xs
xsm
sm
md
lg

แก๊งยิงถล่ม “จ่าแข้ง” ตร.นปพ.ภ.8 ดอดมอบตัวอีก 2 ราย

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

นครศรีธรรมราช – ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับในคดีร่วมกันฆ่า “จ่าแข้ง” ตำรวจหน่วยปราบปรามพิเศษ ภาค 8 เข้ามอบตัวอีก 2 ราย โดยศาลอนุญาตให้ประกันตัวไปในวงเงินคนละ 1 ล้านบาท

กรณีเหตุการณ์ ด.ต.สุรินทร์ หนูตะพง หรือ จ่าแข้ง ตำรวจสังกัด ศสส.ภาค ถูกมือปืนยิงถล่มร่างพรุนเสียชีวิตคารถกระบะ และ นายปฐม ไกรเดช นั่งมาด้วยบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดหน้าที่ทำการไปรษณีย์บางจาก ถนนนครศรีธรรมราช-ปากพนัง หมู่ 6 ต.บางจาก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนคลี่คลายคดีจนสามารถติดตามจับกุมมือปืนได้

ขณะเดียวกัน ได้มีการออกหมายจับผู้ต้องหารวม 6 คน ซึ่งก่อนหน้านี้ นายธวัชชัย แสงประทุม อดีต ส.จ.เขต อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช และอดีตรองนายก อบจ.นครศรีธรรมราช น้องชายของ นายสุธรรม แสงประทุม อดีต รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย และนายสุพจน์ เพียรพันธ์ ส.จ.เขต อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นผู้ต้องตามหมายจับในคดี ได้เข้ามอบตัวสู้คดี โดยศาลนครศรีธรรมราช ได้อนุมัติให้มีการประกันตัวในหลักทรัพย์วงเงินคนละ 1 ล้านบาท

ความคืบหน้าวันนี้ (22 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธานินทร์ จันทร์แก้ว อายุ 43 ปี ส.อบต.บางศาลา อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช และ นายอุดม เพียรพันธ์ อายุ 37 ปี อยู่ 10 ม.11 ต.ไสหมาก อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้เข้ามอบตัวกับ พ.ต.ต.กิตติไชย ไกรนรา พนักงานสอบสวน เพื่อขอต่อสู้คดี โดยปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และไม่ขอให้การในชั้นสอบสวน ยืนยันว่าจะให้การในชั้นศาลเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

พ.ต.ต.กิตติไชย ไกรนรา พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เปิดเผยว่า ส่วนบุคคลทั้งคู่ที่เข้ามอบตัวนั้นในชั้นพนักงานสอบสวนไม่อนุญาตให้มีการประกันตัว และถูกควบคุมตัวไว้ในห้องควบคุมทันที และจากการสอบสวนทั้งคู่ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆกับคดีนี้

สำหรับสาเหตุที่ศาลได้ออกหมายจับนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนพบความเชื่อมโยง ว่า ทั้งคู่มีส่วนเกี่ยวข้องในการประสานงานกับกลุ่มมือปืนก่อคดี อย่างไรก็ตาม คงต้องไปต่อสู้กันในชั้นศาลต่อไป และในวันเดียวกันได้มีการนำตัวผู้ต้องหาขออำนาจศาลฝากขังยังศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช และยื่นคำร้องคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าจะยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน แต่อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่า ศาลได้อนุญาตให้มีการประกันตัวไปในวงเงินคนละ 1 ล้านบาท