ศูนย์ข่าวหาดใหญ่- นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมจาก 10 สถาบันการศึกษาในภาคใต้ เผย พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เริ่มมีปัญหาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรลดลงจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะแม่น้ำและอ่าวปัตตานี
ผศ.ดร.โรจนัจฉริย์ ด่านสวัสดิ์ คณบดีคณะการจัดการสิ่งแวดล้อมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่คณะการจัดการสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ร่วมกับเครือข่ายวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมภาคใต้ จัดการประชุมหารือโครงการวิจัยและสำรวจทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีสถานการศึกษาในภาคใต้ โดยเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดน ร่วมประชุมกว่า 30 คน จาก 10 สถาบันการศึกษา
ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนการทำงานของเครือข่ายวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมภาคใต้ และจากสถานการณ์ความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ผ่านมา ทำให้เครือข่ายต้องการเข้าไปดำเนินการช่วยเหลือด้านสิ่งแวดล้อมใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจะทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันการศึกษาและหน่วยงานที่สนใจ
ผศ.ดร.โรจนัจฉรีย์ กล่าวว่า จากข้อมูลของตัวแทน ศอ.บต.ซึ่งได้ร่วมให้ทัศนะเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใหญ่ ใน3 จังหวัดชายแดนใต้ ที่พบมาก เช่น ปัญหาชายฝั่งทะเล ปัญหาทรัพยากรในน้ำ แต่ยังถือว่า3 จังหวัดชายแดนใต้ เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลาย มีคุณค่ามาก
อย่างไรก็ตาม ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น มีที่มาจากการขาดการจัดการที่ดี จึงอยากให้ทางสถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมประชุม ซึ่งทำงานเป็นเครือข่าย ช่วยส่งเสริมชุมชนให้ตระหนักในการดูแลสิ่งแวดล้อมในชุมชนของตนเองและเน้นการพึ่งพาตนเองได้
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมจากผู้เข้าร่วมประชุม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักวิจัยจากหลายๆ สถาบันการศึกษาในภาคใต้ อาทิ ปัญหาน้ำเสียบริเวณชุมชนในเขต จ.ยะลา ปัญหาเรื่องการปนเปื้อนของสารหนูและตะกั่วของขุมเหมืองเก่า ที่ จ.ยะลา ซึ่งสารพิษดังกล่าวได้ไหลลงแม่น้ำปัตตานี ปัญหาโรงงานยางพาราที่ส่งกลิ่นเหม็น และอาจส่งผลเสียให้เกิดโรคมะเร็งได้ ปัญหาเรื่องตะกั่วจากเสนที่ใช้ชันเรือ ซึ่งจากการศึกษาพบว่ามีตะกั่วในน้ำเกินปกติ ปัญหาน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบต่ออ่าวปัตตานี ทำให้ทรัพยากรในน้ำลดลง ปัญหาการเกิดตะกอนในอ่าวปัตตานี รวมทั้งการปนเปื้อนของยาฆ่าแมลงในแม่น้ำปัตตานี เป็นต้น
ผศ.ดร.โรจนัจฉริย์ ระบุถึงแนวทางแก้ไขว่า สถาบันการศึกษาต่างๆ มีความคิดเห็นจะทำงานเป็นเครือข่าย โดยร่วมกันลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจริง และจะดำเนินกิจกรรมโดยการใช้ระบบ RS (รีโมทเซนซิ่ง-การสำรวจระยะไกล) และ GIS(ระบบข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์) ศึกษาการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของพื้นที่ การศึกษาสถิติประชากร และส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมสิ่งแวดล้อมศึกษาในพื้นที่
ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้คนในพื้นที่เห็นความสำคัญและช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตลอดจนทำวิจัยเชิงลึกต่อเนื่อง เช่น เรื่องการทำปะการังเทียมเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย และการศึกษาเปลี่ยนแปลงชายฝั่งทะเล เป็นต้น
ผศ.ดร.โรจนัจฉริย์ ด่านสวัสดิ์ คณบดีคณะการจัดการสิ่งแวดล้อมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่คณะการจัดการสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ร่วมกับเครือข่ายวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมภาคใต้ จัดการประชุมหารือโครงการวิจัยและสำรวจทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีสถานการศึกษาในภาคใต้ โดยเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดน ร่วมประชุมกว่า 30 คน จาก 10 สถาบันการศึกษา
ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนการทำงานของเครือข่ายวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมภาคใต้ และจากสถานการณ์ความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ผ่านมา ทำให้เครือข่ายต้องการเข้าไปดำเนินการช่วยเหลือด้านสิ่งแวดล้อมใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจะทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันการศึกษาและหน่วยงานที่สนใจ
ผศ.ดร.โรจนัจฉรีย์ กล่าวว่า จากข้อมูลของตัวแทน ศอ.บต.ซึ่งได้ร่วมให้ทัศนะเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใหญ่ ใน3 จังหวัดชายแดนใต้ ที่พบมาก เช่น ปัญหาชายฝั่งทะเล ปัญหาทรัพยากรในน้ำ แต่ยังถือว่า3 จังหวัดชายแดนใต้ เป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลาย มีคุณค่ามาก
อย่างไรก็ตาม ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น มีที่มาจากการขาดการจัดการที่ดี จึงอยากให้ทางสถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมประชุม ซึ่งทำงานเป็นเครือข่าย ช่วยส่งเสริมชุมชนให้ตระหนักในการดูแลสิ่งแวดล้อมในชุมชนของตนเองและเน้นการพึ่งพาตนเองได้
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมจากผู้เข้าร่วมประชุม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักวิจัยจากหลายๆ สถาบันการศึกษาในภาคใต้ อาทิ ปัญหาน้ำเสียบริเวณชุมชนในเขต จ.ยะลา ปัญหาเรื่องการปนเปื้อนของสารหนูและตะกั่วของขุมเหมืองเก่า ที่ จ.ยะลา ซึ่งสารพิษดังกล่าวได้ไหลลงแม่น้ำปัตตานี ปัญหาโรงงานยางพาราที่ส่งกลิ่นเหม็น และอาจส่งผลเสียให้เกิดโรคมะเร็งได้ ปัญหาเรื่องตะกั่วจากเสนที่ใช้ชันเรือ ซึ่งจากการศึกษาพบว่ามีตะกั่วในน้ำเกินปกติ ปัญหาน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบต่ออ่าวปัตตานี ทำให้ทรัพยากรในน้ำลดลง ปัญหาการเกิดตะกอนในอ่าวปัตตานี รวมทั้งการปนเปื้อนของยาฆ่าแมลงในแม่น้ำปัตตานี เป็นต้น
ผศ.ดร.โรจนัจฉริย์ ระบุถึงแนวทางแก้ไขว่า สถาบันการศึกษาต่างๆ มีความคิดเห็นจะทำงานเป็นเครือข่าย โดยร่วมกันลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจริง และจะดำเนินกิจกรรมโดยการใช้ระบบ RS (รีโมทเซนซิ่ง-การสำรวจระยะไกล) และ GIS(ระบบข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์) ศึกษาการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของพื้นที่ การศึกษาสถิติประชากร และส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมสิ่งแวดล้อมศึกษาในพื้นที่
ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้คนในพื้นที่เห็นความสำคัญและช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตลอดจนทำวิจัยเชิงลึกต่อเนื่อง เช่น เรื่องการทำปะการังเทียมเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย และการศึกษาเปลี่ยนแปลงชายฝั่งทะเล เป็นต้น


