ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - เจ้าหน้าที่ตำรวจพบตู้เซฟ ซึ่งบรรจุเงินสดภายในตู้เอทีมเอ็มของธนาคารกรุงไทย สาขาหน้าสำนักงานประกันสังคมหาดใหญ่ ที่ถูกคนร้ายยกขึ้นรถไปฝังดินอยู่ในพื้นที่ อ.จะนะ พร้อมรวบ 2 ผู้ต้องสงสัยเข้าสอบสวน และเตรียมล่าที่เหลือ
จากกรณีที่แก๊งโจรจำนวน 6 คน ได้ก่อเหตุอุกอาจโจรกรรมตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทย ซึ่งตั้งอยู่หน้าสำนักงานประกันสังคม จ.สงขลา สาขาหาดใหญ่ ถ.โชติวิริยะกุล กลางเมือง หาดใหญ่ โดยใช้ปืนจี้หัว รภป.และจับมัดมืดมัดเท้า ก่อนที่จะช่วยกันยกตู้ ATM ขึ้นรถ กระบะไปทั้งตู้ได้เงินสดไปกว่า 2 ล้าน 4 แสน เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น.วันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา
ความคืบหน้าคดีดังกล่าวผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถตามแกะรอยจนพบตู้ ATM ที่ถูกโจรกรรมไปพร้อมกับรวบตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว โดยเมื่อเวลา 08.00 น.วันนี้ (4 ก.พ.) พล.ต.ท.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผช.ผบ.ตร. รักษาการ ผบช.ภ 9 พล.ต.ต.วีรยุทธ สิทธิ มาลิก รอง ผบช.ภาค 9 พ.ต.อ.สาคร ทองมุณี รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนทั้งจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ตำรวจภูธร จ. สงขลา สภ.อ.หาดใหญ่ สภ.อ.จะนะ และ สภ.ต.ควนมีด รวมกว่า 1 ร้อยนาย และเจ้าหน้าที่ วิทยาการ จ.สงขลา เข้าตรวจสอบพื้นที่บ้านกันสามโคก ม.3 ต.ตลิ่งชัน อ.จะนะ จ.สงขลา
ภายหลังจากที่ได้สืบสวนแกะรอยจนทราบว่าตู้ ATM ที่ถูกขโมยไปถูกนำไปซุกซ่อนใน พื้นที่ดังกล่าว จากการตรวจสอบริมป่าละเมาะรกทึบ ซึ่งอยู่ติดกับสวนมะพร้าวกั้นรั้วลวดหนามล้อมรอบ และใกล้กับฟาร์มเลี้ยงไก่ของบริษัทซีพี เจ้าหน้าที่พบหลุมต้องสงสัยที่มีร่องรอยการขุดและ บริเวณโดยรอบในรัศมี 3 เมตร มีต้นไม้ล้มเตียนเป็นวงกลม เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการขุดลงไป
ปรากฏว่า พบตู้เซฟ ใส่เงินซึ่งถูกแยกออกจากตัวตู้เอทีเอ็ม ฝังดินลึกลงไปราว 1 เมตร ใน สภาพที่ฝาถูกเปิดออกด้วยการใช้แก๊สตัดและมีรอยงัดแงะจนพังยับเยิน และมีถาดสำหรับใส่ธนบัตรถูกแยกส่วนออกมากองรวมกันอยู่ แต่ไม่มีเงินหลงเหลืออยู่ในเซฟแม้แต่บาทเดียว และหลังจากที่ นายเทิดชัย วิรุฬห์พานิช ผู้จัดการอาวุโส สาขาหาดใหญ่ บมจ. ธนาคารกรุงไทย เดินทางมาร่วมตรวจสอบได้ยืนยันว่าเป็นตู้เซฟของตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทยที่ถูกโจรกรรมไป
นอกจากนี้ในบริเวณป่ารอบๆ จุดที่พบตู้เอทีเอ็มถูกฝังไว้ ยังพบถุงมือ เชือก เสื้อ ขวดสุรา และขี้บุหรี่ รวมทั้งถาดใส่เงินของตู้เอทีเอ็มที่ถูกแยกออกไปทิ้งในบริเวณเดียวกัน จึงเก็บไว้ เป็นหลักฐาน ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังได้เข้าตรวจค้นภายในบ้านพักคนงาน ซึ่งอยู่ในสวน มะพร้าวห่างจากจุดที่ฝังตู้เอทีเอ็มราว 200 เมตร พบเบาะแสสำคัญหลายอย่างทั้งร่องรอยที่ ประตูหน้าบ้าน ซึ่งมีรอยการถากด้วยมีดและลากตู้เอทีเอ็มเข้าไปภายในบ้านและเชื่อว่าจะเป็นสถานที่ซึ่งคนร้ายใช้ชำแหละตู้เอทีเอ็ม
เจ้าหน้าที่จึงได้จับกุมตัว นายภักดี ฉับหลี อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22 ม.10 ต.จะโหนง อ. จะนะ จ.สงขลา ซึ่งเป็นคนงานเฝ้าสวนมะพร้าวไปทำการสอบสวนเพราะเชื่อว่าน่าจะมีส่วนรู้ เห็น ในขณะที่กำลังอีกส่วนหนึ่งได้เข้าจับกุมตัว นายเล๊าะ เกษมสุริยะ อายุ 48 ปี อยู่บ้าน เลขที่ 91/3 ม.5 ต.นาทับ อ.จะนะ จ.สงขลา หลานของอดีตกำนัน ต.นาทับ หนึ่งในผู้ต้องหา อีกคนได้ที่บ้านพักซึ่งอยู่ไม่ไกลกับจุดที่พบตู้เอทีเอ็ม
จากการตรวจค้นภายในบ้านพักพบ ปืนลูกซองยาว 1 กระบอก ปืนลูกซองสั้น 1 กระบอก ปืนสั้นอีก 1กระบอก และกระสุนปืน ลูกซองอีก 16 นัดรวมทั้งหมวกเซฟตี้หรือหมวกนิรภัยสีเหลืองและสีขาวของคนงานอีก 2 ใบ ซึ่งเป็นชนิดเดียวและสีเดียวกันกับที่ภาพจงจรปิดบันทึกไว้ได้ขณะที่คนร้ายใส่ระหว่างเข้าโจรกรรมตู้เอทีเอ็ม
ภายหลังจากที่ได้ควบคุมตัวทั้งสองคนไปทำการสอบสวนที่ สภ.ต.ควนมีด นายภักดี ให้ การรับสารภาพว่ามีส่วนรู้เห็นกับการโจรกรรมตู้เอทีเอ็ม แต่ไม่ได้เป็นคนลงมือปล้นเพียงแต่ขณะเกิดเหตุกลุ่มผู้ต้องหาได้มาเรียกให้เปิดประตูบ้านพักภายในสวนมะพร้าว ก่อนที่จะช่วยกันยกตู้เอทีเอ็มเข้าไปช่วยกันชำแหละ
ในขณะที่นายเล๊าะ ยังให้การวกวนไม่ตรงกับคำให้การของ นายภักดี แต่ได้เบาะแสที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนร้ายที่เหลือเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวทั้งสองคนสอบสวนในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง
ด้าน พล.ต.ต.วีรยุทธ สิทธิมาลิก รอง ผบช.ภาค 9 เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวขณะนี้ได้ควบคุม ตัว นายเล๊าะ และนายภักดี ในฐานะผู้ต้องหาที่มีส่วนรู้เห็น ขณะเดียวกันได้ออกหมายจับผู้ ต้องหาที่เหลืออีก 4 คนซึ่งเป็นคนในพื้นที่ ต.นาทับ ทั้งหมดและทราบชื่อที่อยู่หมดแล้ว โดย เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมพร้อมกับติดตามเงินที่อาจจะหลงเหลืออยู่กลับคืนมา ขณะเดียวกันได้ระดมเจ้าหน้าที่ชุดสอบสวนทั้งสามสถานี คือ สภ.อ.หาดใหญ่ สภ.อ. จะนะ และสภ.ต.ควนมีด ซึ่งคดีที่เกิดขึ้นเชื่อมโยงกันมาทำการสอบสวนผู้ต้องหาและร่วมกันทำงานโดยตั้งศูนย์ติดตามคดีที่ สภ.ต.ควนมีด
ด้าน พล.ต.ท.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผช.ผบ.ตร. รักษาการ ผบช.ภาค 9 เปิดเผยว่า ได้สั่งการ ให้ชุดสืบสวนทั้งจากตำรวจภูธร ภาค 9 ตำรวจภูธร จ.สงขลา และตำรวจในพื้นที่เกิดเหตุเร่งติดตามจับกุมคนร้ายที่เหลือ โดยมี พล.ต.ท.วีรยุทธ สิทธิมาลิก รอง ผบชง.ภาค 9 เป็นหัว หน้าทีมสืบสวน ซึ่งการทำงานของตำรวจถือว่าน่าพอใจ เพราะสามารถแกะรอยจนพบตู้เอที เอ็มและจับกุมผู้ต้องหาได้บางส่วน
ขณะเดียวกันตนยังได้สั่งการให้ พ.ต.อ.สาคร ทองมุณี รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา เร่งคลี่คลายคดีที่คนร้ายปล้นเงินกองทุนหมู่บ้านในพื้นที่อ.ระโนด จำนวน 2 ล้านบาทซึ่งเป็นคดีอุกฉกรรจ์อีกคดีเพื่อหาเบาะแสคนร้ายและติดตามจับกุมโดย เร็วที่สุด โดยเหตุปล้นทั้งสองคดีผู้ต้องหาเป็นคนละกลุ่มกัน
ด้านนายเทิดชัย วิรุณห์พานิช ผู้จัดการอาวุโส สาขาหาดใหญ่ บมจ.ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า พอใจกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่สามารถสืบสวนจนพบตู้เอทีเอ็มและสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวนหนึ่ง ซึ่งแสดงถึงประสิทธิภาพของตำรวจที่เอาจริงเอาจังกับคดีนี้


