ตรัง – เปิดชีวิตอดีตเศรษฐินี ซึ่งปัจจุบันเป็นคุณยายที่อายุยืนของจังหวัดตรัง ร่วม 107 ปี แม้ฐานะทางบ้านจะยากลำบากก็สามารถมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขได้
วันนี้ (13 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดตรัง ได้เดินทางไปเยี่ยมคุณแม่ที่มีอายุยืนที่สุดของจังหวัดตรัง เนื่องในวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2550 ซึ่งก็คือ ยายผอม สังข์ดำ วัย 107 ปี ณ บ้านเลขที่ 44 หมู่ที่ 3 ตำบลนาโยงใต้ อำเภอเมืองตรัง โดยมี พระสมพร อัตถมโน เจ้าสำนักพระพุทธบาทควนสงฆ์ พระนักพัฒนาผู้ใจบุญ ที่ให้การอุปการะดูแลคุณยายในช่วงตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ เนื่องจากที่ตั้งของสำนักสงฆ์นั้น อยู่ห่างจากบ้านของคุณยายเพียงไม่กี่ร้อยเมตร ประกอบกับความสงสารคุณยาย ที่ถึงแม้จะมีอายุมากกว่า 100 ปีแล้ว แต่ก็ยังต้องดูแลหลานชายอีก 2 คน ที่อาศัยอยู่ด้วยกันด้วยความยากลำบาก เพราะทั้ง 3 ชีวิตมีเงินไม่มากพอที่จะดูแลช่วยเหลือครอบครัว และบางครั้งก็ถึงกับไม่มีข้าวสารกรอกหม้อ
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่า ยายผอม จะมีอายุ 107 ปีแล้ว แต่ก็ยังเป็นผู้สูงอายุที่น่ารัก ร่าเริง แจ่มใส ยิ้มเก่ง มีความโอบอ้อม อารี ไม่เจ้าอารมณ์ จิตใจสงบ เยือกเย็น ร่างกายภายนอกทุกส่วนยังคงแข็งแรง ยกเว้นเพียงหูที่ไม่ค่อยได้ยินเท่านั้น ซึ่งเมื่อไหร่ที่จะพูดคุยกับคุณยาย ก็จะต้องตะโกนเข้าไปใกล้ๆ หู ถึงจะพูดคุยกันรู้เรื่อง แต่ยังคงมีความจำที่เป็นเลิศ ไม่ว่าจะเป็นใครคุณยายจำได้หมด
นอกจากนี้ ยายผอม ก็ยังเป็นคนที่อยู่ง่าย กินง่าย ไม่จู้จี้จุกจิก ดังนั้น พระสมพรจึงมีความผูกพันกับคุณยายเป็นอย่างมาก ซึ่งทุกๆ วันทางสำนักสงฆ์จะช่วยเหลือจุนเจือ โดยการให้พระลูกวัดนำข้าวต้ม หรืออาหารทานง่ายที่เหมาะกับคนชรา มาส่งให้คุณยายถึงบ้าน เพื่อใช้ทานในมื้อเช้าและเที่ยง
ทุกๆ เช้า ยายผอม จะตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ ประมาณตี 5 เพื่อหุงข้าวและทำอาหารเตรียมไว้ตักบาตร รวมทั้งทำความสะอาดดูแลบ้านอย่างเรียบง่าย โดยไม่เคยมีใครได้ยินเสียงบ่นว่าเหนื่อยออกมาจากปาก พอสายหน่อยคุณยายก็จะไปถากหญ้า หรือกวาดใบไม้หน้าบ้าน ซึ่งถือเป็นการออกกำลังกายไปในตัว และบางวันก็จะเดินด้วยเท้าเปล่าไปยังร้านค้าใกล้บ้าน เพื่อหาซื้อกับข้าว อาหาร หรือขนมที่อยากจะทานด้วยตนเอง ทั้งๆ ที่มีระยะทางไป-กลับไกลกว่า 100 เมตร
นายจรัญ เอ็งเส้ง อายุ 46 ปี หนึ่งในหลานชายที่อาศัยอยู่กับยายผอมมาตั้งแต่เด็ก ยอมรับถึงสภาพความเป็นอยู่เวลานี้ ว่า ทำให้เขาเลี้ยงดูผู้เป็นยายไม่ได้ดีนัก แต่อาศัยว่าคุณยายเป็นคนอยู่ง่ายกินง่าย จึงไม่ลำบากในการดูแลผู้สูงอายุวัยขนาดนี้มากนัก พร้อมกับยอมรับว่า ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน เขาเคยทอดทิ้งคุณยายเพื่อไปหางานทำต่างถิ่นอยู่นานถึง 1 ปี แล้วทิ้งให้พี่ชายเป็นผู้รับผิดชอบดูแลคุณยายแทน แต่เมื่อต้องกลับมาปักหลังอยู่บ้านแล้ว เขาก็จำต้องดิ้นรนหางานทำเพื่อหาเงินเลี้ยงปากท้องตามยถากรรม
“ในบางวันผมจะแทบไม่มีเงินสักบาท ทั้งๆ ที่ได้พยายามไปรับจ้างแบกไม้ ขนหิน และวันไหนโชคดีมีงาน ก็จะได้เงินมาวันละร้อยกว่าบาท ก็เอามาซื้อกับข้าว ก็พออยู่ได้ แต่พี่ชายไม่ได้ช่วยทำอะไรอยู่เฉยๆ รายได้ที่เข้าสู่บ้านจึงมาจากทางผมเพียงคนเดียว ส่วนคุณยายตอนนี้ไม่ได้ช่วยทำอะไรแล้ว ผมจึงต้องเป็นคนหุงข้าวและทำกับข้าวให้ ผมผูกพันและรักผูกคุณยายมาก เหมือนแม่อีกคนหนึ่ง ถ้าคุณยายเสียไป พวกตนก็คงต้องดิ้นรนต่อสู้ชีวิตกันอย่างลำบากต่อไปอีก”
พระสมพร อัตถมโน เจ้าสำนักพระพุทธบาทควนสงฆ์ เล่าว่า เมื่อสมัยก่อนยายผอมเคยเป็นคนที่รวยที่สุดในละแวกนี้ และเป็นบุคคลที่ใจดีมาโดยตลอด เพราะเมื่อไหร่ที่คุณยายได้เดินทางนำปูนขาวเข้าไปส่งในตัวเมืองตรัง ก็จะแวะซื้อขนม อาหารแห้ง มาฝากให้ชาวบ้านใกล้เคียงเป็นประจำ ไม่เคยดุด่าว่าร้ายใคร หรือแม้แต่ลูกหลาน เมื่อไปพอใจคุณยายจะหนีออกมาบ่นกับตัวเองมากกว่า และมักจะพูดติดปากเป็นประจำว่า ลูกหลานดี ทุกคนดีหมด ไม่มีใครเลวเลยสักคน
โดยเฉพาะหลานชายที่อาศัยด้วยทั้ง 2 คน คุณยายมีความผูกพันกันเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าน้องสะใภ้ที่ยังคงเหลืออยู่เพียงคนเดียว จะเคยมารับไปอยู่ด้วยในตัวเมืองด้วยหลายครั้ง แต่ทุกครั้งที่คุณยายไปจะอยู่ได้ไม่เกิน 10 วันก็จะขอกลับ เนื่องจากเป็นห่วงหลานและคิดถึงบ้าน โดยคุณยายพูดเสมอว่า ชีวิตนี้ขอมอบให้กับพระสงฆ์ และขอให้ตนช่วยทำศพให้เมื่อจากโลกนี้ไปแล้ว เพราะไม่อยากจากพื้นที่อำเภอนาโยงไปไหนอีก