สตูล – วิกฤตผืนป่าอุทยานฯตะรุเตาหลังรวบแก๊งตัดไม้กฤษณาได้ 9 คน ถึงกับผงะพบเสบียงอุปกรณ์อื้อลงมือปฏิบัติการรอบละไม่น้อยกว่า 30 วัน ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด
เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติตะรุเตาควบคุมตัวผู้ต้องหา 9 คนส่งมอบให้สถานีตำรวจอำเภอเมือง จ.สตูล หลังจากยกพวกขึ้นไปลักลอบตัดไม้กฤษณาหรือไม้หอมในเขตอุทยานฯตะรุเตา โดยการควบคุมตัวผู้ต้องหาครั้งนี้ได้ที่บริเวณปากคลองจระเข้ฝั่งตะวันตกของเกาะตะรุเตา หมู่ที่ 7 ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง พร้อมของกลางมีดพกยาวจำนวน 4 ด้ามขวาน 7 เล่ม อุปกรณ์ในการล่าสัตว์จำนวนมาก ไม้กฤษณาที่ผ่านการฟานเป็นชิ้นเล็ก ๆ จำนวน 18 กิโลกรัม สัตว์ป่า อย่าง กระจง และอีเห็นย่างจำนวน 4 ตัว พร้อมทั้งเสบียงจำนวนมากที่สามารถอยู่ได้ในป่าเป็นเดือน
การลักลอบเข้าขโมยตัดไม้กฤษณาในครั้งนี้บนเกาะเขตอุทยานแห่งชาติตะรุเตามี นายภักดี สุขเกษม อายุ 48 ปี บ้านเลขที่ 271 หมู่ 6 ต.ท่าแยก อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว เป็นหัวหน้ากลุ่มขโมยไม้กฤษณา ซึ่งประกอบด้วยลูกทีมคือนายไพศาล หาญกระสินธุ์ อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 315/5 ซ.ลาดพร้าว 41 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. นายนิจชา ผันจันทึก อายุ 37 ปี บ้านเลขที่ 200 หมู่ 3 ต.หนองหมากฝ้าย อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว นายสุนทร เวทไธสง อายุ 27 ปี บ้านเลขที่ 4 หมู่ที่ 3 ต.หนองหมากฝ้าย อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว
นายอำไพ ผันจันทึก อายุ 41 ปี บ้านเลขที่ 236 หมู่ 3 ต.หนองหมากฝ้าย อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว นายสมชาย เกษมสร้อย อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 262 หมู่ 8 ต.หนองหมากฝ้าย อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว นายวิชัย เวทไธสง อายุ 24 ปีบ้านเลข 4 หมู่ 3 ต.หนองหมากฝ้าย อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว นายเอกลักษณ์ สุขเกษม อายุ 19 ปี บ้านเลขที่ 271 หมู่ 6 ต.ท่าแยก อ.เมือง จ.สระแก้ว และนายไชยยงค์ สาโรจน์ อายุ 32 ปี บ้านเลขที่ 19 หมู่ 3 ต.หนองหมากฝ้าย อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว
โดยผู้ต้องหาทั้ง 9 คนให้การรับสารภาพว่าได้นั่งเรือเล็กข้ามฝากมากจากบ้านปากบารา ต.ปากน้ำ อ.ละงู มาลงเรือที่อ่าวจระเข้ บนเกาะตะรุเตาตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค.50 ที่ผ่านมาโดยเดินทางมากันทั้งหมด 11 คน อีกสองคนที่เหลือหลบหนีไปได้โดยการเดินทางมาลักลอบตัดไม้กฤษณาเที่ยวละ 45 วัน-ถึงหนึ่งเดือนเป็นอย่างต่ำ
นายณัฐพล รัตนพันธุ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติตะรุเตา บอกว่า การเข้าจับกุมขบวนการลักลอบตัดไม้กฤษณาในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือด้วยดีจากชาวประมงพื้นบ้านที่แจ้งเบาะแสว่าพบบุคคลต้องสงสัยลักลอบขึ้นเกาะตะรุเตา จากนั้นเจ้าหน้าที่อุทยานฯตะรุเตาใช้เวลาสุ่มดูและเข้าจับกุมได้ของกลางทั้งหมดพร้อมเสบียงและเครื่องมือในการตัดไม้กฤษณา
โดยพฤติกรรมผู้ต้องหาจะกระจายกันทำงานรอบผืนป่าตะรุเตาก่อนมานัดพบที่จะศูนย์กลางเพื่อพักผ่อน ซึ่งไม้กฤษณาที่ตัดจะเลือกทากในตรงเนื้อไม้ที่มีผิวดำเพราะเชื่อว่ามีความเข้มข้นของน้ำมันหอมละเหยของเนื้อไม้จำนวนมากและมีราคาดี เริ่มต้นที่ 15,000–50,000 บาท หากมีการทากต้นไม้กฤษณาลึกมากเกินไปทำให้ต้นไม้กฤษณายืนต้นโค่นล้มตายได้
หัวหน้าอุทยานฯ ตะรุเตา บอกด้วยว่า ผืนป่าอุทยานฯ ตะรุเตามีพื้นที่ 93,000 ไร่ หากรวมหมู่เกาะอาดัง ราวี 180,000 ไร่จากจำนวน 51 เกาะในเขตอุทยานฯ สำรวจพบว่าที่บริเวณอ่าวสน อ่าวตะโล๊ะอุดังและอ่าวมะขาม ซึ่งเป็นผืนป่าดิบชื้นมีต้นไม้กฤษณาขึ้นกระจัดกระจายกว่า 20 % ของผืนป่า ซึ่งกลุ่มที่เข้ามาขโมยในครั้งนี้ยังสืบทราบว่าไม่ได้มีชุดเดียวยังมีอีกหนึ่งชุดที่ลงมาก่อนหน้านี้และกำลังขโมยตัดไม้กฤษณาบนเกาะอยู่ซึ่งอยู่ระหว่าการปูพรมผืนที่หาตัวผู้กระทำผิดอยู่
สำหรับผู้ต้องหาทั้งหมดนี้เชื่อว่ามีนายทุนใหญ่หนุนหลังในการกระทำความผิดเพราะสืบทราบว่าโรงกลั่นน้ำมันหอมระเหยจากไม้กฤษณาอยู่ที่จังหวัดสระแก้ว ก่อนส่งขายในกทม.สุดท้ายก็มีการนายทุนมาประกันตัวให้ ซึ่งในเรื่องนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้กำชับให้ดำเนินการในขั้นเด็ดขาด และจะมีการขยายผลในการจับกุมต่อไป
ผู้ต้องหาทั้งหมดจะถูกส่งดำเนินคดีในข้อหา “พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 11, 48 ,29 ,29 ทวิ และกระทำผิดพ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 มาตรา 16(2) (3) (13) (15)


