กระบี่ - “ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่” ยันเหตุเพลิงไหม้โรงเรียนปอเนาะชื่อดัง เขตอำเภอเมือง เป็นเหตุให้หอพักชายวอดกว่า 150 หลัง มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท ไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างแน่นอน ด้านเจ้าของปอเนาะ เผยเกิดจากเด็กเสียบปลั๊กเตารีดทิ้งไว้
วันนี้ (17 มิ.ย.) เมื่อเวลา 10.00 น.นายศิวะ ศิริเสาวลักษณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมโรงเรียนวิทยาการอิสลาม หรือ ปอเนาะนาหัวนอน เลขที่ 139/1 หมู่ที่ 4 ต.ไสไทย อ.เมือง จ.กระบี่
หลังจากที่เกิดเหตุเพลิงไหม้จนได้รับความเสียหาย เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2550 ที่ผ่านมา พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพ จากเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่จำนวนหนึ่ง ให้แก่เด็กนักเรียนที่ประสบภัย จำนวน 315 คน นอกจากนั้น ทางกองร้อย ตชด.426 กระบี่ ก็นำสิ่งของพระราชทานมามอบให้เด็กที่ประสบภัยอีกจำนวนหนึ่งด้วย โดยมี นายสุนทร สีหมุ่น ผู้รับใบอนุญาต พร้อมด้วยคณะครูอาจารย์ และนักเรียนกว่า 200 คน ให้การต้อนรับ
นายสุนทร สีหมุ่น ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนวิทยาการอิสลาม กล่าวว่า เหตุการณ์เพลิงไหม้โรงเรียน เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2550 ที่ผ่านมานั้น ได้สร้างความเสียหายให้แก่ทรัพย์สินจำนวนมาก อันได้แก่ อาคารปอเนาะ ซึ่งเป็นหอพักนักเรียนชาย จำนวน 159 หลัง และความเสียหายอย่างอื่น เช่น อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า หม้อหุงข้าว พัดลม และอุปกรณ์ตำราเรียนที่อยู่ภายในหอพัก
รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้นเกือบ 4,000,000 บาท แต่โชคดีที่ไม่มีผู้ใดเสียชีวิต หรือได้รับบาดเจ็บ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลเสียต่อขวัญ และกำลังใจในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังมีกำลงใจสู้ต่อไป เนื่องจากตนก็เปรียบเสมือนบิดาคนที่สองของเด็กที่เป็นลูกศิษย์ของสถาบันแห่งนี้
เมื่อเกิดเหตุร้ายกับลูกๆ ทำให้เกิดความเสียใจจนไม่สามารถอธิบายได้ โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดเหตุนั้น ลูกศิษย์ลูกหาต่างพากันร้องห่มร้องไห้ เนื่องจากต้องสูญเสียปอเนาะ ทำให้ตนก็ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ แต่ก็ได้พยายามให้กำลังใจกับเด็กมาโดยตลอด เพราะเป็นเพียงการทดสอบเล็กๆ น้อยจากพระผู้เป็นเจ้าเท่านั้น ขอให้ทุกคนสู้ต่อไป และขอขอบคุณทุกๆ ความช่วยเหลือ และทุกๆ กำลังใจ จากทุกภาคส่วนในจังหวัดกระบี่ นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัด และตลอดจนพี่น้องประชาชนที่อยู่ใกล้เคียง
นายสุนทร กล่าวต่อไปว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่า เป็นเหตุที่สุดวิสัย แต่ก็ไม่ได้โทษใคร หลังเกิดเหตุ ก็ได้สอบถามกับนักเรียน ทราบว่า มีเด็กนักเรียนคนหนึ่งที่อยู่ในหอพักชาย ซึ่งคาดว่า เป็นหลังที่เกิดไฟไหม้ โดยก่อนเกิดเหตุเด็กนักเรียนคนดังกล่าว ได้เสียบปลั๊กเตารีดทิ้งไว้
หลังจากนั้น ก็เผลอหลับไป เนื่องจากอ่อนเพลียจาการเรียนในภาคค่ำ และเป็นเวลาใกล้เที่ยงคืนแล้ว กระทั่งเมื่อเด็กคนดังกล่าวตื่นมาอีกทีไฟก็ได้ลุกไหม้ผ้าห่มที่ปลายเท้าแล้ว จึงสลัดเท้าออกด้วยความตกใจ และวิ่งลงจากหอพักตะโกนขอความช่วยเหลือ ในขณะนั้นเป็นเวลาประมาณ 12.40 น.เป็นเวลาที่ตนยังไม่ได้เข้านอน เนื่องจากต้องดูความเรียบร้อยของเด็กภายในหอพักก่อนเป็นประจำทุกคืน พอได้สินเสียงตะโกนไฟไหม้ จึงรีบวิ่งไปดูยังที่เกิดเหตุทันที แต่ปรากฏว่า เพลิงได้ลุกลามไปอย่างรวดเร็วไปยังหอพักที่อยู่ติดกันรวดเดียว 5 หลัง มีเสียงเตาแก็สระเบิดขึ้นดังสนั่น
จึงได้สั่งเด็กนักเรียนให้ช่วยกันปลุกทุกคนที่นอนอยู่ในหอพักลุกขึ้น โดยให้ทุกคนรีบเก็บเตาแก๊สปิกนิคลงมาจากปอเนาะทั้งหมดด้วย เพราะเมื่อถูกความร้อนถังแก็สจะระเบิดและอาจเป็นอันตรายแก่ชีวิตได้ และจากนั้นให้ไปรวมตัวกันที่อาคารเรียน ซึ่งเป็นที่ปลอดภัยทันที พร้อมแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ เพื่อขอความช่วยเหลือ
ด้าน นายศิวะ ศิริเสาวลักษณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า จากคำบอกเล่าของผู้บริหารโรงเรียน ยิ่งทำให้มั่นใจว่า สาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้นั้น เป็นอุบัติเหตุมาจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ก็พบว่า เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรเช่นกัน โดยเฉพาะสิ่งที่เด็กนักเรียนที่อยู่ในวัย 12-15 ปีนั้น จะต้องหามาตรการควบคุมในเรื่องของการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในหอพัก
โดยเฉพาะเตารีด หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อนนั้น ถ้าเป็นไปได้ไม่ควรให้มีอยู่ภายในหอพักเลย เพราะเคยพบว่าหอพักสถาบันการศึกษาบางแห่งนั้น มีการควบคุมการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือบางแห่งก็สั่งห้ามไม่ให้เด็กใช้ เพื่อความปลอดภัยมิฉะนั้นอาจจะเกิดความสูญเสียที่มิอาจคาดเดาได้เลย
อย่างไรก็ตาม จากกรณีที่หลายฝ่ายมีความเป็นห่วงว่า เหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้ จะเกี่ยวโยงกับเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดทางภาคใต้นั้น ตนเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะเมื่อดูจากคำบอกเล่าของผู้บริหารโรงเรียน และจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว เป็นเหตุที่สุดวิสัยจริงๆ เป็นความประมาทพลั้งเผลอมากกว่า เพราะเชื่อว่า ไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดกระบี่ ซึ่งประชาชนรักสงบ และทราบมาว่า เมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมาทางโรงเรียนแห่งนี้ก็เคยมีเหตุการณ์ไฟไหม้มาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งสาเหตุก็เกิดในลักษณะคล้ายคลึงกัน จึงขอยืนยันกับพี่น้องประชาชนว่า ไม่ต้องวิตกแต่อย่างใด เพราะในกระบี่ไม่มีเหตุร้ายแน่นอน


