต้” ได้รับการประสานจากหลายเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ว่า ขอให้ช่วยเป็นหนึ่งเครือข่ายในกระบวนการเชื่อมประสานความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนชาวชะอวด ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในครั้งนี้ด้วย ซึ่งนับตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค.2560 เป็นต้นมา ข่าวคราวความเคลื่อนไหวเพื่อช่วยบรรเทาทุกขภัยน้ำท่วมเมืองชะอวดก็เริ่มปรากฏเป็นรูปธรรม
 
อย่างไรก็ตาม แม้ความช่วยเหลือจะแห่แหนหลั่งไหลไปช่วยเหลือชาวเมืองชะอวดแล้วมากมาย และไปจากจากหลากหลายพื้นที่ก็ตาม แต่ก็ยังมีหมู่บ้านที่อยู่ลึกเข้าไปในกลางป่าพรุควนเคร็ง ซึ่งได้รับความเดือดร้อนแบบสาหัสสากรรจ์ ทว่า ความช่วยเหลือเบื้องต้น ทั้งในเรื่องของอาหารการกิน และของใช้จำเป็นก็ยังตกไปไม่ถึง ทั้งนี้ ไม่ใช่ว่าถูกเลือกปฏิบัติ แต่ในความเป็นจริงกลับเป็นพื้นที่ที่ทีมช่วยเหลือใดๆ ไม่สามารถเข้าไปได้ถึง
 
ขอบคุณภาพจากเครือข่ายภาคประชาชนและสื่อสังคมออนไลน์
 
ทั้งนี้ ยืนยันได้จากการให้ข้อมูลข่าวสารมาอย่างต่อเนื่องของทีมข่าว “MGR Online ภาคใต้” ที่ถูกส่งไปจาก “ศูนย์ข่าวผู้จัดการ-News1 หาดใหญ่” ให้ลงพื้นที่ติดตามความเคลื่อนไหวสถานกาณณ์น้ำท่วมใน อ.ชะอวด ซึ่งตลอดหลายวันที่ผ่านมา ได้ปฏิบัติการ Live แบบสดๆ ผ่านหน้า “เพจเฟซบุ๊ก MGR Online ภาคใต้” ที่มีผู้ติดตามกว่า 825,000 รายแล้วเวลานี้ โดยเฉพาะที่บ้านบางกลม ม.4 และบ้านท่าเข็น ม.7 ต.ชะอวด อ.ชะอวด และบ้านย่านแดง ต.เคร็ง อ.ชะอวดเช่นกัน ร่วมผู้ที่ได้รับความผู้เดือดร้อนจากภัยพิบัติในครั้งนี้เกือบครึ่งพันครัวเรือน
 
ดังนั้น เพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจพี่น้องประชาชนชาวภาคใต้ ซึ่งเป็นอีกพื้นที่ที่มีหลั่งไหลให้พวกเรามาโดยตลอด ทุกสื่อในเครือ “ผู้จัดการ-News1” รวมถึงอีกทั้ง 2 ศูนย์ข่าวในพื้นที่ภาคใต้ คือ “ศูนย์ข่าวผู้จัดการ-News1 หาดใหญ่” กับ “ศูนย์ข่าวผู้จัดการ-News1 ภูเก็ต” จึงขออาสารับประสานความช่วยเหลือพี่น้องชาวชะอวดในครั้งนี้อย่างเต็มที่ และต่อเนื่องจนถึงขั้นฟื้นฟูบ้านเมือง
 
ขอบคุณภาพจากเครือข่ายภาคประชาชนและสื่อสังคมออนไลน์
ขอบคุณภาพจากเครือข่ายภาคประชาชนและสื่อสังคมออนไลน์
ขอบคุณภาพจากเครือข่ายภาคประชาชนและสื่อสังคมออนไลน์
ขอบคุณภาพจากเครือข่ายภาคประชาชนและสื่อสังคมออนไลน์
ขอบคุณภาพจากเครือข่ายภาคประชาชนและสื่อสังคมออนไลน์
ขอบคุณภาพจากเครือข่ายภาคประชาชนและสื่อสังคมออนไลน์
ขอบคุณภาพจากเครือข่ายภาคประชาชนและสื่อสังคมออนไลน์