ตรัง - กระทรวงสาธารณสุขเตรียมทุ่มงบประมาณ 800 ล้านบาท เนรมิตโรงพยาบาลตรังเป็นศูนย์กลางรักษาพยาบาลภาคใต้ฝั่งอันดามัน เพื่อรองรับปริมาณผู้ป่วยที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกๆ วันในพื้นที่ฝั่งอันดามัน 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดระนอง ภูเก็ต กระบี่ พังงา และตรัง
นายแพทย์สมนึก เชื้อทอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตรัง กล่าวว่า โรงพยาบาลตรัง ปัจจุบันมีข้อจำกัดในด้านการรักษาพยาบาล เช่น ด้านพื้นที่ด้านการรักษาพยาบาล ทั้งปริมาณห้องรักษาผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน และสถานรองรับด้านอื่นๆ ที่สำคัญในทุกด้าน ประกอบกับแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่บุคลากรด้านต่างๆ ก็มีน้อย ไม่เพียงพอกับปริมาณผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาที่มีวันละหลายพันคน ซึ่งนอกจากเป็นชาวจังหวัดตรังแล้ว ยังเดินทางมาจากจังหวัดใกล้เคียง เช่น จังหวัดสตูล กระบี่ นครศรีธรรมราช ฯลฯ ส่งผลต่อคุณภาพด้านการรักษาพยาบาลไม่ทั่วถึง ขณะที่แพทย์และพยาบาลก็ขาดขวัญกำลังใจในการปฏิบัติ รวมทั้งยังเหน็ดเหนื่อย และเกิดความเครียดจากการทำงาน
โรงพยาบาลตรังได้ประสบปัญหาในลักษณะนี้มาอย่างยาวนานแล้ว ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาตั้งแต่สมัยที่ นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ก็พยายามจะผลักดันให้โรงพยาบาลตรัง กลายเป็นโรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่ฝั่งอันดามัน เพื่อรองรับปริมาณคนไข้ที่จะต้องเดินทางไปรับการรักษา ที่โรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่ อย่างโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (มอ.) หาดใหญ่ เพื่อจะได้ไม่แออัดยัดเยียดเหมือนในปัจจุบัน
ล่าสุดขณะนี้สำนักงบประมาณได้อนุมัติงบประมาณในปี 2553 มาให้แล้วจำนวน 460 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับการขยายโรงพยาบาลตรัง เพื่อรองรับผู้ป่วยในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดระนอง ภูเก็ต กระบี่ พังงา และตรัง
นายแพทย์สมนึก คาดว่า ทุกอย่างจะผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีในเร็วๆ นี้ และจะสามารถดำเนินการก่อสร้างได้ในต้นปีงบประมาณ 2553 โดยจะเป็นตึกใหม่ ขนาดกว้าง 50 เมตร ยาว 57 เมตร สูง 7 ชั้น สำหรับใน 4 ชั้นล่าง จะใช้เป็นสถานที่ตรวจรักษาผู้ป่วยนอก เพราะปัจจุบันไม่เพียงพอต่อปริมาณคนไข้ ที่มาขอรับการรักษาพยาบาลในแต่ละวัน
นอกจากนั้น ก็มีแผนรองรับในปีงบประมาณ 2554 เพื่อจะขออนุมัติงบประมาณจากรัฐบาลเพิ่มเติมอีกจำนวน 200-300 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับการก่อสร้างตึกรองรับการรักษาพยาบาลเฉพาะทาง เช่น ห้องผ่าตัด ห้องเอ็กซเรย์ ห้องไตเทียม ห้องแลป ห้องเก็บเครื่องมือทางการแพทย์อันทันสมัย ห้องแพทย์ฝึกหัด เป็นต้น ซึ่งงบประมาณทั้งหมดคาดว่าจะใช้ประมาณ 700-800 ล้านบาท
ทั้งนี้ จังหวัดตรังสมควรจะเป็นศูนย์กลางทุกด้านฝั่งอันดามัน ซึ่งนอกจากในปัจจุบันจะเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาแล้ว ยังมีความจำเป็นที่จะต้องเป็นศูนย์กลางด้านการรักษาพยาบาลด้วย เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน เพราะขณะนี้มีแพทย์อยู่จำนวน 64 คนเท่านั้น ขณะที่ปริมาณของแพทย์หากให้เพียงพอต่อปริมาณคนไข้ ณ ปัจจุบันนี้ จะต้องมีจำนวนถึง 160 คน นอกจากนั้น จังหวัดตรังก็มีสถาบันการศึกษาทางการแพทย์รองรับอยู่แล้ว หากยกระดับขึ้นมาเป็นโรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่ได้ ก็พร้อมจะผลิตแพทย์เพื่อให้เพียงต่อความต้องการของโรงพยาบาลและของผู้ป่วย
นายแพทย์สาธิต ไผ่ประเสริฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง กล่าวว่า การขยายโรงพยาบาลตรังนั้นเชื่อว่า จะสามารถดำเนินการก่อสร้างได้ในปีงบประมาณ 2553 เพราะจังหวัดตรังมีขนาดใหญ่กว่าจังหวัดอื่นๆ ในเขตเดียวกัน ส่วนการก่อสร้างโรงพยาบาลหาดสำราญ เดิมประสบปัญหาราคากลางที่ตั้งไว้ต่ำเกินไปประมาณ 38 ล้านบาท จึงไม่มีผู้สนใจยื่นรับเหมาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ แต่ท้ายสุดเมื่อได้ผู้รับเหมา ก็อาศัยมติคณะรัฐมนตรียกเลิกสัญญา โดยไม่ต้องจ่ายค่าปรับ และล่าสุดคณะกรรมการได้มีการทบทวนราคากลางใหม่แล้ว ขณะนี้ได้ข้อสรุปแล้วว่าจะมีการปรับราคากลางขึ้นมาเล็กน้อย และเตรียมเปิดประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นใหม่อีกครั้ง
นายแพทย์สมนึก เชื้อทอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตรัง กล่าวว่า โรงพยาบาลตรัง ปัจจุบันมีข้อจำกัดในด้านการรักษาพยาบาล เช่น ด้านพื้นที่ด้านการรักษาพยาบาล ทั้งปริมาณห้องรักษาผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน และสถานรองรับด้านอื่นๆ ที่สำคัญในทุกด้าน ประกอบกับแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่บุคลากรด้านต่างๆ ก็มีน้อย ไม่เพียงพอกับปริมาณผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาที่มีวันละหลายพันคน ซึ่งนอกจากเป็นชาวจังหวัดตรังแล้ว ยังเดินทางมาจากจังหวัดใกล้เคียง เช่น จังหวัดสตูล กระบี่ นครศรีธรรมราช ฯลฯ ส่งผลต่อคุณภาพด้านการรักษาพยาบาลไม่ทั่วถึง ขณะที่แพทย์และพยาบาลก็ขาดขวัญกำลังใจในการปฏิบัติ รวมทั้งยังเหน็ดเหนื่อย และเกิดความเครียดจากการทำงาน
โรงพยาบาลตรังได้ประสบปัญหาในลักษณะนี้มาอย่างยาวนานแล้ว ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาตั้งแต่สมัยที่ นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ก็พยายามจะผลักดันให้โรงพยาบาลตรัง กลายเป็นโรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่ฝั่งอันดามัน เพื่อรองรับปริมาณคนไข้ที่จะต้องเดินทางไปรับการรักษา ที่โรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่ อย่างโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (มอ.) หาดใหญ่ เพื่อจะได้ไม่แออัดยัดเยียดเหมือนในปัจจุบัน
ล่าสุดขณะนี้สำนักงบประมาณได้อนุมัติงบประมาณในปี 2553 มาให้แล้วจำนวน 460 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับการขยายโรงพยาบาลตรัง เพื่อรองรับผู้ป่วยในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดระนอง ภูเก็ต กระบี่ พังงา และตรัง
นายแพทย์สมนึก คาดว่า ทุกอย่างจะผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีในเร็วๆ นี้ และจะสามารถดำเนินการก่อสร้างได้ในต้นปีงบประมาณ 2553 โดยจะเป็นตึกใหม่ ขนาดกว้าง 50 เมตร ยาว 57 เมตร สูง 7 ชั้น สำหรับใน 4 ชั้นล่าง จะใช้เป็นสถานที่ตรวจรักษาผู้ป่วยนอก เพราะปัจจุบันไม่เพียงพอต่อปริมาณคนไข้ ที่มาขอรับการรักษาพยาบาลในแต่ละวัน
นอกจากนั้น ก็มีแผนรองรับในปีงบประมาณ 2554 เพื่อจะขออนุมัติงบประมาณจากรัฐบาลเพิ่มเติมอีกจำนวน 200-300 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับการก่อสร้างตึกรองรับการรักษาพยาบาลเฉพาะทาง เช่น ห้องผ่าตัด ห้องเอ็กซเรย์ ห้องไตเทียม ห้องแลป ห้องเก็บเครื่องมือทางการแพทย์อันทันสมัย ห้องแพทย์ฝึกหัด เป็นต้น ซึ่งงบประมาณทั้งหมดคาดว่าจะใช้ประมาณ 700-800 ล้านบาท
ทั้งนี้ จังหวัดตรังสมควรจะเป็นศูนย์กลางทุกด้านฝั่งอันดามัน ซึ่งนอกจากในปัจจุบันจะเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาแล้ว ยังมีความจำเป็นที่จะต้องเป็นศูนย์กลางด้านการรักษาพยาบาลด้วย เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน เพราะขณะนี้มีแพทย์อยู่จำนวน 64 คนเท่านั้น ขณะที่ปริมาณของแพทย์หากให้เพียงพอต่อปริมาณคนไข้ ณ ปัจจุบันนี้ จะต้องมีจำนวนถึง 160 คน นอกจากนั้น จังหวัดตรังก็มีสถาบันการศึกษาทางการแพทย์รองรับอยู่แล้ว หากยกระดับขึ้นมาเป็นโรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่ได้ ก็พร้อมจะผลิตแพทย์เพื่อให้เพียงต่อความต้องการของโรงพยาบาลและของผู้ป่วย
นายแพทย์สาธิต ไผ่ประเสริฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง กล่าวว่า การขยายโรงพยาบาลตรังนั้นเชื่อว่า จะสามารถดำเนินการก่อสร้างได้ในปีงบประมาณ 2553 เพราะจังหวัดตรังมีขนาดใหญ่กว่าจังหวัดอื่นๆ ในเขตเดียวกัน ส่วนการก่อสร้างโรงพยาบาลหาดสำราญ เดิมประสบปัญหาราคากลางที่ตั้งไว้ต่ำเกินไปประมาณ 38 ล้านบาท จึงไม่มีผู้สนใจยื่นรับเหมาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ แต่ท้ายสุดเมื่อได้ผู้รับเหมา ก็อาศัยมติคณะรัฐมนตรียกเลิกสัญญา โดยไม่ต้องจ่ายค่าปรับ และล่าสุดคณะกรรมการได้มีการทบทวนราคากลางใหม่แล้ว ขณะนี้ได้ข้อสรุปแล้วว่าจะมีการปรับราคากลางขึ้นมาเล็กน้อย และเตรียมเปิดประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นใหม่อีกครั้ง




