ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ชาวมุสลิมชุมชนเมืองป่าตอง กว่า 300 คน ร่วมชุมนุมประณามการกระทำของกลุ่มบุคคลที่ออกใบปลิวใส่ร้ายป้ายสีชาวมุสลิมเรื่องการใช้เครื่องขยายเสียงในการละหมาด
วันนี้ (16 ต.ค.) ผู้นำศาสนาอิสลามจาก 3 มัสยิด ในชุมชนเมืองป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต พร้อมด้วยประชาชนนับถือศาสนาอิสลามกว่า 300 คน ร่วมกันชุมนุมด้วยความสงบที่บริเวณชายหาดกะหลิม อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต หลังจากที่มัสยิดทั้ง 3 แห่ง ในพื้นที่ชุมชนเมืองป่าตองได้รับใบปลิวที่จัดส่งไปโดยผู้ไม่หวังดีที่ต้องการให้เกิดความแตกแยกในพื้นที่
โดยใบปลิวที่จัดส่งไปนั้น เขียนเป็นภาษาอังกฤษ ลักษณะของใบปลิวมีข้อความให้ร้ายป้ายสีชาวมุสลิมในชุมชนเมืองป่าตอง และโจมตีเรื่องของการใช้เครื่องขยายเสียง “อาซาน” ในการละหมาด 5 เวลา โดยใช้ภาษาเขียนรุนแรง ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิอันชอบธรรมของชุมชน และถือว่าเป็นการเหยียดหยามกันอย่างรุนแรง
ทางผู้นำศาสนาอิสลามจากมัสยิดทั้ง 3 แห่ง ในพื้นที่ชุมชนเมืองป่าตอง และชาวบ้านจึงร่วมกันชุมนุมอย่างสงบเพื่อประณามการกระทำดังกล่าว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงพลังความสามัคคีของชาวมุสลิมในจังหวัดภูเก็ต เพื่อแสดงจุดยืนในการอยู่ร่วมกันในสังคม รวมทั้งเพื่อสร้างความเข้าใจที่ดีกับชาวบ้านที่นับถือศาสนามุสลิมและศาสนาอื่นๆ
การชุมนุมในครั้งนี้เป็นการรวมพลังโดยบริสุทธิ์ โดยไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความแตกแยกในสังคม ไม่มีเจตนาในการกดดันเจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงานใด รวมทั้งไม่ยอมรับข้อความและภาพวาดที่เย้ยหยันและดูหมิ่นต่อศาสนาอิสลาม และจะยังคงปฏิบัติศานกิจต่อไปตามปกติโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง
นายธัชพล ขมิ้นทอง หนึ่งในแกนนำที่เข้าร่วมการชุมนุมในครั้งนี้ กล่าวว่า มัสยิดในพื้นที่ป่าตองได้รับใบปลิวดังกล่าวมาประมาณ 1 อาทิตย์ และในช่วงที่ได้รับชาวบ้านที่นับถือศาสนาอิสลามมีปฏิกิริยากับเรื่องนี้ที่รุนแรง ซึ่งในส่วนของผู้นำศาสนาก็ได้มีการพูดคุยกันเพื่อหาทางออกเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาบานปลายจนเป็นที่มาของการนัดชุมนุมทำความเข้าใจกับชาวบ้าน และเพื่อลดกระแสความร้อนแรงซึ่งได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านเป็นอย่างดี ซึ่งในการชุมนุมในวันนี้มีทั้งนักวิชาการ ผู้นำศาสนาขึ้นพูดเพื่อทำความเข้าใจกับชาวบ้าน
ส่วนเรื่องของการส่งใบปลิวไปยังมัสยิด เชื่อว่า ไม่น่าจะเป็นประเด็นในเรื่องของการสร้างความแตกแยกแต่น่าจะเป็นเรื่องเสียงรบกวนสถานประกอบการ แต่อย่างไรก็ตาม ในการประกอบพิธีละหมาดนั้นชาวมุสลิมได้ทำสืบต่อกันมานานตั้งแต่ยังไม่มีสถานประกอบการเข้ามาอยู่ในพื้นที่
ส่วนเรื่องของใบปลิวที่ส่งไปยังมัสยิดนั้นมอบให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐในการหาต้นตอของใบปลิวและดำเนินคดีกับผู้ทำต่อไป ซึ่งได้มีการหารือร่วมกับกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบหาคนที่จัดทำใบปลิวดังกล่าวแล้ว


