ศูนย์ข่าวอิศรา - “แวดือราแม มะมิงจิ” ลอยลำเป็นประธานอิสลามปัตตานีอีกสมัย เปิดมิติใหม่องค์กรมุสลิม ชูนโยบายหลักผลักดันให้เกิด “วิทยาลัยอิหม่าม” เตรียมร่างหลักสูตรเพื่อกล่อมเกลาวัยรุ่นในชุมชนไม่ให้หลงเชื่อขบวนการก่อความไม่สงบ แถมผลักดันโรงเรียนตาดีกาให้เข้าสู่ระบบกระทรวงศึกษาฯ
นายแวดือราแม มะมิงจิ ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี ต่ออีก 1 สมัย เปิดแนวคิดใหม่ด้วยการเตรียมร่างหลักสูตรให้กับโต๊ะอิหม่าม หรือผู้นำศาสนาระดับชุมชน ได้มีโอกาสในการศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพในพื้นที่ โดย นายแวดือราแม กล่าวว่า จะจัดสรรงบประมาณสนับสนุนด้านการศึกษา สังคม เศรษฐกิจ และร่วมมือกับภาครัฐ ให้มากที่สุด เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
“สิ่งสำคัญที่สุดของผม คือ การเปลี่ยนแปลง ปรับปรุง ให้เกิดมิติใหม่ขององค์กรศาสนาอิสลามในจังหวัด ผมจะเสนอให้จัดสร้างวิทยาลัยอิหม่าม โดยเตรียมจัดทำหลักสูตรให้กับโต๊ะอิหม่าม ทั้งในด้านศาสนา และหลักการบริหารการจัดการต่างๆ ในมัสยิด ตลอดจนบทบาทอำนาจหน้าที่เพื่อให้อิหม่ามมีคุณภาพ ผมจะเสนอให้รัฐบาลผลักดันต่อไป” ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี กล่าวหลังได้รับเลือกตั้งอย่างเป็นทางการด้วยคะแนนเสียง 20 จาก 30 คะแนน
โครงการก่อตั้งวิทยาลัยอิหม่ามนั้นถือเป็นนโยบายส่วนหนึ่งของประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี ซึ่งนายแวดือราแม กล่าวว่า การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องเร่งอบรมให้ความรู้ด้านศาสนาให้กับเยาวชนให้ถูกต้อง ไม่ให้หลงผิด หรือถูกปลุกปั่นในทางที่ไม่ดี พร้อมทั้งพัฒนาคุณภาพของเยาวชน ให้เป็นเยาวชนที่สมบูรณ์และเป็นกำลังสำคัญต่อประเทศชาติ เพื่อเป็นการตอบสนองนโยบายของรัฐ เพราะปัญหาเยาวชนเป็นปัญหาที่สำคัญ และเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน
นายแวดือราแม กล่าวต่อว่า ได้มอบหมายให้นายอับดุลเลาะ อับรู หนึ่งในคณะกรรมการ ซึ่งเป็นนักวิชาการของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์จังหวัดปัตตานี นอกจากนั้น จะดูแลโรงเรียนตาดีกา หรือโรงเรียนสอนศาสนาของเด็กนักเรียนระดับประถมให้เข้าสู่ระบบมากขึ้น ทั้งในเรื่องของหลักสูตร และผลตอบแทนของครูผู้สอน ซึ่งเดิมอยู่ในความดูแลของกระทรวงมหาดไทย แต่ขณะนี้ได้โอนย้ายให้กระทรวงศึกษาธิการ เข้ามาดูแลเรื่องหลักสูตร โดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาของจังหวัดปัตตานีทั้ง 2 เขต จะร่วมกับคณะกรรมการอิสลามจังหวัด ชมรมโรงเรียนตาดีกา โต๊ะอิหม่าม ช่วยพัฒนาหลักสูตรให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น
“นอกจากจะดำเนินนโยบายดังกล่าวแล้วจะดำเนินการสานต่อนโยบายเดิมที่ทำอยู่แล้วให้ลุล่วงไปด้วยดี พร้อมกับยกฐานะสำนักงานคณะกรรมการ และเครือข่ายองค์กรอิสลามในพื้นที่ให้เกิดความเข้มแข็งมากขึ้น” ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี กล่าวและว่า ที่ผ่านมา การทำงานขององค์กรศาสนาอิสลามเป็นคนละทิศคนละทาง ทำให้รัฐบาลสับสน ตนต้องการเห็น องค์กรศาสนาทั้งสำนักงานจุฬาราชมนตรีกับสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมีการทำงานเป็นเอกภาพ เพื่อผลประโยชน์ต่อองค์กรศาสนาและประเทศชาติ และทางรัฐบาลก็จะตัดสินใจในการแก้ปัญหาต่างๆ ได้ถูกต้อง ขณะเดียวกัน จะได้รับการยกย่องจากต่างประเทศอีกด้วย
สำหรับการประชุมคัดเลือก ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี นั้น ที่ประชุมซึ่งประกอบด้วย คณะกรรมการรวม 30 คน ได้เสนอชื่อให้เลือกประธาน โดยผู้ที่ถูกเสนอชื่อ คือ นายแวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการสมัยที่ผ่านมา และ นายหะยีอับดุลวาฮับ อับดุลวาฮับ อดีตประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี ซึ่งผลการคัดเลือกที่ใช้วิธีลงคะแนนลับ ปรากฏว่า ที่ประชุมมีมติเลือก นายแวดือราแม มะมิงจิ จำนวน 20 คน และเลือก นายหะยีอับดุลวาฮับ อับดุลวาฮับ เพียง 10 คนเท่านั้น
นายแวดือราแม กล่าวด้วยว่า การคัดเลือกตำแหน่งสำคัญต่อไป คือ การคัดเลือก คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย โดยจะคัดเลือกจากตัวแทนคระกรรมการแต่ละจังหวัดๆละ 1 คนใน 36 จังหวัด และไปร่วมกับคณะกรรมการที่ จุฬาราชมนตรี แต่งตั้งอีก 12 คน และจะมีการคัดเลือกในตำแหน่งที่สำคัญๆ เพื่อเป็นคณะทำงานในคณะของจุฬาราชมนตรี มีหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของรัฐบาลในด้านศาสนาต่อไป
นายแวดือราแม กล่าวต่อว่า ตำแหน่งที่มีบทบาท และน่าสนใจ อีกตำแหน่งหนึ่ง คือ ตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย เพราะมีการแข่งขันกันสูง ดังนั้น ผู้ที่จะลงตำแหน่งดังกล่าว จะต้องมีคุณสมบัติมีความรู้ ความสามารถ ทั้งในด้านศาสนา และอื่นๆ และจะต้องประสานงานกับรัฐบาลได้ด้วย ซึ่งตนเห็นว่าปัจจุบันการคัดเลือกมักจะมีการเมืองเข้าแทรกแซง ตนจึงขอให้ผู้ที่เข้ามาทำหน้าที่นี้มีความตั้งใจในการทำงาน มีความเข้าใจในองค์กรศาสนา และนโยบายของรัฐบาลให้มากที่สุด
สำหรับประวัติของ นายแวดือราแม มะมิงจิ นั้น มีอายุ 55 ปี เป็นอุสตาซ หรือครูสอนศาสนาของ โรงเรียนเตรียมศึกษาวิทยา อ.เมืองปัตตานี จบมัธยมตอนปลายจาก ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียน ส่วนระดับปริญญาตรีจบการศึกษาที่ มหาวิทยาลัยอุมมุมูรอมะกะฮ์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ปัจุจุบันเป็นผู้จัดการโรงเรียนเตรียมศึกษาวิทยา และประธานชมรมอิหม่ามอำเภอเมืองปัตตานี เคยได้รับรางวัลพระราชทาน ฐานะผู้บริหารโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม อันดับ 2 และรางวัลพระราชทานบริหารองค์กรสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด อันดับ 1


