ตรัง – เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวพ่อเลี้ยงและลูกชาย ในข้อหาร่วมกันฆ่าลูกเลี้ยง หรือน้องวาวา วัยเพียง 4 ขวบ สาเหตุจากโกรธแค้นที่ผู้เป็นภรรยาไม่ได้รับมรดก ในขณะที่การแถลงข่าวการจับกุมมีการให้ผู้ต้องหาสวมหมวกไหมพรมอำพรางใบหน้า จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง
เมื่อเวลา 11.00 น.วันนี้ (11 พ.ย.) ที่ห้องศูนย์ปฏิบัติการ สภ.อ.เมืองตรัง พล.ต.ต.ประเสริฐ จันทรสว่าง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง พร้อมด้วย พ.ต.อ.นุกูล ไกรทอง ผู้กำกับการ พ.ต.ท.ชัยโรจน์ โพธิปฐม รองผู้กำกับการ ฝ่ายป้องกันและปราบปราม พ.ต.ท.ปรีดี นาคช่วย สารวัตรป้องกันและปราบปราม พ.ต.ต.ณัฐภาคย์ นุ้ยโดด สารวัตรสืบสวน สภ.อ.เมืองตรัง และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กว่า 20 นาย
ร่วมแถลงข่าวการจับกุมตัว 2 ผู้ต้องหา คือ นายวิชิต หยงสตาร์ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 163/3 หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านนา อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงของน้องวาวา และนายเอกลักษณ์ หยงสตาร์ อายุ 23 ปี ลูกชายของนายวิชิต ในคดีร่วมกันฆ่า ด.ญ.นัจญาวา สะดัน หรือน้องวาวา อายุ 4 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76 หมู่ที่ 6 ตำบลบ่อน้ำร้อน อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง
ทั้งนี้ จากกรณีที่ได้เกิดเหตุคนร้ายลักพาตัว ด.ญ.นัจญาวา สะดัน หรือน้องวาวา อายุ 4 ปี สูญหายไปในขณะที่ นางสาวรชณา สะเหร่าดี อายุ 25 ปี มารดา และ นายวิชิต หยงสตาร์ อายุ 45 ปี พ่อเลี้ยง ได้เข้าไปซื้อปลาในตลาดสดท่ากลาง ในเขตเทศบาลนครตรัง โดยได้ปล่อยให้น้องวาวา นอนหลับเพียงลำพังอยู่ในรถกระบะเมื่อเวลา 03.30 น.วันที่ 31 ตุลาคม 2550
จนระยะเวลาผ่านไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมง เมื่อนางสาวรชณา และนายวิชิตกลับมาที่รถก็พบว่า ด.ญ.นัจญาวา หรือน้องวาวา หายตัวไปแล้วอย่างไร้ร่องรอย จนกระทั่งเมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 2 พ.ย.2550 ที่ผ่านมา ได้มีการพบศพน้องวาวาถูกฆ่าเสียชีวิต และได้มีการโยนศพมาทิ้งไว้ใต้สะพานคลองเกาะเต่า หมู่ที่ 3 ตำบลนาท่อม อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง
จากนั้น พล.ต.ต.ประเสริฐ จันทรสว่าง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง ได้ตั้งคณะทำงานเพื่อคลี่คลายคดีขึ้มา 1 ชุด โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างชุดสืบสวน สภ.อ.เมืองตรัง กับชุดสืบสวนภูธรจังหวัดตรัง และชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 9 จนสามารถรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งพยานบุคคล พยานทางนิติวิทยาศาสตร์ และพยานหลักฐานด้านการสื่อสารของคนร้ายได้จำนวนหนึ่ง แล้วขออนุมัติหมายจับของศาลจังหวัดตรัง ที่ จ.796-797/2550 ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2550 เพื่อเชิญตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนมาสอบปากคำเพิ่มเติมและจับกุมตัวในทันที
อย่างไรก็ตาม นายวิชิต หยงสตาร์ และนายเอกลักษณ์ หยงสตาร์ 2 พ่อลูกผู้ต้องหาได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าตนเองไม่มีเหตุจูงใจอะไรที่จะต้องกระทำการอย่างเหี้ยมโหดเช่นนั้น แต่ก่อนการแถลงข่าว นางสาวรชณา สะเหร่าดี มารดาของน้องวาวา
รวมทั้ง นายมุกดา สะเหร่าดี อายุ 65 ปี ผู้เป็นตาที่คอยเลี้ยงดูน้องวาวาอย่างประคบประหงมมาตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ได้กล่าวต่อว่านายวิชิตที่กระทำการอย่างเหี้ยมโหดเยี่ยงสัตว์เดรัจฉาน เนื่องจากทั้งตาของน้องวาวาและแม่ของน้องวาวาได้เกื้อกูลและให้เกียรตินายวิชิตอย่างดีมาโดยตลอด ทั้งการช่วยเหลือด้านอาชีพและที่อยู่อาศัย แต่นายวิชิตก็ได้เลือกที่จะกระทำการอย่างโหดร้ายต่อครอบครัวสะเหร่าดีอย่างที่สุด
สำหรับสาเหตุที่จูงใจให้ นายวิชิต และลูกชาย รวมทั้งผู้ร่วมขบวนการอีกประมาณ 2-3 คน ได้คิดแผนสังหารโหดน้องวาวาในครั้งนี้ เนื่องมาจากความโกรธเคืองในตัวของน้องวาวา ที่นายมุกดา ผู้เป็นตา ได้โอนทรัพย์สมบัติที่มีทั้งหมดให้แก่น้องวาวา โดยที่ไม่แบ่งให้นางสาวรชณา ซึ่งเป็นภรรยาใหม่ที่ได้อยู่กินกับนายวิชิต ประมาณ 6-7 เดือน จึงเป็นเหตุให้นายวิชิตและพวกร่วมกันฆ่าน้องวาวา ลูกเลี้ยงในที่สุด
ส่วนบรรยากาศบริเวณหน้า สภ.อ.เมืองตรัง เต็มไปด้วยบรรดาญาติพี่น้อง เพื่อนบ้านของน้องวาวา และประชาชนที่รู้ข่าวได้มารอดูหน้าตาของนายวิชิต และลูกชาย ผู้ต้องหาโหดกันเป็นจำนวนมาก แต่ก็ต้องผิดหวังกลับไป เนื่องจากทางผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง เกรงการทำร้ายร่างกายผู้ต้องหาจึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้มงวดในการสกัดกั้นคนไม่ให้เข้ามาภายใน สภ.อ.เมืองตรัง
รวมทั้งการแถลงข่าวในครั้งนี้ ก็ยังให้ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนสวมหมวกไหมพรหม โดยผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง อ้างว่าเป็นสิทธิของผู้ต้องหาจึงไม่สามารถเปิดเผยใบหน้าและรายชื่อให้แก่ผู้สื่อข่าวรับทราบได้ จึงเป็นการตั้งข้อสงสัยว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจในครั้งนี้อยู่ในความชัดเจนหรือไม่
เมื่อเวลา 11.00 น.วันนี้ (11 พ.ย.) ที่ห้องศูนย์ปฏิบัติการ สภ.อ.เมืองตรัง พล.ต.ต.ประเสริฐ จันทรสว่าง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง พร้อมด้วย พ.ต.อ.นุกูล ไกรทอง ผู้กำกับการ พ.ต.ท.ชัยโรจน์ โพธิปฐม รองผู้กำกับการ ฝ่ายป้องกันและปราบปราม พ.ต.ท.ปรีดี นาคช่วย สารวัตรป้องกันและปราบปราม พ.ต.ต.ณัฐภาคย์ นุ้ยโดด สารวัตรสืบสวน สภ.อ.เมืองตรัง และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กว่า 20 นาย
ร่วมแถลงข่าวการจับกุมตัว 2 ผู้ต้องหา คือ นายวิชิต หยงสตาร์ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 163/3 หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านนา อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงของน้องวาวา และนายเอกลักษณ์ หยงสตาร์ อายุ 23 ปี ลูกชายของนายวิชิต ในคดีร่วมกันฆ่า ด.ญ.นัจญาวา สะดัน หรือน้องวาวา อายุ 4 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76 หมู่ที่ 6 ตำบลบ่อน้ำร้อน อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง
ทั้งนี้ จากกรณีที่ได้เกิดเหตุคนร้ายลักพาตัว ด.ญ.นัจญาวา สะดัน หรือน้องวาวา อายุ 4 ปี สูญหายไปในขณะที่ นางสาวรชณา สะเหร่าดี อายุ 25 ปี มารดา และ นายวิชิต หยงสตาร์ อายุ 45 ปี พ่อเลี้ยง ได้เข้าไปซื้อปลาในตลาดสดท่ากลาง ในเขตเทศบาลนครตรัง โดยได้ปล่อยให้น้องวาวา นอนหลับเพียงลำพังอยู่ในรถกระบะเมื่อเวลา 03.30 น.วันที่ 31 ตุลาคม 2550
จนระยะเวลาผ่านไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมง เมื่อนางสาวรชณา และนายวิชิตกลับมาที่รถก็พบว่า ด.ญ.นัจญาวา หรือน้องวาวา หายตัวไปแล้วอย่างไร้ร่องรอย จนกระทั่งเมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 2 พ.ย.2550 ที่ผ่านมา ได้มีการพบศพน้องวาวาถูกฆ่าเสียชีวิต และได้มีการโยนศพมาทิ้งไว้ใต้สะพานคลองเกาะเต่า หมู่ที่ 3 ตำบลนาท่อม อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง
จากนั้น พล.ต.ต.ประเสริฐ จันทรสว่าง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง ได้ตั้งคณะทำงานเพื่อคลี่คลายคดีขึ้มา 1 ชุด โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างชุดสืบสวน สภ.อ.เมืองตรัง กับชุดสืบสวนภูธรจังหวัดตรัง และชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 9 จนสามารถรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งพยานบุคคล พยานทางนิติวิทยาศาสตร์ และพยานหลักฐานด้านการสื่อสารของคนร้ายได้จำนวนหนึ่ง แล้วขออนุมัติหมายจับของศาลจังหวัดตรัง ที่ จ.796-797/2550 ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2550 เพื่อเชิญตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนมาสอบปากคำเพิ่มเติมและจับกุมตัวในทันที
อย่างไรก็ตาม นายวิชิต หยงสตาร์ และนายเอกลักษณ์ หยงสตาร์ 2 พ่อลูกผู้ต้องหาได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าตนเองไม่มีเหตุจูงใจอะไรที่จะต้องกระทำการอย่างเหี้ยมโหดเช่นนั้น แต่ก่อนการแถลงข่าว นางสาวรชณา สะเหร่าดี มารดาของน้องวาวา
รวมทั้ง นายมุกดา สะเหร่าดี อายุ 65 ปี ผู้เป็นตาที่คอยเลี้ยงดูน้องวาวาอย่างประคบประหงมมาตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ได้กล่าวต่อว่านายวิชิตที่กระทำการอย่างเหี้ยมโหดเยี่ยงสัตว์เดรัจฉาน เนื่องจากทั้งตาของน้องวาวาและแม่ของน้องวาวาได้เกื้อกูลและให้เกียรตินายวิชิตอย่างดีมาโดยตลอด ทั้งการช่วยเหลือด้านอาชีพและที่อยู่อาศัย แต่นายวิชิตก็ได้เลือกที่จะกระทำการอย่างโหดร้ายต่อครอบครัวสะเหร่าดีอย่างที่สุด
สำหรับสาเหตุที่จูงใจให้ นายวิชิต และลูกชาย รวมทั้งผู้ร่วมขบวนการอีกประมาณ 2-3 คน ได้คิดแผนสังหารโหดน้องวาวาในครั้งนี้ เนื่องมาจากความโกรธเคืองในตัวของน้องวาวา ที่นายมุกดา ผู้เป็นตา ได้โอนทรัพย์สมบัติที่มีทั้งหมดให้แก่น้องวาวา โดยที่ไม่แบ่งให้นางสาวรชณา ซึ่งเป็นภรรยาใหม่ที่ได้อยู่กินกับนายวิชิต ประมาณ 6-7 เดือน จึงเป็นเหตุให้นายวิชิตและพวกร่วมกันฆ่าน้องวาวา ลูกเลี้ยงในที่สุด
ส่วนบรรยากาศบริเวณหน้า สภ.อ.เมืองตรัง เต็มไปด้วยบรรดาญาติพี่น้อง เพื่อนบ้านของน้องวาวา และประชาชนที่รู้ข่าวได้มารอดูหน้าตาของนายวิชิต และลูกชาย ผู้ต้องหาโหดกันเป็นจำนวนมาก แต่ก็ต้องผิดหวังกลับไป เนื่องจากทางผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง เกรงการทำร้ายร่างกายผู้ต้องหาจึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้มงวดในการสกัดกั้นคนไม่ให้เข้ามาภายใน สภ.อ.เมืองตรัง
รวมทั้งการแถลงข่าวในครั้งนี้ ก็ยังให้ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนสวมหมวกไหมพรหม โดยผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง อ้างว่าเป็นสิทธิของผู้ต้องหาจึงไม่สามารถเปิดเผยใบหน้าและรายชื่อให้แก่ผู้สื่อข่าวรับทราบได้ จึงเป็นการตั้งข้อสงสัยว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจในครั้งนี้อยู่ในความชัดเจนหรือไม่


