ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ออกแล้วหมายจับหนุ่มรัสเซียก่อเหตุฉกเงินจากตู้เอทีเอ็ม ธนาคารออมสิน ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต กทม. เพชรบุรี ได้เงินไปกว่า 3 ล้านบาท หลังหลักฐานก่อเหตุชัด

จากกรณีเกิดเหตุกลุ่มคนร้ายเข้ามาก่อเหตุแฮกข้อมูลตู้เอทีเอ็ม ในพื้นที่ภูเก็ต พังงา สุราษฎร์ธานี เพชรบุรี และกรุงเทพมหานคร ในช่วงเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา โดยคนร้ายได้เงินไปกว่า 12 ล้านบาทา สำหรับในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต คนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์จากตู้เอทีเอ็มจำนวนหลายครั้ง จากทั้งหมด 5 ตู้ สูญเงินไปจำนวนมากกว่า 1 ล้านบาท ซึ่งจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายหน่วยงาน ภายใต้การกำกับของ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10 ที่ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าคดีด้วยตัวเอง ทำให้ทราบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย และมีพยานหลักฐานชัดเจนแล้ว 1 ราย ซึ่งเป็นชายชาวรัสเซีย หลังก่อเหตุได้เดินออกนอกประเทศไปแล้วเมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา
สำหรับความคืบหน้าล่าสุด พ.ต.อ.สมาน ชัยณรงค์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ซึ่งรับผิดชอบคดีคนร้ายแฮกข้อมูลตู้เอทีเอ็มของธนาคารออมสินในพื้นที่ จ.ภูเก็ต กล่าวว่า ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนได้ยื่นต่อศาลจังหวัดภูเก็ต เพื่อขอออกหมายจับนาย RUSTAM SHAMBASOV อายุ 29 ปี สัญชาติรัสเซีย แล้ว ในข้อหาลักทรัพย์ โดยศาลได้อนุมัติหมายจับเมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องสงสัยรายดังกล่าวเริ่มเดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา ด้วยสายการบินแอร์ไชน่า เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ต้นทางสนามบินปักกิ่ง และถึงสนามบินภูเก็ต เวลา 00.40 น.วันที่ 14 ก.ค. หลังจากนั้นผู้ต้องสงสัยได้ลงมือกดเงินตู้เอทีเอ็มทันทีในวันที่ 15 ก.ค.เวลา 14.27-14.28 น. จุดนี้ได้เงินไป 280,000 บาท ต่อมา วันที่ 16 ก.ค. ผู้ต้องสงสัยได้เดินทางไปที่ตู้เอทีเอ็มหน้าร้านไสยวน คลินิก ลงมือกดเงินในเวลา 20.44-20.46 น. ได้เงินไป 80,000 บาท วันที่ 17 ก.ค. เดินทางออกจากสนามบินภูเก็ต ไปลงดอนเมือง ในเวลา 00.15 น. วันที่ 18 ก.ค. และเริ่มตระเวนกดเงินในวันที่ 21 ก.ค.เวลา 05.50-05.57 น. ที่บ้านขนมนันทวัน จ.เพชรบุรี ได้เงินไป 1,160,000 บาท วันที่ 25 ก.ค.เวลา 13.30 น เช่ารถที่ร้าน P&D TOUR ไสยวน ต.ราไวย์ เป็นรถฟอร์จูนเนอร์ สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 กศ 7460 กรุงเทพ
วันที่ 26 ก.ค. ผู้ต้องสงสัยเริ่มกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มหน้าไสยวนคลินิก เวลา 23.27-23.28 ได้เงินไป 80,000 บาท วันที่ 27 ก.ค. เวลา 14.53-14.54 น. กดเงินที่ตู้หน้าร้านเรือนฟ้าเภสัช ได้เงิน 120,000 บาท วันที่ 27 ก.ค.เวลา 16.03 -16.04 น. กดเงินที่ตู้หน้าสำนักงานขนส่ง ได้เงินไป 280,000 บาท วันที่ 27 ก.ค. เวลา 23.16-23.20 กดเงินที่ J&P ซุปเปอร์มาร์ท ได้เงินไป 240,000 บาท วันที่ 27 ก.ค. เวลา 23.29-23.39 น. กดเงินที่ร้านเรือนพร เภสัช ได้เงินไป 120,000 บาท
วันที่ 28 ก.ค. เวลา 00.18-00.20 น. กดเงินที่หน้า สนง.ขนส่ง ได้เงิน 280,000 บาท วันที่ 28 ก.ค.เวลา 01.04-01.05 น. ได้เงิน 80,000 บาท วันที่ 28 ก.ค. เวลา 21.35 น.เดินทางออกจากสนามบินภูเก็ต ไปดอนเมือง วันที่ 29 ก.ค. เวลา 03.41-03.43 น.กดเงินที่แฟมมิลี่มาร์ท สุขุมวิท 71 ได้เงินไป 240,000 บาท วันที่ 29 ก.ค.เวลา 03.56-03.59 กดเงินที่ 7-11 สุขุมวิท ได้เงินไป 120,000 บาท วันที่ 31 ก.ค.เวลา 02.16-02.18 น. กดเงินที่แฟมิลี่มาร์ท สุขุมวิท ได้เงินไป 240,000 บาท และออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 10.00 น.วันที่ 1 ส.ค. จุดหมายปลายทางที่มอสโก
จากกรณีเกิดเหตุกลุ่มคนร้ายเข้ามาก่อเหตุแฮกข้อมูลตู้เอทีเอ็ม ในพื้นที่ภูเก็ต พังงา สุราษฎร์ธานี เพชรบุรี และกรุงเทพมหานคร ในช่วงเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา โดยคนร้ายได้เงินไปกว่า 12 ล้านบาทา สำหรับในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต คนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์จากตู้เอทีเอ็มจำนวนหลายครั้ง จากทั้งหมด 5 ตู้ สูญเงินไปจำนวนมากกว่า 1 ล้านบาท ซึ่งจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายหน่วยงาน ภายใต้การกำกับของ พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10 ที่ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าคดีด้วยตัวเอง ทำให้ทราบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย และมีพยานหลักฐานชัดเจนแล้ว 1 ราย ซึ่งเป็นชายชาวรัสเซีย หลังก่อเหตุได้เดินออกนอกประเทศไปแล้วเมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา
สำหรับความคืบหน้าล่าสุด พ.ต.อ.สมาน ชัยณรงค์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ซึ่งรับผิดชอบคดีคนร้ายแฮกข้อมูลตู้เอทีเอ็มของธนาคารออมสินในพื้นที่ จ.ภูเก็ต กล่าวว่า ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนได้ยื่นต่อศาลจังหวัดภูเก็ต เพื่อขอออกหมายจับนาย RUSTAM SHAMBASOV อายุ 29 ปี สัญชาติรัสเซีย แล้ว ในข้อหาลักทรัพย์ โดยศาลได้อนุมัติหมายจับเมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องสงสัยรายดังกล่าวเริ่มเดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา ด้วยสายการบินแอร์ไชน่า เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ต้นทางสนามบินปักกิ่ง และถึงสนามบินภูเก็ต เวลา 00.40 น.วันที่ 14 ก.ค. หลังจากนั้นผู้ต้องสงสัยได้ลงมือกดเงินตู้เอทีเอ็มทันทีในวันที่ 15 ก.ค.เวลา 14.27-14.28 น. จุดนี้ได้เงินไป 280,000 บาท ต่อมา วันที่ 16 ก.ค. ผู้ต้องสงสัยได้เดินทางไปที่ตู้เอทีเอ็มหน้าร้านไสยวน คลินิก ลงมือกดเงินในเวลา 20.44-20.46 น. ได้เงินไป 80,000 บาท วันที่ 17 ก.ค. เดินทางออกจากสนามบินภูเก็ต ไปลงดอนเมือง ในเวลา 00.15 น. วันที่ 18 ก.ค. และเริ่มตระเวนกดเงินในวันที่ 21 ก.ค.เวลา 05.50-05.57 น. ที่บ้านขนมนันทวัน จ.เพชรบุรี ได้เงินไป 1,160,000 บาท วันที่ 25 ก.ค.เวลา 13.30 น เช่ารถที่ร้าน P&D TOUR ไสยวน ต.ราไวย์ เป็นรถฟอร์จูนเนอร์ สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 กศ 7460 กรุงเทพ
วันที่ 26 ก.ค. ผู้ต้องสงสัยเริ่มกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มหน้าไสยวนคลินิก เวลา 23.27-23.28 ได้เงินไป 80,000 บาท วันที่ 27 ก.ค. เวลา 14.53-14.54 น. กดเงินที่ตู้หน้าร้านเรือนฟ้าเภสัช ได้เงิน 120,000 บาท วันที่ 27 ก.ค.เวลา 16.03 -16.04 น. กดเงินที่ตู้หน้าสำนักงานขนส่ง ได้เงินไป 280,000 บาท วันที่ 27 ก.ค. เวลา 23.16-23.20 กดเงินที่ J&P ซุปเปอร์มาร์ท ได้เงินไป 240,000 บาท วันที่ 27 ก.ค. เวลา 23.29-23.39 น. กดเงินที่ร้านเรือนพร เภสัช ได้เงินไป 120,000 บาท
วันที่ 28 ก.ค. เวลา 00.18-00.20 น. กดเงินที่หน้า สนง.ขนส่ง ได้เงิน 280,000 บาท วันที่ 28 ก.ค.เวลา 01.04-01.05 น. ได้เงิน 80,000 บาท วันที่ 28 ก.ค. เวลา 21.35 น.เดินทางออกจากสนามบินภูเก็ต ไปดอนเมือง วันที่ 29 ก.ค. เวลา 03.41-03.43 น.กดเงินที่แฟมมิลี่มาร์ท สุขุมวิท 71 ได้เงินไป 240,000 บาท วันที่ 29 ก.ค.เวลา 03.56-03.59 กดเงินที่ 7-11 สุขุมวิท ได้เงินไป 120,000 บาท วันที่ 31 ก.ค.เวลา 02.16-02.18 น. กดเงินที่แฟมิลี่มาร์ท สุขุมวิท ได้เงินไป 240,000 บาท และออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 10.00 น.วันที่ 1 ส.ค. จุดหมายปลายทางที่มอสโก


