นอกเหนือจากเป็น 1 ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ตกอยู่ในวังวนของปัญหาการก่อความไม่สงบแล้ว ปัตตานีเป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศไทยที่มีวัฒนธรรมหลากหลายปะปนกัน สืบทอดมาเป็นเวลาช้านาน โดยเฉพาะทางด้านศิลปะการแสดงมีให้ดูชมมากมาย ไม่แตกต่างกับภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศไทย โดยมีเอกลักษณ์เฉพาะพอที่จะบอกถึงที่มาที่ไปได้
“ดิเกบาระ” ศิลปะการแสดงแห่ง 3 จังหวัดชายแดนใต้
โดยศิลปะการแสดง ดิเก บาระ ก็เป็นศิลปะการแสดงอย่างหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากประชาชนทั่วไปในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาช้านาน โดยมีการจัดแสดงขับเนื้อร้อง ตบตีลูกลำบะนา พร้อมกับแสดงลีลาท่าทางประกอบการปรบมือ และเขย่าลูกโม่ง ดึงดูดความสนใจให้กับผู้ชม
นายเปาะเตะ ปะจูโก๊ะ วัย 63 ปี ชาวบ้านแหลมทราย ต.ยามู อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เป็นหนึ่งในศิลปินที่มีความรักผูกพันกับการแสดง ดิเก บาระ ตั้งแต่วัย 13 ปี จนกระทั่งปัจจุบันมีอายุ 63 ปี ก็ยังคงร่วมแสดงกับคณะไปทั่วประเทศ ลุงเปาะเตะ ยังบอกกล่าวอีกว่า แม้สภาพร่างกายของลุงจะพิการขาทั้งสองข้างแต่กำเนิด ด้วยหัวใจศิลปินที่มีมาตั้งแต่วัย 13 ปี จนถึงปัจจุบันไม่เป็นอุปสรรคใดๆ พร้อมที่จะถ่ายทอดความสามารถสู่เวทีสาธารณชนได้ทุกเมื่อ
ก่อนหน้านี้ ลุงจะทำหน้าที่ขับร้องนำวง แล้วมาเปลี่ยนรับเป็นคนโยนลูกโลมา หรือเขย่าลูกโม่งนั่นเอง ด้วยลีลาท่าอันอ่อนช้อยที่มากด้วยประสบการณ์ ทำให้ลุงเปาะเตะ เป็นที่ชื่นชอบของผู้ชมจนนำวงคณะแหลมทราย มีชื่อเสียงโด่งดังทั่วประเทศ
ชมรม “คนเตะกระป๋อง” เยาวชนรักบ้านเกิด
เยาวชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องเป็นที่จับตามองเป็นพิเศษ โดยฝ่ายบ้านเมืองด้านความมั่นคงและรักษาความปลอดภัย โดยมีบทสรุปเพียงสั้นๆ ว่า เยาวชนเหล่านี้ว่างงานไม่มีงานทำ มีการศึกษาต่ำ จึงตกเป็นเหยื่อถูกหลอกให้ก่อเหตุความไม่สงบ
กลุ่มชมรมคนเตะกระป๋อง เป็นกลุ่มหนึ่งที่เกิดท่ามกลางกระแสลบของเยาวชนในพื้นที่ในสายตาบ้านเมืองในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ นำโดย นายเฉลิมชัย โสวิวัฒน์ อายุ 25 ปี เป็นชาวบ้านป่าวัง ต.ยามู อ.ยะหริ่ง ได้รวบรวมเยาวชนที่ว่างงานในหมู่บ้าน เพื่อทำกิจกรรมที่เกิดประโยชน์จึงตั้งชื่อกลุ่มว่า “คนเตะกระป๋อง”
นายเฉลิมชัย โสวิวัฒน์ แกนนำกลุ่ม ได้เผยว่า สาเหตุที่ตั้งชื่อกลุ่มคนเตะกระป๋อง ก็เพราะว่าสมาชิกทั้งหมดเป็นคนว่างงาน วันๆ ได้แต่เดินไปมา เห็นกระป๋องก็เตะกระป๋องเพื่อความสะใจ หลังจากตั้งกลุ่มขึ้นมามีสมาชิก 20 กว่าคน จึงได้ร่วมกันหารือว่าพวกเราจะทำอะไรให้เกิดประโยชน์ จนกระทั่งสมาชิกเห็นชอบที่จะทำงานประดิษฐ์จากกะลามะพร้าว และส่วนอื่นๆ ของมะพร้าว นำไปขายตามงานเทศกาลต่างๆ ที่มีในจังหวัดปัตตานี ซึ่งสมาชิกได้แบ่งกันทำจนออกเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลาย ที่มีส่วนประกอบของกะลามะพร้าว และส่วนอื่นๆ ของต้นมะพร้าวล้วนๆ นำออกจำหน่ายจนเป็นที่น่าสนใจของผู้เข้าชมเป็นอย่างมาก
นายเฉลิมชัย ยังได้กล่าวอีกว่า เริ่มแรกกลุ่มไม่มีทุนที่จะซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือที่จะทำงานประดิษฐ์ แต่สมาชิกก็ไม่ท้อ โดยใช้มีดปอกผลไม้ แล้วใช้ขูดกับเสาไฟฟ้าหรือขอบถนนคอนกรีต และเมื่อผลิตภัณฑ์ สามารถว่างจำหน่ายสมาชิกจึงมีรายได้ซื้อเครื่องไม้เครื่องบางอย่างได้
ส่วนสมาชิกอยากได้ทุนประกอบอาชีพหรือไม่นั้น นายเฉลิมชัย กล่าวว่า คงไม่มีใครปฏิเสธแต่ตลอดระยะเวลาที่ก่อตั้งกลุ่ม ยังไม่เคยรับการสนับสนุนจากหน่วยงานใดๆ เลย


