xs
xsm
sm
md
lg

ย้อนรอยระเบิดปัตตานี ในวันที่ครูเป็นเหยื่อความรุนแรง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


สมศักดิ์ หุ่นงาม
วิริยา โมสิกะ
ศูนย์ข่าวอิศรา สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

เหตุระเบิดเมื่อช่วงสายวันที่ 10 พ.ค.หน้าร้านน้ำชา “พี่นา” เลขที่ 40-42 ถ.ปะนาเระ ต.อาเนาะรู อ.เมือง ปัตตานี ยังอยู่ในความทรงจำอันเจ็บปวดของคนปัตตานี เพราะระเบิดไม่เพียงแต่ดึงในเมืองปัตตานีให้หวนคืนอดีตของฝันร้ายเหมือนเมื่อ 2 ปีก่อนแล้ว ยังได้ทำลาย 4 ชีวิต คือ ทหารและครู 2 คน ซึ่ง 1ในนั้นกำลังตั้งครรภ์ 5 เดือน


“เบญจวรรณ พรหมมณี” อายุ 33 ปี ตั้งครรภ์ 5 เดือน ภรรยาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ.เมืองปัตตานี และ “นันทนิตย์ สิตหิรัญ” อายุ 35 ปี ทั้งสองเป็นครูโรงเรียนจ้องฮั้วปัตตานี ซึ่งขณะเกิดเหตุออกจากโรงเรียนมาถ่ายเอกสาร และแวะซื้อน้ำไปฝากเพื่อนครูในโรงเรียน

“แทบไม่อยากเชื่อเลยว่า สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับคนของเรา ครู 2 คนนี้เป็นคนดี ซึ่งคนที่ทำอย่างนี้ได้นั้นเป็นคนที่ไร้มนุษยธรรม เพราะครูไม่เคยคิดที่จะทำร้ายใคร และครูเองก็ไม่มีอาวุธที่จะไปสู้ใคร แต่เป็นผู้ที่ประสิทธิประสาทวิชา หรือเปรียบเสมือนแม่คนที่ 2 ของเรา” อังคณา หนูคง ครูใหญ่โรงเรียนจ้องฮั้ว กล่าว

ครูใหญ่จ้องฮั้ว ยังบอกว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้มันใกล้ตัวมาก และไม่นึกว่าจะเกิดกับครู 2 ท่านนี้ เพราะในช่วงเวลานั้นยังเป็นช่วงที่ยังปิดภาคเรียนอยู่ แต่ทางโรงเรียนได้เปิดทำงานตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.เป็นต้นมา ซึ่งในวันดังกล่าว ครู 2 คนนี้ได้มาขออนุญาตเพื่อที่จะไปถ่ายเอกสาร และหลังจากนั้นก็เกิดเหตุ

เธอเล่าว่า ครูทั้งสองเป็นเพื่อนสนิทกัน เรียกได้ว่า ถ้าเจอครูนันทนิษฐ์ที่ไหน ก็จะเจอครูเบญจวรรณที่นั่น และทั้งสองมักจะมาโรงเรียนพร้อมกันเสมอ เพราะครูนันทนิตย์นั้นขับรถไม่เป็น

หลังจากเกิดเหตุการณ์ในวันนั้น ก็ได้มีครูในโรงเรียนมาขอลาออก 3 คน ซึ่งทั้ง 3 คนเป็นครูที่มาจากทางภาคอีสานทั้งหมด ทั้งนี้ เพราะทางบ้านของครู ต่างกลัวกับความรุนแรงที่เกิดขึ้น แต่ไม่กระทบกับการเรียนการสอนมากนัก เพราะครูที่สอนส่วนใหญ่ในโรงเรียนแห่งนี้เป็นคนในพื้นที่ ซึ่งทุกคนต่างก็มีความรักเด็ก เพราะถ้าเราไม่สอน เด็กๆ เหล่านี้ ก็คงแย่

“อยากให้รัฐบาลมีมาตรการจริงจังในการแก้ไขปัญหา ไม่ใช่ว่าเมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นครั้งก็แก้ครั้ง อยากให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาต่อเนื่อง ไม่ใช่หละหลวมอย่างที่เป็น อยู่ในปัจจุบัน ประเทศไทยควรจะมีการออกกฎหมายในการบังคับใช้กับผู้ก่อการร้ายขั้นเด็ดขาด ไม่ใช่พอไม่มีหลักฐานก็ปล่อยไป แล้วเมื่อไหร่ 3 จังหวัดชายแดนใต้จะสงบสุขเสียที เราจะต้องสูญเสียผู้บริสุทธิ์ไปอีกกี่คน เหตุการณ์จึงจะสงบเหมือนดังเช่นที่ผ่านมา”

ส่วนในเรื่องการดูแลรักษาความปลอดภัยนั้น “ถ้าถามว่า ต้องการกำลังตำรวจ ทหาร ที่จะเข้ามาดูแลในโรงเรียนหรือเปล่า บอกได้เลยว่า ไม่ต้องการให้เข้ามาดูแลใกล้ชิด แค่อยากให้ดูแลห่างๆ เพราะเขาต่างก็ต้องมีหน้าที่ของเขา ซึ่งเขาเองก็ต้องทำงาน ทำหน้าที่ของเขา ไม่อยากให้เขามานั่ง หรืออยู่ในโรงเรียนทั้งวัน และอีกอย่างคนเหล่านี้ต่างก็เป็นเป้าหมายอยู่ตลอดเวลา จึงไม่อยากให้เข้ามาดูแลที่โรงเรียนมากนัก” ครูใหญ่กล่าว

ขณะที่เสียงจากครูร่วมโรงเรียนของครูสาวผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน ต่างสะท้อนความรู้สึกที่ไม่ต่างกัน

“พรนภา กุกุตพันธ์” ครูของโรงเรียนจ้องฮั้วอีกคน บอกว่า การกระทำในครั้งนี้นับว่าเป็นการกระทำที่รุนแรงและเกินกว่าเหตุ ครูทั้ง 2 คนนี้ไม่รู้เรื่องอะไร แต่กับต้องมาเสียชีวิตไปจากกับเหตุการณ์ความไม่สงบ

“ตกใจมากกับเหตุการณ์ในวันนั้น เราเองก็ไม่คิดว่าพี่ทั้ง 2 จะจากไปเร็วอย่างนี้ และทุกวันนี้ครูเองต่างก็ตกเป็นเป้าหมาย ซึ่งตอนนี้ยอมรับว่า กลัวกับเหตุการณ์อย่างนี้ เพราะว่ามันใกล้กับโรงเรียนเป็นอย่างมาก”

“ดุษฎี บุญรักษ์” ครูประจำชั้นอนุบาล 3 เล่าว่า ทำงานที่โรงเรียนแห่งนี้เป็นเวลา 4 ปี และรู้จักครูทั้ง 2 คนเป็นอย่างดี

เธอเห็นว่า ทั้ง 2 คนเป็นคนดี และไม่คิดว่าจะจากไปเร็วอย่างนี้ เพราะตลอดเวลาครูทั้ง 2 คนตั้งใจทำงาน รวมไปถึงความเป็นกันเองในการทำงานด้วยกัน

“เขาเป็นคนดีคนหนึ่ง รวมไปถึงเป็นบุคลากรที่ดีของโรงเรียนนี้ โดยการกระทำครั้งนี้นับทำให้โรงเรียนต้องเสียบุคลากรที่เปี่ยมไปด้วยความตั้งใจในการทำงานไป”

ครูดุษฎี ยังสะท้อนความรู้สึกว่า เพียงไม่กี่นาทีหลังเหตุระเบิด ซึ่งจุดเกิดเหตุห่างจากโรงเรียนเพียง 200 เมตร ทำให้เราต้องสูญเสียบุคคลซึ่งเป็นที่รักไปอย่างกะทันหัน แต่ที่น่าเศร้าสลดที่สุด ก็คือ เราต้องสูญเสียเด็กตัวน้อยไปพร้อมกับครูเบญจวรรณ ซึ่งไม่เข้าใจว่า ทำไมถึงต้องทำร้ายเด็กและครูผู้บริสุทธิ์ด้วย ทั้งๆ ที่คุณครูทั้งสองคนเป็นคนดี ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใครมาก่อน

“ครูทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทกันไปไหนก็ไปด้วยกันตลอด ไม่เคยมีเรื่องกับใครเลยไม่น่ามาจบชีวิตด้วยเหตุการณ์ครั้งนี้เลย ตอนนี้สงสารก็แต่น้องฟ้า ซึ่งเป็นลูกสาวคนโตของครูเบญจวรรณ ที่ต้องขาดแม่ตั้งแต่ยังเล็ก ตอนนี้ก็ให้ได้แค่กำลังใจ แต่ดีที่น้องฟ้ายังเล็กยังไม่ค่อยเข้าใจ เด็กๆ เป็นคนลืมง่าย ถ้าใครถามน้องฟ้าก็จะตอบว่า แม่ไม่อยู่แม่เสียแล้ว ตอนนี้สภาพจิตใจแกก็ปกติยังคงร่าเริง เข้ากับเพื่อนๆ ได้ดี การเรียนก็เป็นคนเรียนเก่ง หัวไว เข้าใจง่าย เมื่อก่อนจะมาโรงเรียนพร้อมกับคุณแม่ แต่เดี๋ยวนี้คุณพ่อจะเป็นคนมารับมาส่ง ซึ่งเห็นแล้วก็ยังอดคิดถึงเพื่อนไม่ได้” ครูดุษฎี ถ่ายทอดความรู้สึกที่มีต่อเพื่อนครูผู้ล่วงลับ

ตราบใดที่เหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังไม่บรรเทาเบาบางไป ผู้บริสุทธิ์โดยเฉพาะครู ยังมีความเสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงเช่นเดียวกันกับ ครู 2 คนของโรงเรียนจ้องฮั้ว หรือแม้กระทั่งเหตุการณ์ล่าสุด กรณีครูจูหลิง ปงกันมูล ครูโรงเรียนบ้านกูจิงลือปะและเพื่อนครู ซึ่งถูกจับเป็นตัวประกันและรุมทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส ซึ่งทั้งหมดเป็นโจทย์ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องหาแนวทางเพื่อยุติปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว