xs
xsm
sm
md
lg

ปัตตานี เฮ! รัฐไม่ทิ้ง “นิคมฯฮาลาล” จี้รัฐเร่งแก้ปมการเมือง - ดับไฟใต้

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ศิริชัย ปิติเจริญ ประธานหอการค้า จ.ปัตตานี
ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - นักธุรกิจปัตตานีใจชื้น หลังรัฐบาลชุดใหม่ ยังมีนโยบายหนุนโครงการนิคมฯอาหารฮาลาลต่อ แนะหลังมีเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ 5 จังหวัดชายแดนใต้ ต้องสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการเก่าสู้ต่อ พร้อมปั้นรายใหม่ลงทุนในพื้นที่ หรืออาจจะให้รัฐนำร่องโครงการใหญ่ก่อน พร้อมฝากความหวังให้รัฐเร่งแก้ไขสถานการณ์ทางการเมืองและดับไฟใต้ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย เชื่อหากนักลงทุนไทย-ต่างชาติ เข้าใจการทำงานของรัฐ ก็จะไม่ส่งผลภาพลักษณ์ธุรกิจให้ติดลบ

ภายหลังจากที่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ทำให้โครงการภาคธุรกิจใน จ.ปัตตานี ซึ่งเคยได้รับการสนับสนุนจากรัฐชะงักลงชั่วคราว เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายศิริชัย ปิติเจริญ ประธานหอการค้า จ.ปัตตานี และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟาฎอนี อินดัสทรี จำกัด ซึ่งดูแลโครงการนิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล เปิดเผยว่า

ภายหลังจากร่วมประชุมตัวแทนภาคธุรกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน 5 จังหวัดชายแดนใต้ ที่โรงแรม ซี.เอส.ปัตตานี เมื่อเร็วๆ นี้ โดยมี นายเกริกไกร จีระแพทย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินทางมาร่วมรับฟังความคิดเห็นด้วย ได้รับคำตอบชัดเจนแล้วว่า รัฐบาลชุดนี้มีนโยบายที่จะสนับสนุนโครงการนิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลใน จ.ปัตตานี ให้ดำเนินการต่อไป ทำให้เกิดความมั่นใจว่าโครงการดังกล่าวจะไม่สะดุดในช่วงที่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

“ถ้าเกิดการเปลี่ยนแปลงใดในรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นชุดเก่าหรือชุดนี้ เราก็จะมีการสอบถามแนวนโยบายอยู่เสมอว่าโครงการนิคมฯอาหารฮาลาลที่ดำเนินการมากว่า 10 ปีนี้ จะยังได้รับการสนับสนุนต่อไปหรือไม่ เพราะถ้าไม่มีรัฐก็จะเกิดได้ยาก แต่รายละเอียดว่าจะสนับสนุนอย่างไรนั้นยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน ซึ่งก็ต้องเข้าใจว่าควรจะให้เวลากับรัฐบาลในช่วงเริ่มต้น” นายศิริชัย กล่าวและว่า

เกี่ยวกับเรื่องนโยบายประกาศให้ 5 จังหวัดชายแดนใต้ทั้ง สงขลา, สตูล, ปัตตานี, ยะลา และนราธิวาส เป็นเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจนั้น ขณะนี้ทราบว่าอยู่ระหว่างการเขียนแผนงบประมาณ ปี 2550 ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียง 9 เดือนที่จะให้แต่ละจังหวัดนำเสนอแผนต่อ ศอ.บต.เพื่อประสานงานต่อไป

ในส่วนของภาคเอกชนนั้นก็ทำได้เพียงเสนอแนวคิดให้รัฐสนับสนุนภาคธุรกิจใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้คงอยู่ต่อไปใน 3 ประเด็นใหญ่ คือ 1.การสร้างแรงจูงใจให้นักธุรกิจในพื้นที่ สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างปกติ และไม่แบกภาระหนี้ สามารถประคับประคองธุรกิจต่อไปได้ เพราะไม่อยากให้เกิดภาพที่ต้องขาดทุนจนถอดใจไปตั้งต้นธุรกิจหรือประกอบอาชีพที่อื่นแทนบ้านเกิด

2.สร้างผู้ประกอบการรายใหม่ ทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ ซึ่งท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้เป็นไปได้ยากยิ่ง จึงต้องมีประเด็นที่ 3 คือ รัฐอาจจะมาลงทุนในพื้นที่เป็นการนำร่อง ก่อนจะให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมโครงการ แต่ต้องไม่ใช่การลงทุนในกลุ่มสาธารณูปโภคซึ่งอาจจะมีปัญหาตามมาภายหลัง

ส่วนกรณีที่ ขณะนี้พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ยังมีปัญหาเรื่องความไม่สงบ และสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังไม่ปกติ ทำให้ต้องมีการใช้ทั้งกฎอัยการศึก และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะส่งผลลบต่อภาคธุรกิจหรือไม่นั้น นายศิริชัย กล่าวว่า รัฐบาลจะใช้อะไรก็ได้แต่ขอให้บ้านเมืองสงบ โดยที่นักธุรกิจไม่ต้องกังวลเรื่องความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และขอให้ชาวต่างชาติเข้าใจถึงสิ่งที่ประเทศไทยกำลังแก้ปัญหาอยู่

ไทยเป็นศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลแห่งแรกของโลก

สำหรับความเคลื่อนไหวของการสนับสนุนการจัดตั้ง โครงการนิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 8 - 10 พฤษภาคม 2549 ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) โดย นายสันติ บางอ้อ รองเลขาฯสภาพัฒน์ เป็นหัวหน้าคณะ ได้ร่วมเดินทางไปกับ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเข้าร่วมงาน WORLD HALAL FORUM ณ Mutiara Crowne Plaza Hotel กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

ในการประชุมดังกล่าวได้มีการมอบรางวัลที่เรียกว่า “Halal Journal Awards” ซึ่งเป็นรางวัลผลงานดีเด่นเกี่ยวกับสินค้า บริการ และธุรกิจการค้ายอดเยี่ยมเกี่ยวกับธุรกิจด้านฮาลาลจากทั่วโลก โดยมี นายอาหมัด บาดาวี นายกรัฐมนตรี มาเลเซีย เป็นผู้มอบรางวัล และรางวัลทั้งหมดมี 8 รางวัล โดยศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับรางวัล Best Innovation In Halal Industry และได้รับการประกาศให้เป็นศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลแห่งแรกของโลก

รางวัลนี้เป็นรางวัลที่สำคัญที่จะสร้างความเชื่อถือในการใช้วิทยาศาสตร์ เพื่อสนับสนุนการรับรองฮาลาลของประเทศไทย ซึ่งมิได้เป็นประเทศมุสลิม แต่สามารถใช้วิทยาศาสตร์ในการคุ้มครองผู้บริโภคมุสลิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นการแสดงถึงศักยภาพของประเทศไทยในการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล และจะเป็นผลดีต่อความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์อาหาร ฮาลาลจากประเทศไทยได้เป็นอย่างดี

ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จครบวงจรคืบ 20%

ส่วนความก้าวหน้าในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ในส่วนของพื้นที่ ขณะนี้ บริษัทฟาฎอนี อินดัสทรี จำกัด ได้ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินจำนวน 170 ไร่ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และ กนอ.ได้อนุมัติผังแม่บทนิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลแล้ว เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2549 และขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบรายละเอียดโครงการ และปรับพื้นที่โครงการ

ล่าสุด กนอ.จัดทำโครงการจัดตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จครบวงจร (OSS) นิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล (ปัตตานี) งบประมาณ 84 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการปี 2548-2549 ขณะนี้การก่อสร้างคืบหน้าไปแล้วประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์

ภายในศูนย์ฯจะมีทั้งบริการด้านข้อมูลข่าวสาร สำนักงานส่วนราชการ ศูนย์แสดงสินค้า ห้องประชุม ห้องแล็บ และสำนักงานคณะกรรมการอิสลาม เพื่อดูแลในเรื่องของคุณภาพของอาหารฮาลาลให้ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม