xs
xsm
sm
md
lg

มือปืนถล่ม “จ่าแข้ง” สืบสวนภาค 8 คนดังพรุนคารถคู่ชีพกลางเมืองคอน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


นครศรีธรรมราช - ถล่ม “จ่าแข้ง” สืบสวนภาค 8 คนดังพรุนคารถคู่ชีพ - คู่หูสาหัส ก่อนตายดวลเอ็ม 16 สนั่นกลางถนนแต่มือปืนฉมังกว่า ผบก.ฟันธงเรื่องเก่ายันเคยจับด้วยตัวเองสุดฉุนชี้ปัญหาเกิดจากกระบวนการยุติธรรมล้มเหลว

เหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงถล่มกันช่วงเช้าตรู่รายนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 07.50 น.วันนี้ (29 มิ.ย.) พ.ต.ท.กิตติชัย ไกรนรา สว.เวรสอบสวน สภ.ย่อยบางจาก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุไล่ยิงถล่มกันกลางถนน 4 ช่องจราจรย่านชุมชนเขตเทศบาลตำบลบางจาก ต.บางจาก อ.เมือง มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บในที่เกิดเหตุ จึงรายงานให้ พล.ต.ต.สุดใจ ญาณรัตน์ ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช พ.ต.อ.ญาณพัฒน์ นรสิงห์ ผกก.สภ.อ.เมือง พ.ต.ท.สำเริง ชูกะนันท์ เจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการและแพทย์เวรโรงพยาบาลมหาราชเข้าร่วมทำการสอบสวนและชันสูตรพลิกศพในที่เกิดเหตุทันที

ในที่เกิดเหตุกลางถนนพบรถยนต์มิตซูบิชิ จีแวกอน สีน้ำเงินทะเบียน กค-9567 นครศรีธรรมราช กระโปรงหน้ารถและกระจกตอนหน้าผู้ขับขี่ถูกยิงด้วยอาวุธปืนจนพรุน ส่วนบนผิวจราจรนั้นพบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 กระจายเกลื่อนหลายสิบปลอก บริเวณที่นั่งผู้ขับขี่ตอนหน้าพบผู้เสียชีวิต 1 ราย สภาพศพนั่งตะแคงซ้ายสวมเสื้อเชิ๊ตลายสก๊อต กางเกงยีนส์ขายาว ทราบชื่อคือ ด.ต.สุรินทร์ หนูตะพง อายุ 45 ปี หรือฉายาที่รู้จักในวงการว่า "แข้ง นปพ.ภาค" มีตำแหน่งเป็นผบ.หมู่งานสืบสวน กก.สส.ภ.8 (นปพ.ภาค8) อยู่ ต.บางตะพง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช

สภาพศพร่างชุ่มโชกไปด้วยเลือดและเศษมันสมอง มีบาดแผลถูกยิงเข้าบริเวณใบหน้า ลำตัว ศีรษะด้านซ้ายหายไปทั้งแถบ บนที่นั่งตอนหน้าซ้ายพบรอยเลือดและเศษกะโหลกศีรษะกระจายส่งกลิ่นคลุ้ง และมีอาวุธปืนขนาด .357 วางอยู่บนเบาะด้านซ้ายสภาพชุ่มเลือดและมันสมอง 1 กระบอกกระสุนยังเต็มรังเพลิง ส่วนตอนหลังมีปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 ตกอยู่ 6 ปลอก และยังมีอาวุธปืนลูกซองสั้นซุกอยู่อีก 1 กระบอก

นอกจากนี้ พบว่า ยังมีผู้บาดเจ็บที่นั่งอยู่ด้วยกัน 1 ราย ซึ่งกำนัน ต.บางจาก ที่อยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุได้นำตัวส่งโรงพยาบาลมหาราช และได้แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าได้หยิบเอาอาวุธปืนเอ็ม 16 ไปด้วยเพื่อป้องกันผู้บาดเจ็บเนื่องจากเกรงว่าคนร้ายจะดักรอยิงซ้ำ และเมื่อถึงโรงพยาบาลแล้วได้เอาอาวุธปืนเอ็ม 16 ดังกล่าวมาคืนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บไว้เป็นหลักฐานประกอบคดี

สำหรับ ด.ต.สุรินทร์ หนูตะพงศ์ หรือที่รู้จักกันนาม “จ่าแข้ง นปพ.ภาค” นั้น พบว่า เพิ่งกลับเข้ารับราชการในสังกัดเดิมหลังจากต้องคดียิงสมาชิก อบต.บางศาลา ซึ่งเป็นโชเฟอร์รถโดยสารสองแถวเสียชีวิต และภรรยาได้รับบาดเจ็บสาหัสเหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2550 ในพื้นที่ อ.ปากพนัง หลังจากเกิดเหตุ พล.ต.ต.สุดใจ ญาณรัตน์ ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช ได้นำกำลังไล่ล่า จ่าแข้งหรือ ด.ต.สุรินทร์ ด้วยตัวเองจนสามารถจับกุมไว้ได้พร้อมพวกรวม 3 คนหลังจากเกิดเหตุในทันที ในป่าพรุห่างจากจุดเกิดเหตุครั้งนี้ไม่มากนัก

โดยมีหลักฐานเป็นอาวุธปืนและมีพยานยืนยันอย่างแน่นหนา ท่ามกลางผู้สื่อข่าวที่ติดตามทำข่าวครั้งนั้นอย่างใกล้ชิดจนเป็นข่าวครึกโครม หลังจากนั้น ได้ถูกคำสั่ง ผบช.ภ.8 ในขณะนั้นให้ออกจากราชการไว้ก่อน และได้กลับเข้ารับราชการอีกครั้งเมื่อไม่ถึงเดือนที่ผ่านมาหลังจากต่อสู้คดีมาครบ 2 ปี ศาลได้พิพากษายกฟ้องหลังจากนั้นได้ทำเรื่องขอกลับเข้ารับราชการจนสำเร็จก่อนมาถูกสังหาร

ก่อนเกิดเหตุทราบว่า ด.ต.สุรินทร์ พร้อมด้วยนายปฐม ได้ออกจากบ้านในพื้นที่ ต.บางตะพง อ.ปากพนัง มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจรและย่านชุมชนหนาแน่น ได้มีคนร้ายใช้รถยนต์กระบะสีขาว หรือสีบรอนส์เงินขับไล่ตามหลังมาก่อนเร่งเครื่องขึ้นประกบจากนั้นคนที่นั่งในตอนท้ายได้ใช้อาวุธปืนสงครามซึ่งคาดว่าเป็นชนิดเอ็ม 16 ยิงถล่มหลายนัด ขณะที่ ด.ต.สุรินทร์ ได้พยายามยิงต่อสู้ด้วยอาวุธปืนเอ็ม 16 เช่นกันแต่ในที่สุดได้ถูกคนร้ายยิงจนเสียชีวิตคาที่ ส่วนนายปฐม ได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนที่จะได้รับการช่วยเหลือ

พ.ต.ท.กิตติชัย ไกรนรา พนักงานสอบสวน เปิดเผยว่า พบพยานที่เห็นเหตุการณ์รวม 4 คน ซึ่งกำลังสอบปากคำแต่ยังไม่ได้อะไรมากนักเนื่องจากพยานจำป้ายทะเบียนรถไม่ได้ แต่ชัดเจนว่าเป็นสีขาวออกบรอนซ์เงิน หลังจากก่อเหตุได้หลบหนีเข้ามาทางตัวเมืองนครศรีธรรมราช

“จากการตรวจสอบกลุ่มกระสุนของคนร้าย เชื่อมั่นว่า เป็นมืออาชีพอย่างแน่นอนและเป็นมือระดับผู้เชี่ยวชาญกลุ่มกระสุนพุ่งเป้าไปที่ ด.ต.สุ รินทร์ เป็นกลุ่มเดียวประสงค์ต่อชีวิตอย่างแน่นอนและน่าจะเป็นมือปืนนอกพื้นที่ที่มารับงานอย่างไม่เกรงกลัวในขีดความสามารถของ ด.ต.สุรินทร์ที่พร้อมต่อสู้ด้วยอาวุธที่ติดตัวอยู่ ส่วนสาเหตุนั้นเชื่อว่าน่าจะมาจากเรื่องเก่าโดยฝ่ายตรงข้ามเกิดความโกรธแค้นจากคดีหนึ่งที่ ด.ต.สุรินทร์ เข้าไปเกี่ยวข้องในฐานะผู้ต้องหา”

ขณะที่ พล.ต.ต.สุดใจ ญาณรัตน์ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้อยู่ระหว่างตรวจสอบกลุ่มมือปืนและรถที่ใช้ก่อเหตุ ส่วนสาเหตุนั้นเชื่อว่ามาจากเรื่องเดิมและเรื่องนี้ตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์ รวมทั้งผู้สื่อข่าวที่ติดตามไปทำข่าวขณะที่ล้อมจับกุมรู้เห็นเป็นประจักษ์ได้เป็นอย่างดี หลักฐานพยานชัดเจนเป็นคดีที่ตนเชื่อมั่นว่า ด.ต.สุรินทร์และพวกจะต้องถูกกระบวนการทางกฎหมายลงโทษแต่ก็เกิดการพิลึกพิลั่นสามารถกลับเข้ารับราชการได้อีกครั้ง หลังจากต่อสู้คดีจนชนะได้อย่างเหลือเชื่อ

“เหตุนี้ทำให้ประชาชนที่ถูกกระทำรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม คนที่โกรธแค้นจึงใช้วิธีตาต่อตาฟันต่อฟัน พอมาเกิดเหตุในลักษณะเช่นนี้ก็เป็นภาระหน้าที่ของตำรวจที่จะต้องสืบสวน ภาพลักษณ์ของจังหวัดก็เสียหาย เพิ่มตัวเลขคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ พูดได้เลยว่าคดีนี้มีพื้นฐานมาจากกระบวนการยุติธรรมเป็นต้นเหตุ” ผบก.นครศรีธรรมราช กล่าวอย่างเคร่งเครียด