ปัตตานี - ศาลนัดฟังคำแถลงกรณีคดีชันสูตรพลิกศพ 32 รายในเหตุการณ์มัสยิดกรือเซะ ชี้ชัดกรณีนองเลือดที่กรือเซะ เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ให้เสียชีวิตจำนวน 32 คน โดยญาติของผู้เสียชีวิตมีสิทธิที่จะฟ้องคดีอาญาเอาความผิดกับเจ้าหน้าที่ได้
วันนี้ (28 พ.ย.) ที่ห้องพิจารณาคดี 1 ศาลจังหวัด ปัตตานีได้นัดฟังคำสั่งศาลในคดีหมายเลขดำที่ ช. 4/47 กรณีคดีชันสูตรพลิกศพ 32 รายในเหตุการณ์มัสยิดกรือเซะ เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2547 ที่พนักงานอัยการ จังหวัดปัตตานีและญาติผู้เสียชีวิต ยื่นคำร้องขอไต่สวนการตายอันเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ โดยมีญาติของผู้เสียชีวิตมารอรับฟังคำสั่งศาลกว่า 20 คน
ศาลจังหวัดปัตตานีมีคำสั่งโดยสรุปว่า ผู้เสียชีวิตทั้งหมด 32 คน ถูกเจ้าหน้าที่กระทำให้เสียชีวิตและผู้เสียชีวิตทั้งหมด มีการปะทะกันกับเจ้าหน้าที่รัฐ โดยใช้อาวุธเป็นมีดและปืน ในจำนวนนี้ มี 3 คน ที่เสียชีวิตเมื่อเวลา 05.00 น. โดยเสียชีวิตที่บริเวณป้อมยาม 1 คน และเสียชีวิตบริเวณหน้ามัสยิดกรือเซะอีก 2 คน ส่วนอีก 29 คน เสียชีวิตเมื่อเวลา 14.00 น. ในมัสยิดกรือเซะ ซึ่งเป็นการเสียชีวิตภายใต้คำสั่งการของ พล.อ. พัลลภ ปิ่นมณี รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษา ความปลอดภัยภายใน (กอ.รมน.) และ พ.อ.มนัส คงแป้น ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ ปัตตานี พ.ต.ธนภัทร นาคชัยยะ นายทหารยุทธการกรมรบพิเศษที่ 3 (ยศในขณะนั้น) ทั้งนี้ ศาลปัตตานีจะได้ส่งคำสั่งศาลให้อัยการจังหวัดปัตตานี ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมปกติต่อไป
นายอนุกูล อาแวปูเตะ คณะทำงานสภาทนายความ กล่าวถึงคดีนี้ว่า ญาติของผู้เสียชีวิตมีสิทธิที่จะฟ้องคดีอาญาเอาความผิดกับเจ้าหน้าที่ ส่วนจะฟ้องร้องหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจญาติของผู้เสียชีวิต ซึ่งในส่วนของทนายความจะได้มีการหารือกับทางศูนย์นิติธรรมในวันที่ 7 ธันวาคมนี้


