xs
xsm
sm
md
lg

กองปราบส่งตัว "จ่าไก่" ผู้ต้องหาฆ่านายหนังสุทิพย์ให้ ตร.ตรัง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ตรัง – ความคืบหน้าคดีฆ่าและปล้นทรัพย์นายหนังตะลุงชื่อดังพร้อมภรรยา ซึ่งผู้ต้องหาเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจพัทลุงนั้น ได้มีการนำตัวผู้ต้องหา ส่งมอบไปยังตำรวจตรัง เจ้าของพื้นที่เกิดเหตุเพื่อดำเนินคดีแล้ว หลังจากหลบซ่อนตัว ที่บ้านภรรยาในเขตจตุจักร กรุงเทพฯ

วันนี้ (30 ม.ค.) เมื่อเวลา 10.30 น. พ.ต.อ.จักรภานุ ฤทธิสุนทร ผกก.สภ.อ.เมืองตรัง พ.ต.ท.สพชัย พึ่งพา รอง ผกก.(สส.) และ ร.ต.อ.พิชัย พงศาปาน รองสารวัตรสืบสวน สภ.อ.เมืองตรัง ได้ควบคุมตัว ส.ต.อ.อภิเชฐ เหลืออ้น อายุ 33 ปี หรือ "จ่าไก่" อยู่บ้านเลขที่ 186 ถนนหน้าเมือง ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ.ควนขนุน จังหวัดพัทลุง

ตามหมายจับศาลจังหวัดตรัง เลขที่ จ.2145/2546 ลงวันที่ 6 ธันวาคม 2546 โดยมีอายุความ 20 ปี และจะครบกำหนดในวันที่ 22 กันยายน 2566 ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน และปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

ก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.ชัยชนะ ตรุยานนท์ รอง ผกก.(สส.) สภ.อ.รัษฎา จังหวัดตรัง ได้รับมอบตัว ส.ต.อ.อภิเชฐ จากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ภายใต้การนำของ พ.ต.อ.พิสิฎฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รองผู้บังคับการกองปราบปราม (ป.) พ.ต.อ.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้กำกับการ 3 ป. พ.ต.ท.อรรถวุฒิ อ่อนทรัพย์ รอง ผู้กำกับการ 5 ป.ที่ได้นำกำลังเข้าทำการจับกุม ส.ต.อ.อภิเชฐ ที่บ้านเลขที่ 11/29 ถนนกำแพงเพชร 2 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2549 ที่ผ่านมา หลังจากได้หลบหนีคดีไปอยู่กับภรรยาที่บ้านหลังกล่าว เพื่อประกอบอาชีพค้าขายของชำ

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2546 ส.ต.อ.อภิเชฐ ร่วมกับ นายสมพงษ์ เยาว์ดำ นายบุญทบ คำปาน นายนิมิตร สิงห์กล่อง และ จ.ส.ต.ชะลอ รามด้วง อายุ 37 ปี เจ้าของฉายา "จ่าแดง ร้อยศพ" อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ.สิเกา จังหวัดตรัง ได้ใช้อาวุธสงครามขนาดเอ็ม 16 และขนาด .357 สังหาร นายสุทิพย์ ทรัพย์ส่ง หรือนายหนังตะลุง "สุทิพย์ ทรัพย์ส่ง" และนางทองสุข มุกดาหาร ภรรยาใหม่ จนเสียชีวิตคารถกระบะ บนถนนพาดรถไฟ สายเทศา-รัษฎา หมู่ที่ 4 ตำบลควนเมา อำเภอรัษฎา จังหวัดตรัง หลังจากที่ ก่อนหน้านั้น ได้นำคณะเดินทางไปแสดงหนังตะลุง ที่วัดโคกกฐิน อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช

จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2546 สมัยที่ พ.ต.ท.ธวัชชัย จงหวัง เป็นสารวัตรสืบสวน สภ.อ.เมืองตรัง ก็ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.ต.สุรพล ทองประเสริฐ ผู้บังคับการตำรวจภูรจังหวัดตรัง ขณะนั้น ให้นำกำลังเข้าจับกุมนางสุนันทา หรือแมว ดวงจันทร์ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 60 หมู่ที่ 8 ตำบลนาวง อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นภรรยาเก่าของนายหนังสุทิพย์ ในข้อหาเป็นผู้ใช้จ้างวานฆ่าสามีของตัวเอง และนางสาวทองสุข ขณะกำลังหลบหนีอยู่ภายในร้านเสริมสวยสโรรักษ์ ตั้งอยู่ที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งผู้ต้องหาก็ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนว่า ทำไปเพราะอารมณ์โกรธแค้นคนตายทั้งคู่

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากข่าวนี้เป็นข่าวที่ใหญ่มาก เพราะนายหนังสุทิพย์เป็นคนดี และเป็นที่รักใคร่ของแฟนๆ หนังตะลุงทั่วภาคใต้ ทำให้มีการเคลื่อนไหวกดดันเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนเป็นที่มาของการตั้งชุดเฉพาะกิจร่วมกับกองปราบปราม ไล่ล่ากลุ่มคนร้ายทั้ง 5 คน มาดำเนินคดีตามกฏหมาย โดยเริ่มจาก จ.ส.ต.ชะลอ รามด้วง หรือ "จ่าแดง"

แต่เขาได้ต่อสู้ดวลปืน และขว้างระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะเข้าทำการจับกุม เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2547 ในสวนปาล์มหมู่ที่ 5 บ้านไร่ออก ตำบลบ่อหิน อำเภอสิเกา จนเป็นเหตุให้ จ.ส.ต.ชะลอ ต้องถูกวิสามัญฆาตกรรมเสียชีวิต

สำหรับกลุ่มคนร้ายที่เหลืออีก 4 คน แม้จะหลบหนีจากการถูกจับกุมในครั้งนั้นไปได้ แต่ก็หารอดพ้นเงื้อมมือของกฏหมายบ้านเมือง ค่อยๆ ถูกรวบตัวมา นับตั้งแต่ นายสมพงษ์ เยาว์ดำ นายบุญทบ คำปาน มาจนถึงนายนิมิตร สิงห์กล่อง และเหลือ ส.ต.อ.อภิเชฐ หรือ "จ่าไก่" เป็นคนสุดท้าย ซึ่งเป็นมือปืนรับจ้างที่ถูกกองปราบปราม ขึ้นบัญชีดำอันดับที่ 23 ใน 50 อันดับ มือปืนรับจ้างของเมืองไทย โดยที่ผ่านมากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง ได้สืบสวนติดตาม ส.ต.อ.อภิเชฐ มาโดยตลอด เพราะมีลักษณะพฤติการณ์ตั้งซุ้มมือปืนรับจ้าง และวนเวียนอยู่ในพื้นที่จังหวัดพัทลุงและจังหวัดตรัง

อย่างไรก็ตาม ส.ต.อ.อภิเชฐ ก็ต้องจนมุมต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อล่าสุด ได้หลบหนีมาอยู่ในกรุงเทพฯ กองปราบปรามจึงนำหมายศาลเข้าทำการจับกุมได้สำเร็จ ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.อ.รัษฎา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งกองปราบปราม และ ภ.จว.ตรัง ส.ต.อ.อภิเชฐ ได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ดังนั้น พ.ต.ท.ชัยชนะ จึงได้นำตัวมาขออำนาจศาลจังหวัดตรังฝากขังไว้ก่อน เพื่อรอการรวบรวมพยานหลักฐาน และส่งสำนวนคดีให้แก่พนักงานอัยการต่อไป แต่ในขณะที่ถูกควบคุมตัวอยู่นั้น ส.ต.อ.อภิเชฐ ไม่มีทีท่าสะทกสะท้านอย่างใด

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามก็ตอบเพียงสั้นๆ ว่า ให้รอถามพี่ชาย เพราะจะเป็นผู้ที่รู้เรื่องทั้งหมด