ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ – สภ.อ.หาดใหญ่ ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย และกรมสรรพากร บุกค้นบริษัทให้กู้เงินด่วน 5 ราย หลังมีการร้องเรียนว่ากระทำการโดยผิดหลักกฎหมายและเอาเปรียบประชาชน
พ.ต.อ.โพธ สวยสุวรรณ ผกก.สภ.อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมทำการตรวจสอบการดำเนินธุรกิจบริการให้กู้เงินด่วน ลักษณะที่น่าจะเข้าข่ายเป็นธุรกิจที่เอาเปรียบ หลอกลวงประชาชน ซึ่ง สภ.อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ ธนาคารแห่งประเทศไทย และกรมสรรพากร ได้ร่วมกันเก็บข้อมูลของธุรกิจที่ให้บริการเงินด่วน ที่ประกาศในลักษณะใบปลิวและแผ่นพับทั่วไป รวมทั้งการขึ้นป้ายโฆษณาให้บริการเงินด่วนหน้าร้าน
จากการร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นแล้ว นำมาปรับกับข้อกฎหมายของแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เชื่อว่า น่าจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่กระทำความผิดได้ โดยพิจารณาจากพฤติการณ์ในการกระทำความผิด และพยานหลักฐานต่างๆ ตลอดจนได้ความร่วมมือจากประชาชนผู้เสียหาย ที่ใช้บริการของธุรกิจดังกล่าว ชี้เบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่จนมั่นใจว่า การกู้เงินดังกล่าวเป็นการให้กู้ยืม โดยวิธีหลีกเลี่ยงว่าเป็นการซื้อสินค้าผ่อนชำระ
ทำให้ลูกค้าที่ขอกู้ยืมเงินทำสัญญาซื้อสินค้าผ่อนชำระกับบริษัท บัตรผ่อนสินค้า (บัตรนอนแบงก์) แต่ไม่มีการส่งมอบสินค้ากันจริง สำหรับเงินให้กู้ยืมที่ลูกค้าได้รับนั้น ผู้ประกอบการธุรกิจให้บริการเงินด่วนจะหักเงินส่วนหนึ่งไว้เป็นค่าดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และค่าบริการในจำนวนสูง
ทั้งนี้ ลูกค้าที่กู้ยืมเงินได้รับเงินไม่เต็มจำนวน แต่ต้องผ่อนชำระเงินตามสัญญาซื้อสินค้าผ่อนชำระทั้งจำนวน ส่วนผู้ประกอบธุรกิจให้กู้เงินด่วน จะนำสัญญาซื้อขายสินค้าผ่อนชำระไปเรียกเก็บเงินจากบริษัทเจ้าของบัตรผ่อนสินค้าเต็มจำนวน
วันนี้ (27 มิ.ย.) เวลา 13.00 น.พ.ต.อ.โพธ สวยสุวรรณ ผกก.สภ.อ.หาดใหญ่ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทย และเจ้าหน้าที่จากกรมสรรพากร ได้นำหมายค้นจากศาลร่วมกันออกทำการตรวจค้นสถานที่ให้บริการกู้เงินด่วน ในเขตพื้นที่ อ.หาดใหญ่ พร้อมกัน 5 แห่ง เพื่อรวบรวมพยาน หลักฐาน ทั้งพยานบุคคล และพยานเอกสาร ในการดำเนินธุรกิจดังกล่าว
เบื้องต้นจากการตรวจค้น เชื่อว่า ได้พยานหลักฐานที่สามารถดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดได้ สรุปได้ว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัททั้ง 5 แห่ง เป็นไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตามข้อ 5 และข้อ 16 ประกอบข้อ 8 ของประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ซึ่งเป็นความผิดมีโทษปรับและจำคุก
“หากผู้ประกอบการธุรกิจใด ที่ดำเนินการเกี่ยวกับการปล่อยเงินกู้นอกระบบ มีพฤติการณ์เข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพล และมีพฤติการณ์ฉ้อโกงประชาชน หรือหลบเลี่ยงภาษี จะได้ดำเนินการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ส่งให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือกรมสรรพากร ดำเนินการตามหน้าที่ต่อไป” พ.ต.อ.โพธ กล่าว
ทั้งนี้ หากประชาชนมีความประสงค์ จะกู้ยืมเงินด่วนควรตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนเสียก่อนว่าเป็นธุรกิจที่ได้รับอนุญาตหรือไม่ โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบการธุรกิจสินเชื่อบุคคลที่ได้รับอนุญาตถูกต้อง และอยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย
พ.ต.อ.โพธ สวยสุวรรณ ผกก.สภ.อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมทำการตรวจสอบการดำเนินธุรกิจบริการให้กู้เงินด่วน ลักษณะที่น่าจะเข้าข่ายเป็นธุรกิจที่เอาเปรียบ หลอกลวงประชาชน ซึ่ง สภ.อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ ธนาคารแห่งประเทศไทย และกรมสรรพากร ได้ร่วมกันเก็บข้อมูลของธุรกิจที่ให้บริการเงินด่วน ที่ประกาศในลักษณะใบปลิวและแผ่นพับทั่วไป รวมทั้งการขึ้นป้ายโฆษณาให้บริการเงินด่วนหน้าร้าน
จากการร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นแล้ว นำมาปรับกับข้อกฎหมายของแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เชื่อว่า น่าจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่กระทำความผิดได้ โดยพิจารณาจากพฤติการณ์ในการกระทำความผิด และพยานหลักฐานต่างๆ ตลอดจนได้ความร่วมมือจากประชาชนผู้เสียหาย ที่ใช้บริการของธุรกิจดังกล่าว ชี้เบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่จนมั่นใจว่า การกู้เงินดังกล่าวเป็นการให้กู้ยืม โดยวิธีหลีกเลี่ยงว่าเป็นการซื้อสินค้าผ่อนชำระ
ทำให้ลูกค้าที่ขอกู้ยืมเงินทำสัญญาซื้อสินค้าผ่อนชำระกับบริษัท บัตรผ่อนสินค้า (บัตรนอนแบงก์) แต่ไม่มีการส่งมอบสินค้ากันจริง สำหรับเงินให้กู้ยืมที่ลูกค้าได้รับนั้น ผู้ประกอบการธุรกิจให้บริการเงินด่วนจะหักเงินส่วนหนึ่งไว้เป็นค่าดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และค่าบริการในจำนวนสูง
ทั้งนี้ ลูกค้าที่กู้ยืมเงินได้รับเงินไม่เต็มจำนวน แต่ต้องผ่อนชำระเงินตามสัญญาซื้อสินค้าผ่อนชำระทั้งจำนวน ส่วนผู้ประกอบธุรกิจให้กู้เงินด่วน จะนำสัญญาซื้อขายสินค้าผ่อนชำระไปเรียกเก็บเงินจากบริษัทเจ้าของบัตรผ่อนสินค้าเต็มจำนวน
วันนี้ (27 มิ.ย.) เวลา 13.00 น.พ.ต.อ.โพธ สวยสุวรรณ ผกก.สภ.อ.หาดใหญ่ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทย และเจ้าหน้าที่จากกรมสรรพากร ได้นำหมายค้นจากศาลร่วมกันออกทำการตรวจค้นสถานที่ให้บริการกู้เงินด่วน ในเขตพื้นที่ อ.หาดใหญ่ พร้อมกัน 5 แห่ง เพื่อรวบรวมพยาน หลักฐาน ทั้งพยานบุคคล และพยานเอกสาร ในการดำเนินธุรกิจดังกล่าว
เบื้องต้นจากการตรวจค้น เชื่อว่า ได้พยานหลักฐานที่สามารถดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดได้ สรุปได้ว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัททั้ง 5 แห่ง เป็นไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตามข้อ 5 และข้อ 16 ประกอบข้อ 8 ของประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ซึ่งเป็นความผิดมีโทษปรับและจำคุก
“หากผู้ประกอบการธุรกิจใด ที่ดำเนินการเกี่ยวกับการปล่อยเงินกู้นอกระบบ มีพฤติการณ์เข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพล และมีพฤติการณ์ฉ้อโกงประชาชน หรือหลบเลี่ยงภาษี จะได้ดำเนินการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ส่งให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือกรมสรรพากร ดำเนินการตามหน้าที่ต่อไป” พ.ต.อ.โพธ กล่าว
ทั้งนี้ หากประชาชนมีความประสงค์ จะกู้ยืมเงินด่วนควรตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนเสียก่อนว่าเป็นธุรกิจที่ได้รับอนุญาตหรือไม่ โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบการธุรกิจสินเชื่อบุคคลที่ได้รับอนุญาตถูกต้อง และอยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย


