ตรัง - ผู้คนยังแห่ไปเที่ยวชม 2 น้ำตกมรณะ ดูร่องรอยเหตุการณ์น้ำป่าทะลักคร่าชีวิตผู้คนเกือบ 40 ชีวิต ซึ่งเหตุดังกล่าวถือเป็นปกติของน้ำป่า เพียงแต่ครั้งนี้เกิดเมื่อมีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตจำนวนมาก ซึ่งจนขณะนี้ยังไม่มีเจ้าหน้าที่มาประจำหรือมีป้ายเตือนภัยแต่อย่างใด
วันนี้ (16 เม.ย.) เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 16 เมษายน 2550 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดตรัง ได้ เดินทางไปยังน้ำตกสายรุ้ง ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 4 ตำบลนาชุมเห็ด อำเภอย่านตาขาว ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่เกิดเหตุน้ำป่าถล่มจนมีผู้เสียชีวิตไปถึง 37 ศพนั้น ปรากฎว่า ยังคงมีประชาชนเดินทางเข้าไปอย่างต่อเนื่อง ประมาณ 40- 50 คน ซึ่งบางส่วนก็มาจากจังหวัดพัทลุงซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ติดกับจังหวัดตรัง โดยให้เหตุผลว่ามาเพื่อดูร่องรอยของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยจะเดินเลียบๆ เคียงๆ ไปบริเวณข้างน้ำตก แต่ไม่มีผู้ใดกล้าลงเล่นน้ำตกอย่างใดเลย เพราะยังคงรู้สึกหวาดหวั่นกับการเสียชีวิตของผู้คนจำนวนมาก
นอกจากนั้น ประชาชนบางส่วนยังช่วยกันค้นหาของมีค่า ตลอดจนทรัพย์สินต่างๆ ที่ ตกอยู่ภายในน้ำตก เช่น กระเป๋าสตางค์ กระเป๋าสะพาย รองเท้า มาวางกองไว้บริเวณลานก้อนหิน เผื่อว่าญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจะได้มาเก็บนำกลับบ้านไป
ทั้งนี้ ประชาชนชาวตรังที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงน้ำตกสายรุ้ง บอกว่า พวกตนจะเจอเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากลงมาบ่อยครั้ง โดยเฉพาะเวลาเกิดฝนตกหนักๆ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติตามธรรมชาติ เพียงแต่เหตุการณ์ครั้งล่าสุดมาเกิดเมื่อวันที่ 14 เมษายน ซึ่งตรงกับช่วงเทศกาลสงกรานต์ มีผู้คนจำนวนมากเดินทางมาเล่นน้ำกัน ที่สำคัญก็คือไม่ได้มีเจ้าหน้าที่มาคอยเตือนภัย
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวไม่พบว่า มีการนำป้ายเตือนห้ามลงเล่นน้ำตก หรือป้ายปิดน้ำตกเป็นการชั่วคราวมาติดตั้ง รวมทั้งไม่พบเห็นเจ้าหน้าที่มาประจำที่น้ำตกเลยแม้แต่คนเดียว ในขณะที่สภาพท้องฟ้าก็มืดครึ้มและมีเมฆฝนหนาแน่น โดยยังคงมีฝนตกลงมาแบบโปรยปรายเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม ในวันนี้บรรดาพ่อค้าแม่ค้า ก็ยังคงนำข้าวของ เช่น ขนม ไอศครีม มาขายกันตามปกติที่บริเวณลานจอดรถซึ่งเป็นทางขึ้นไปยังน้ำตกสายรุ้ง โดยบอกว่าน่าจะยังคงมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาบ้างเพื่อดูร่องรอยของเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น แต่เชื่อว่าหลังจากนี้คงจะมีคนมาเที่ยวน้ยลง เพราะต่างก็ยังรู้สึกหวาดกลัวน้ำป่าถล่ม


